top of page
ค้นหา

รู้หรือไม่? มี sex ท่าไหนท้องง่ายบ้าง

นอกจากการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมตั้งครรภ์แล้ว สามีภรรยาหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าท่า Sex เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้ท้องง่ายขึ้นอีกด้วย วันนี้ครูก้อยจะมาแนะนำ sex ท่าไหนท้องง่ายบ้าง เพื่อให้คู่สามีภรรยาที่อยากมีลูกได้ตั้งครรภ์สมใจ แถมยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้ดีอีกด้วยนะคะ


ท่าไหนท้องง่ายสุด


การมี sex ในทุกท่วงท่ามีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้สเปิร์มของคุณพ่อเข้าไปผสมกับไข่ของคุณแม่ อย่างไรก็ตามยังไม่มีงานวิจัยใดยืนยันว่าท่าเซ็กส์มีผลต่อการทำให้ตั้งครรภ์ เพียงแต่การมีเซ็กส์ด้วยท่าที่เอื้อให้สเปิร์มเข้าใกล้ปากมดลูกมากที่สุดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงความถี่ในการมีเซ็กส์ด้วยเช่นกัน


จากการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างคู่รักจำนวน 73 คู่ พบว่าผู้ชายที่มีเซ็กซ์และถึงจุดสุดยอดได้มากถึง 2 ครั้งภายใน 1 ชั่วโมงนั้น จะมีอสุจิที่แข็งแรงและมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าครั้งแรก โดยนักวิจัยทดลองนำน้ำเชื้อที่ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง ผลปรากฏว่า 15% ของฝ่ายหญิงสามารถตั้งครรภ์ได้ และคู่รักที่นำวิธีนี้ไปใช้ ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากถึง 34%


ดร. แจคสัน บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์จากมหาวิทยาลัย Birmingham กล่าวว่า “คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการเก็บเซ็กซ์ไว้ใช้เฉพาะเวลาที่ต้องการมีลูกเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะการเก็บไว้นานจะส่งผลกับคุณภาพและปริมาณของอสุจิ ดังนั้นการมีเซ็กซ์ 2 ครั้ง ภายใน 1 ชั่วโมง จะกระตุ้นให้น้ำเชื้อที่ถูกผลิตออกมาเป็นครั้งที่ 2 มีประสิทธิภาพและมีน้ำเชื้อที่ถูกผลิตออกมามากกว่าครั้งแรก”


ท่าไหนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์บ้าง


1. ท่ามิชชันนารี (Missionary)


เป็นท่าเซ็กส์มาตรฐานสุดคลาสสิกที่ใครๆ ก็ทำได้ เริ่มต้นจากให้ฝ่ายหญิงนอนหงาย ส่วนฝ่ายชายนั่งทับบนตัวฝ่ายหญิง โดยที่ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน นอกจากจะเป็นท่าที่ง่าย ทำได้นานแล้วจนกว่าจะถึงจุดสุดยอดแล้ว ยังช่วยให้ทั้งคู่ได้มองหน้า สบสายตากัน รวมถึงใช้มือลูบไล้ไปตามส่วนต่างๆ ได้ง่ายกว่าท่าอื่น สร้างความโรแมนติกในการบรรเลงเพลงรักมากขึ้นด้วย


แต่ข้อเสียของท่านี้อยู่ที่ความต่างระหว่างส่วนสูงของทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายที่อยู่ข้างบนสูงกว่าฝ่ายที่อยู่ข้างล่างรู้สึกอึดอัดได้ ส่วนฝ่ายบนนั้นจะต้องออกแรงมากกว่าฝ่ายที่อยู่ข้างล่างจึงทำให้เหนื่อยกว่า หรืออาจหมดอารมณ์ทางเพศไปเลย ทั้งนี้มีวิธีแก้ด้วยการปรับเปลี่ยนท่าบ้างด้วยการให้ฝ่ายชายยกขาฝ่ายหญิงพาดบ่า เพื่อให้สอดใส่ได้ลึกและกระตุ้นอารมณ์ฝ่ายหญิงได้ดี นอกจากนี้อาจใช้เซ็กส์ทอยสัมผัสบริเวณคลิตอริส เพื่อให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดเร็วขึ้น


2. ท่าหมา (Doggy Style)


เป็นท่าเซ็กส์ที่มีลูกเล่นมากกว่าท่ามิชชันนารีอยู่สักหน่อยตรงที่ต้องให้ฝ่ายหญิงหันหลัง โดยที่เข่าจรดกับพื้นแล้ววางมือลง ยกก้นขึ้นทำมุม 45 องศา เพื่อให้ฝ่ายชายสอดใส่เข้าไปและกระตุ้นจุด G-spot ของฝ่ายหญิง ทั้งนี้แนะนำให้ฝ่ายหญิงเงยหน้าขึ้น แอ่นหลังโค้งลงเล็กน้อยแล้วจึงยกก้นขึ้น ส่วนฝ่ายชายให้จับสะโพกฝ่ายหญิงเอาไว้ให้แน่นเพื่อให้อวัยวะเพศไม่หลุดขณะกระแทก


3. ท่า (Woman on top)


เป็นท่าเซ็กส์ที่ให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้คุมเกมบ้าง โดยที่ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมแล้วจะหันหน้าหรือหันหลังแล้วหมอบตัวลงก็ได้ตามสะดวก ส่วนฝ่ายชายอาจนอนอยู่เฉยๆ หรือใช้มือจับสะโพกฝ่ายหญิงเอาไว้ให้แน่น แต่ต้องบอกก่อนว่าท่านี้เป็นท่าที่อันตรายอยู่เหมือนกัน เนื่องจากฝ่ายหญิงจะต้องทิ้งน้ำหนักตัวในการขยับแต่ละครั้ง อาจเกิดเหตุสุดวิสัยทำให้อวัยวะเพศชายหลุดและถูกกระแทกจากฝ่ายหญิงจนบาดเจ็บหรือหักได้เช่นกัน


นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า หลังจากมีเพศสัมพันธ์ให้นอนค้างอยู่ในท่าเดิมอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อให้น้ำอสุจิอยู่ในช่องคลอดนานขึ้น หรือนำหมอนมาวางใต้สะโพกประมาณ 10-15 นาที เพื่อยกสะโพกให้สูงขึ้นทำให้สเปิร์มว่ายไปหามดลูกได้ง่ายขึ้นตามหลักแรงโน้มถ่วง รวมถึงยกขาทั้ง 2 ข้าง ขึ้นนาบกับผนังเพื่อช่วยให้สเปิร์มว่ายไปถึงมดลูกได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีผลวิจัยใดรองรับ แต่ถ้าคู่สามีภรรยาจะลองทำดูก็ไม่มีความเสี่ยงใดแต่อย่างใดค่ะ


บทความที่น่าสนใจ

ดู 4,344 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page