top of page
ภารกิจพิชิตเบบี๋  ICSI คนที่ 2 (ในวัย 41 ปี)

📣รายงานตัวค่าแม่ๆ ครูก้อยใกล้จะไปรับน้องอีกรอบแล้วน้า🥰 Day13 ของรอบเดือน คุณหมอนัดอัลตราซาวด์ผนังมดลูก หลังทานยา Estrofem (ฮอร์โมนเอสโตรเจน) มา 13 วัน

☑️ผนังหนาตัวดี 8.7 mm

☑️เรียง3 ชั้นสวย เห็นเส้นกลางชัด

☑️ใสเป็นวุ้น

 

💟ให้ยาต่อ

1. Estrofem (ฮอร์โมนเอสโตรเจน)

2. โปรเจสเตอโรน ทั้งแบบกิน + สอด

3. แอสไพริน กระจายเลือด (เสริมแรงกับน้ำมะกรูด👍)

4. โพรไบโอติก คุณหมอย้ำให้ทานทุกวันค่ะ👶นัดใส่ตัวอ่อนอีกประมาณ 7 วันค่ะ  เป็นกำลังใจให้ครูก้อยด้วยนะคะ✌️

557270853_1340228334225551_6406960943698865170_n.jpg

ถึงเวลาที่แม่ๆ ต้องให้คะแนนผนังมดลูกของครูก้อยบ้างแล้วนะคะ ผนังมดลูกผ่านไหมคะ🙂 เต็ม 10 แม่ให้เท่าไหร่?

558885420_1344691137112604_115588305914333233_n.jpg

ครูก้อยไปรับน้องมาเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอกำลังใจจากแม่ๆ ด้วยนะคะ

วันที่ 4 กย. 2568 เวลา 18:00 น. ย้ายตัวอ่อน No.12 (ฟรีซไว้เกือบ 5 ปี) เกรด BC เซลล์ 80% degenerate 5%

- เกรดตัวอ่อนไม่สวยเท่าไหร่ แต่เป็นไข่ตอนอายุ37

-เซลล์คอมแพ็ค 80%

- ตัวอ่อนฟักตัวออกมา 5%

- ผนังมดลูกวันใส่ 9.7 mm

- ผลฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ได้ 8 กว่า (ควร 10+) จึงได้ยาจรวดมาสอดทางทวารหนักเพิ่ม

 

💊 ยาทั้งหมด 6 ตัว

1. Estrofem (กินฮอร์โมนเอสโตรเจน)

2. Duphaston ( กินฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

3. Utrogestan โปรเจสเตอโรนสอดช่องคลอด (ไข่จิ้งจก)

4. Cyclogest 400 mg โปรเจสเตอโรนสอดทวารหนัก (จรวด) 📍แช่เย็น📍

5. แอสไพริน กินกระจายเลือด

 

💟เวลาการกินยา

🕒 9:00 : กินยา 3 ตัว หลังอาหารเช้า

= estrofem + progesterone + แอสไพริน

📍สอดยาไข่จิ้งจก 1/3

📍สอดยาจรวด 1/2

 

🕒13:00 กินยา 2 ตัว หลังอาหารเที่ยง = estrofem + progesterone

 

🕒บ่าย 15:00

📍สอดยาไข่จิ้งจก 2/3

 

🕒เย็น 18:00 : กินยา 2 ตัว = estrofem+Progesterone

 

🕒 20:30

📍สอดยาไข่จิ้งจก 3/3

📍สอดยาจรวด 1/2

 

- นัดเจาะเลือด HCG 10 วันหลังใส่ตัวอ่อน💖ขอคำอวยพร ให้ครูก้อยด้วยนะคะเป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ HCG ขึ้น แต่ต้องขึ้นอย่างดับเบิ้ลสวยงาม ขอให้น้องแข็งแรงต่อทุกสิ่ง ได้เจอหน้าแม่ เจอหน้าปะป๊า เจอหน้าพี่เมดาอย่างสมบูรณ์แข็งแรง

1 (8).jpg
2 (11).jpg

จะสู้ตัวแรกได้ไหมเนี่ย? แม่ๆว่าไงคะ? เทียบกันหมัดต่อหมัด เราแพ้เค้าทุกข้อ แต่สิ่งที่ลูกบลาสต์ No.12 ของแม่จะผ่านไปได้คือความอดทนและความพยายามนะจ๊ะแม่เชื่อว่าลูกทำได้ แม่เชื่อว่าลูกอดทน แม่เชื่อว่าลูกกำลังพยายามแทรกซึมเข้าฝังที่โพรงมดลูกแม่อยู่ แม่เชื่อว่าลูกเกาะแม่แน่นมาก แม่เชื่อว่าลูกขยันสร้างรก แม่เชื่อว่าลูกอดทนกับสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี แม่เชื่อว่าลูกเป็นยอดนักสู้

รายงานตัวค่าแม่ๆ ครูก้อยตั้งใจจะโพสต์ 7 วันหลังใส่ตัวอ่อน ว่าแต่ละวัน แต่ละมื้อครูทานอะไรบ้าง ให้คุณแม่ได้เป็นแนวทางนะคะ

 

🌈Day1 หลังใส่ตัวอ่อน ครูก้อยน้ำหนัก 62 kg ครูก้อยอยากให้น้องในท้องคลอดออกมามีน้ำหนักแรกคลอด เกิน 3,500 กรัม ค่ะ (เพราะพี่เมดาลูกสาวคนแรกของครูก้อยคลอดมาด้วยน้ำหนัก 3,601 กรัม)

 

👉 ดังนั้นครูก้อยควรตั้งเป้า โปรตีนวันละ 80–100 กรัม(กระจายทานทั้งวัน เช้า–กลางวัน–เย็น และเสริมด้วยของว่าง)

 

⏱️มื้อเช้า : ข้าวกล้องต้มปลากระพงไข่ดาวน้ำ + มะม่วงสุก

 

💡เสริมวิตามินซี Phyto Crystal C รสลิ้นจี่ 1 ซอง + นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด )

 

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเช้า

• ปลากระพงในข้าวต้ม (50 ก.) → 12

• ไข่ดาวน้ำ 1 ฟอง → 4

• ข้าวกล้องในข้าวต้ม → 1

• มะละกอสุก → 0

• นมแพะ 1 กระป๋อง → 3

• ซุปไก่สกัด 70 ml → 5

 

🍖รวมมื้อเช้า = โปรตีน 25 กรัม

 

เจอกันมื้อเที่ยงค่ะ ครูก้อยจะต้องเก็บโปรตีนให้ครบ 80-100 กรัม/ วันค่ะ

Day1 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️ มื้อเที่ยง

 

ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วยน้ำจิ้ม + ปีกไก่บน ต้มขมิ้นกับฟัก (กินปีกไก่บนไป = 4 ชิ้น) + ผัดวุ้นเส้นใส่ไข่ผักรวมและหมูสับ

 

+ มันญี่ปุ่นครึ่งหัว + ส้มสายน้ำผึ้ง 1 ผล

 

💡เสริม OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด ( โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)

💡เสริม Ferti9 Oil 9 น้ำมันดีเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ = 2 เม็ดยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนต่อมื้อ

มื้อเที่ยง

• ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย → 1

• ปีกไก่บนต้มขมิ้น 4 ชิ้น → 16

• ผัดวุ้นเส้นใส่ไข่ (1 ฟอง ~4 ก.) + หมูสับ (~30 ก.) → 8

• มันญี่ปุ่นครึ่งหัว → 1

• ส้มสายน้ำผึ้ง → 0

 

🍖รวมมื้อเที่ยง = โปรตีน 30 กรัม

 

เจอกันมื้อเย็นค่ะแม่ๆ ครูก้อยจะต้องเก็บโปรตีนให้ครบวันละ 80-100 กรัมค่ะ เพื่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์แข็งแรงของเบบี๋ค่ะ

Day1 หลังใส่ตัวอ่อน มื้อบ่าย ครูก้อยเสริมโปรตีนด้วย Ferty เช๊คกับนมอัลมอนด์ค่ะ

 

💊 ยาสอด 1 ตัว ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน (ยาไข่จิ้งจก: Utrogestan)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อบ่าย

- Ferty โปรตีนพืชผสมมัลติวิตามิน 1 ซอง → 25

- นมอัลมอนด์ 1 กล่อง → 2

รวม = โปรตีน 27 กรัม

โปรตีนมีความสำคัญมากกับผู้หญิงที่อยู่ในช่วง “ใส่ตัวอ่อน“ ค่ะ เพราะเป็นสารอาหารหลักที่ช่วยสร้างพื้นฐานให้ร่างกายพร้อมต่อการฝังตัวของตัวอ่อนและพัฒนาการของเซลล์ในการตั้งครรภ์ระยะเริ่มต้น

💪ประโยชน์ของโปรตีนต่อผู้หญิงที่ใส่ตัวอ่อน

1. 🧬ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่

- ระยะนี้เยื่อบุโพรงมดลูกต้อง “หนาและสมบูรณ์” เพื่อรองรับตัวอ่อน

- โปรตีนช่วยให้เซลล์เยื่อบุแข็งแรง สมานตัวดี

 

2. 👶🏻เตรียมร่างกายสำหรับการแบ่งเซลล์ของทารก

- เซลล์ของตัวอ่อน (Embryo cells) ก็ต้องใช้โปรตีนในการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและพัฒนาต่อจากบลาสโตซีสต์ไปเป็นทารก

- การได้รับโปรตีนเพียงพอจึงอาจมีส่วนช่วยให้เซลล์เจริญเติบโตอย่างแข็งแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

3.♥️เสริมการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็น

- โปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) และ เอสโตรเจน (Estrogen)

- ฮอร์โมนเหล่านี้จำเป็นต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และช่วยให้โพรงมดลูกอบอุ่นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต

 

4. 🩸ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดี- โปรตีนมีส่วนช่วยให้ร่างกายสร้าง เฮโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งทำหน้าที่พาออกซิเจนไปเลี้ยงมดลูกและตัวอ่อน

 

- ยิ่งเลือดไหลเวียนดี โอกาสที่ตัวอ่อนจะฝังตัวสำเร็จก็สูงขึ้น

 

5.🌿 ลดการอักเสบภายในร่างกาย

- โปรตีนที่มีกรดอะมิโนคุณภาพสูง (เช่นจากถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่)

- อาจช่วยลดภาวะอักเสบและภาวะเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) ที่อาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน

 

6. 🤰🏻ช่วยรักษาน้ำหนักและป้องกันฮอร์โมนแปรปรวน

- ในช่วงพักหลังใส่ตัวอ่อน ร่างกายใช้พลังงานน้อยแต่ต้องการสารอาหารมาก

- โปรตีนช่วยให้อิ่มนาน ไม่พุ่งน้ำตาล ไม่สะสมไขมัน

- เมื่ออินซูลินไม่แกว่ง → ฮอร์โมนเพศทำงานได้ปกติ

Day1 หลังใส่ตัวอ่อน มื้อเย็น #กินตามคำภีร์ครูก้อย

ข้าวกระเพราหมูสับ + ไข่ดาว 1 ฟอง + น้ำเต้าหู้ไม่หวานเลย 1 แก้วใส่ถั่วดำ + แอปเปิ้ล + อะโวคาโด้

 

💡เสริม Ferty Probiotics โปรไบโอติก 9 สายพันธุ์ที่ใช่สำหรับสตรีเตรียมตั้งครรภ์ มีความปลอดภัยสามารถทานได้ในขณะตั้งครรภ์และให้นมบุตร (ทานหลังมื้ออาหาร 1 ชั่วโมง)

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเย็น

- กระเพราหมูสับ (50 ก.) → 10

- ไข่ดาว 1 ฟอง → 4

- ข้าวสวย (1 ถ้วย) → 1

- น้ำเต้าหู้ 1 แก้ว + ถั่วดำ → 8

- แอปเปิ้ล + อะโวคาโด้ครึ่งผล → 2

รวมมื้อเย็น = โปรตีน 26กรัม

 

โปรตีนรวมทั้งวันเช้า เที่ยง บ่าย เย็น 25+30+27+ 26 = 108 กรัม ตั้งเป้า 100 กรัม/ วัน ปิดจ๊อบที่ 108 กรัม เย้ๆ

Day2 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเช้า... #กินตามคำภีร์ครูก้อย

 

🌈ตื่นนอนตอนเช้า 👉 Phyto Crystal C รสส้มสีเลือด 1 ซอง ชงผสมน้ำ 300 ml เป็นประจำทุกวัน

 

🍲ข้าวกล้องต้มหมูสับใส่ไข่ + ปลาทูทอดแกะเนื้อ 1 ตัว+ แก้วมังกร ครึ่งผล

 

💡เสริม : นมแพะคัดเกรด 1 กป.

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด )

 

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเช้า

- หมูสับในข้าวต้ม (60กรัม) → 15 g

- ไข่ 1 ฟอง → 4 g

- ปลาทูทอดตัวใหญ่ → 16 g

- นมแพะ 1 กป. → 3 g

 

รวมโปรตีนมื้อเช้า = 38 g

Day2 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเที่ยง...#กินตามคำภีร์ครูก้อย

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี + ต้มยำน้ำใสปลากระพง + ไข่ลูกเขย 2 ฟอง + กล้วยหอม 1 ผล

 

💡เสริม OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด ( โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)

 

💡เสริม Ferti9 Oil 9 น้ำมันดีเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ = 2 เม็ด

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเที่ยง

- ข้าวไม่ขัดสี → 1 g

- ต้มยำปลากระพง (เนื้อปลา 50 กรัม) → 10 g

- ไข่ลูกเขย 2 ฟอง → 8 g

- กล้วยหอม 1 ผล → 1 g

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเที่ยง = 20 g

 

📍ตั้งเป้า ทานโปรตีนให้ได้วันละ 80-100 กรัม

Day2 หลังใส่ตัวอ่อน มื้อบ่าย ⏱️ ครูก้อยเสริมแบบนี้ทุกวันค่ะด้วยโปรตีน Ferty วันนี้ทานรสสตรอเบอร์รี่ หอม อร่อย มีประโยชน์

 

🍖สรุปโปรตีนมือบ่าย

- Ferty โปรตีนพืช 1 ซอง → 25 g

- นมอัลมอนด์ 1 กล่อง → 2 g

 

🍖รวมโปรตีนมื้อบ่าย = 27 g

 

📍ตั้งเป้าเก็บโปรตีนให้ได้ 80-100 กรัม/ วันค่ะ

Day2 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเย็น... #กินตามคำภีร์ครูก้อย

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี + ไก่ดำตุ๋นเห็ดหอม +ผัดผักกกาดขาวกับกุ้ง + ไข่ลูกเขย 1 ฟอง + ส้มโชกุน 1 ผล

 

💡เสริม Ferty Probiotics โพรไบโอติกส์ 9 สายพันธุ์ที่ใช่ สำหรับคุณแม่เตรียมตั้งครรภ์ สามารถทานได้ในระยะยาวจนถึงตั้งครรภ์ให้นมบุตร

 

💡เบอร์รี่สกัด 1 ขวด + ซุปไก่สกัด 1 ขวด💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเย็น- ข้าวไม่ขัดสี → 1 g

- ไก่ดำตุ๋นเห็ดหอม (ไก่ดำ 80 กรัม) → 18 g

- ผัดผักกาดขาวกับกุ้ง (กุ้ง 30 กรัม) → 7 g

- ไข่ลูกเขย 1 ฟอง → 4 g

- ส้มโชกุน 1 ผล → 0 g

- วีต้าเบอร์รี่ 1 ขวด → 0 g

- ซุปไก่สกัด 1 ขวด → 5 g

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเย็น = 35 g

 

🏆 โปรตีนทั้งวัน เช้า+ เที่ยง+ บ่าย+ เย็น

 

38+ 20+ 27 + 35 = 120 กรัม

 

👉 วันนี้ได้โปรตีนรวม ประมาณ 120กรัม ถือว่าเกินเป้าหมาย 100 g/วัน อย่างพอดี และยังคงอยู่ในช่วงเหมาะสมต่อการบำรุงร่างกายในช่วงใส่ตัวอ่อนค่ะ

 

🏆ครูก้อยตั้งเป้าโปรตีน 80- 100 กรัม/ วัน เพื่อลูกน้อย นน. แรกคลอด 3500+

1 (18).jpg

🔬มาวิเคราะห์ตัวอ่อนหลังละลายของครูก้อยกันค่ะ

 

👉บลาสโตซีสต์ Day 5 หลังละลาย

👉ยังไม่เจาะเปลือก (hatching)

👉การขยายตัวเพียง 5% หมายถึงเพิ่งเริ่มฟื้นตัวหลังการละลาย ยังไม่ขยายเปลือกอย่างเต็มที่

 

⏳ ระยะเวลาการฝังตัว (Implantation Timeline)

 

โดยทั่วไป ตัวอ่อน Day 5 ที่ใส่เข้าไปจะเริ่มฝังตัวระหว่างวันที่ 1–3 หลังใส่ ขึ้นอยู่กับสถานะของตัวอ่อน:

หลังจากใส่ตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกแล้ว กระบวนการพัฒนาของตัวอ่อนจะดำเนินไปตามลำดับดังนี้:

 

🕒Day 1 (ใส่แล้ว) – ตัวอ่อนกำลังฟื้นตัวจากกระบวนการละลาย (thawing) หลังจากการแช่แข็ง

 

🕒Day 2  – ตัวอ่อนเริ่มขยายตัว และหากพัฒนาได้ดี อาจเริ่มกระบวนการเจาะเปลือก (hatching)

 

🕒Day 3-4 – ตัวอ่อนเริ่มกระบวนการฝังตัว (Implantation begins) โดยจะค่อย ๆ แนบตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูก

 

🕒Day 5-6 – ร่างกายเริ่มสร้างฮอร์โมน hCG จากเซลล์รกที่เริ่มก่อตัวขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์

 

🕒Day 7 เป็นต้นไป – ระดับฮอร์โมน hCG อาจเริ่มตรวจพบในเลือด ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสว่าฝังตัวสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และเร็วเพียงใด

 

💟สรุปจากภาพตัวอ่อนของครูก้อย

 

ตัวอ่อนน่าจะกำลังเริ่มกระบวนการเจาะเปลือกและเตรียมฝังตัวในช่วง วันที่ 2–4 หลังใส่ตัวอ่อน

หากพัฒนาได้ตามธรรมชาติ ปลายวันที่ 3 หรือวันที่ 4 จะเป็นช่วง “สำคัญที่สุด” ในการฝังตัวค่ะ

 

แต่ถ้าบางเคสหลังละลายตัวอ่อนฟักตัวหรือ Hatching ออกมาจากเปลือกแล้ว 50% กระบวนการฝังตัวก็จะเกิดเร็วกว่าค่ะ

 

ดังนั้นแม่แม่บางคนเห็นภาพตัวอ่อนของตัวเองหลังละลายไม่ได้แฮชชิ่งออกมาจากเปลือกไข่ออกมาเป็นรูปเลข 8 เหมือนกับภาพตัวอ่อนของคุณแม่คนอื่นก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะลูกบลาสต์ของเราจะค่อยๆ บานออกเรื่อยๆ

 

- บางเคส เจาะเปลือก ไหลออกมาตั้งแต่หลังละลายก่อนใส่ เข้าไปในท้องของคุณแม่

 

- บางเคส เจาะเปลือกแค่ 5% ยังไม่ได้ไหลออกมา น้องก็ไปไหลต่อในท้องได้ค่ะ

 

- ติดไม่ติดไม่ได้วัดกันที่ Hatching หรือ ไม่ Hatching นะคะ

หากน้องแข็งแรงดีและสภาพภายในมดลูกของคุณแม่สมดุลดี

ตัวน้องแมตช์กับโพรงมดลูกคุณแม่ได้ดีก็ติดได้ค่ะ  เพียงแค่ฝังตัวช้า ฝังตัวเร็วเท่านั้นค่ะ ที่แตกต่างกัน เลยทำให้ตรวจ HCG ได้เร็วช้าต่างกัน

บางคนตรวจเจอ 2 ขีด ตั้งแต่ Day5 (เพราะว่าฝังตัวอ่อนที่ Hatching ออกมาเยอะหลังละลาย)

 

- สำคัญที่การดูแลตัวเองหลังใส่ตัวอ่อนด้วยนะคะคุณแม่ เน้นอาหารที่มีโปรตีนและกรดไขมันดีสูง พักผ่อนมากๆ ไม่เครียดและห้ามป่วยห้ามภูมิตกเลยเด็ดขาด

อย่าลืม!! เสริมโพรไบโอติก สายพันธุ์ที่ใช่ เพื่อสร้างสมดุลไมโครไบโอมในโพรงมดลูกด้วยนะคะ มีงานวิจัยเรื่องนี้ออกมาชัดเจนแล้วนะคะ

Day3 : หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเช้า...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍐ตื่นนอนตอนเช้า  👉 Phyto Crystal C รสองุ่นไซมัสคัต 1 ซอง ชงผสมน้ำ 300 ml

 

🍲ข้าวกล้องต้ม + สันในไก่กระเทียมน้ำมันมะกอก+ กุนเชียงทอด+ ไข่เค็ม + ต้นบร็อคโคลี่ลวก + มะละกอสุก

 

💡เสริม :  นมแพะคัดเกรด 1 กป.

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด)

 

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเช้า

 

- ข้าวกล้องต้ม (1 ถ้วยเล็ก) → 1 กรัม

- สันในไก่ 50 กรัม → 10 กรัม

- กุนเชียงทอด 20 กรัม → 3 กรัม

- ไข่เค็ม 1 ฟอง → 3 กรัม

- บร็อคโคลี่ลวก 50 กรัม → 2 กรัม

- มะละกอสุก → 0 กรัม

- นมแพะ 1 กป. → 3 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเช้า = 21 กรัม

 

ตั้งเป้าโปรตีน  80-100 กรัม/ วัน

ติดตามมื้อเที่ยงกันต่อนะคะ แม่ๆ 😊

1 (20).jpg

#จดหมายถึงลูก (ฉบับที่ 1) 🌸 วันนี้แม่ไปรับหนูกลับมาแล้ว

จงเกาะแม่ไว้ให้แน่น ๆ แล้วพัฒนาตัวเอง เติบโตแข็งแรงให้ได้นะลูก 🤍

 

แม้หนูจะเป็นตัวอ่อนเกรด BC ก็อย่าหวั่นใจเลย

เพราะเกรดไม่ใช่ทุกอย่าง มันเป็นเพียงการชี้วัดในห้องแลบเท่านั้น

ความจริงคือ…พลังของหนูมีมากพอ

ลูกจงฟังแม่..พลังของลูกมีมากพอ.. ใช้พลังของลูกแบ่งตัวและแบ่งตัวให้ต่อเนื่อง ดูดซึมสารอาหารจากแม่ให้เต็มที่ หนูทำได้แน่นอน

 

พี่สาวของหนู “พี่เมดา” ก็เคยเป็นตัวอ่อนเกรด BC แถมคอมแพคเพียง 60% เท่านั้น

แต่วันนี้พี่อายุ 6 ขวบกว่าแล้ว แข็งแรง ฉลาด และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

หนูเองเริ่มต้นด้วยเซลล์คอมแพค 80%

หนูก็ต้องแข็งแรงเหมือนพี่ได้เช่นกัน

 

เราจะต้องได้เจอหน้ากัน 💕

หนูจะต้องได้เจอหน้าพี่เมดา

พี่เมดาเค้าเป็นคนที่น่ารัก อ่อนโยน และใจดีมากนะ

พี่เมดาจะโอบกอดหนู และอยู่เคียงข้างหนูตลอดไป

 

แม่กับปะป๊า…ก็เช่นกัน 

 

แม่จะทำให้ดีที่สุด หนูก็ต้องทำให้ดีที่สุดเช่นกันนะลูก

แล้วเราจะได้เจอกัน 🥰

Day3 : หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเที่ยง...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี + ปลาดุกทอดขมิ้น 1 ตัว 200กรัม + ผัดถั่วงอกเลือดหมู + แกงส้มปลาทับทิมสับปะรด (ปลาทับทิม 50 กรัม)

+ น้ำทับทิมสกัดเย็น 1 แก้ว + ส้มโชกุน 1 ผล

 

💡เสริม  OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด ( โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)

 

💡เสริม Ferti9 Oil 9 น้ำมันดีเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ = 2 เม็ด

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖 สรุปสรุปโปรตีนมื้อเที่ยง

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย → 1 กรัม

- ปลาดุกทอดขมิ้น 150 กรัม → 28 กรัม

- ผัดถั่วงอกเลือดหมู → 4 กรัม

- แกงส้มปลาทับทิม (เนื้อปลา 50 กรัม) → 13 กรัม

- น้ำทับทิม/ส้ม → 0 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเที่ยง = 46 กรัม

 

🏆ตั้งเป้าโปรตีน 80-100 กรัม/ วัน เพื่อลูกน้อย นน. แรกคลอด 3500+ กรัม

Day3 : หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อบ่าย 👉Ferty โปรตีนจากพืชผสมมัลติวิตามิน 1 ซอง  ชงกับนมอัลมอนด์ 1 กล่อง (Ferty 1 ซอง ให้ โปรตีน 25 กรัม / นมอัลมอนด์ให้โปรตีน 2 กรัม)

 

💊ยาสอด 1 ตัว ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน (ยาไข่จิ้งจก: Utrogestan)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อบ่าย (เหมือนเดิม)

• Ferty โปรตีนพืช 1 ซอง → 25 กรัม

• นมอัลมอนด์ 1 กล่อง → 2 กรัม

 

รวมมื้อบ่าย = 27 กรัม เต็มๆ

Day3 หลังใส่ตัวอ่อน ลืมลงมื้อเย็นค่ะ มัวแต่ตื่นเต้นกับน้องเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่นไลฟ์ 100 ล้าน 😄

 

⏱️มื้อเย็น

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี + ต้มเลือดหมูเต้าหู้ไข่ (ใส่หมูสับ 50 กรัม) + ไข่นกกระทาต้ม 5 ฟอง + แอปเปิ้ล 1 ผล

 

💡เสริม Ferty Probiotics

 

💡เบอร์รี่สกัด 1 ขวด + ซุปไก่สกัด 1 ขวด

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🏆ตั้งเป้าโปรตีน 80- 100 กรัม/ วัน เพื่อลูกน้อย นน. แรกคลอด 3500+ กรัม

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเย็น

 

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย → 1 กรัม

- ต้มเลือดหมูใส่หมูสับและเต้าหู้ไข่

 

• เลือดหมู 50 กรัม → 4 กรัม

• หมูสับ 50 กรัม → 13 กรัม

• เต้าหู้ไข่ 1 หลอด → 4 กรัม

 

- แอปเปิ้ล → 0 กรัม

- ซุปไก่สกัด 1 ขวด → 5 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเย็น = 27 กรัม

 

🎯 สรุปรวมโปรตีนทั้งวัน เช้า เที่ยง บ่าย เย็น

 

21 + 46 + 27 + 27 = 121 กรัม โปรตีน/วัน

 

🔎 ปริมาณนี้เพียงพอต่อการบำรุงครรภ์และการฝังตัวของตัวอ่อน โดยไม่หนักเกินไปต่อร่างกาย

แบบนี้ถือว่า สมดุลที่สุดแล้วค่ะ 🎉

Day4 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเช้า...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

🍹ตื่นนอนตอนเช้า  👉 Phyto Crystal C รสลิ้นจี่ 1 ซอง ชงผสมน้ำ 300 ml

 

🍲 ข้าวไม่ขัดสี + หมูทอด 70 กรัม + ไข่ดาว 1 ฟอง + ซุปเต้าหู้ไข่ใส่สาหร่ายวากาเมะ + มะม่วงเขียวเสวยสุกครึ่งผล

 

💡 นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด )

 

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

________

 

🏆ตั้งเป้าโปรตีน 80-100 กรัม/ วัน

 

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเช้า

 

- ข้าวไม่ขัดสี (≈1 ถ้วย) → 1 ก.

- หมูทอด 70 ก. → 17.5 ก.

- ไข่ดาว 1 ฟอง → 4 ก.

- ซุปเต้าหู้ไข่ + วากาเมะ (เต้าหู้ ~100 ก.) → 6 ก.

- มะม่วงเขียวเสวยสุก ครึ่งผล → 0.5 ก.

- นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง → 3 ก.

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเช้า = 32.0 กรัม

Day4 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเที่ยง...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี + ปลากระพงผัดพริกแกง 100กรัม + ผัดฟักทองกับไข่ใส่หมูอบ (หมู 70 กรัม) ไข่ 1 ฟอง + ส้มโชกุน 1 ผล

 

💡เสริม  OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด ( โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)

 

💡เสริม Ferti9 Oil 9 น้ำมันดีเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ = 2 เม็ด

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเที่ยง

 

- ข้าวไม่ขัดสี (≈1 ถ้วย) → 1 ก.

- ปลากระพงผัดพริกแกง 100 ก. → 24 ก.

- ผัดฟักทองใส่หมูอบ (หมู 70 ก.) → 17.5 ก.

- ไข่ 1 ฟอง → 4 ก.

- ส้มโชกุน 1 ผล → 1 ก.

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเที่ยง = 47.5 กรัม

Day4 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเย็น..สั่งจากร้านถูกและดี มื้อนี้โปรตีนน้อยหน่อยค่ะ เพราะเป็นเส้น

🍲ราดหน้าหมูผักคะน้า (หมู 30 กรัม)

 

💡เสริมซุปไก่สกัด 1 ขวด

 

💡 เสริม Ferty Probiotics เพิ่ม จุลินทรีย์ชนิดดีในมดลูกและลำไส้

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเย็น

 

- ราดหน้าหมูผักคะน้า (หมู 30 ก.) → 7.5 ก.

- ซุปไก่สกัด 1 ขวด → 5 ก.

 

🍖รวมมื้อเย็น = 12.5 กรัม

 

🍖โปรตีนรวมทั้งวัน เช้า เที่ยง บ่าย เย็น

 

32.0 + 47.5 + 27 + 12.5 = 119 กรัม/วัน เป็นไปตามเป้าค่า

ครูก้อยต้องการโปรตีน 80-100 กรัม/ วัน

มีใครเห็นเหมือนที่ครูก้อยเห็นบ้างค้า? #Day5หลังใส่ตัวอ่อน

สองขีดจางมากๆ สามารถตีความหมายได้หลายมุมดังนี้

 

🩸 1. เริ่มมี การฝังตัว (Implantation) เกิดขึ้นแล้ว

 

ขีดจาง ๆ มักหมายความว่ามีฮอร์โมน hCG เริ่มหลั่งจากตัวอ่อนที่เริ่มฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกแล้ว

— ช่วงนี้ hCG ยังต่ำมาก (ประมาณ 5–25 mIU/ml) จึงเห็นจาง

— ถือเป็น สัญญาณบวกเริ่มต้น ของการตั้งครรภ์ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว

 

⏳ 2. ระดับฮอร์โมน hCG ยังน้อยเกินไปเพราะฝังตัวช้า

 

บางตัวอ่อนอาจเพิ่งเริ่มฝังตัวในวันที่ 4–6 หลังใส่

ดังนั้นวันที่ 5 ยังอาจเห็นเพียง “ขีดเงา” หรือ “จางมากจนต้องเพ่ง”

— ยังไม่ควรสรุปผล ควรรอดูอีก 2–3 วันแล้วตรวจซ้ำ

— ถ้าฮอร์โมนเพิ่มขึ้นจริง ขีดจะเริ่มเข้มขึ้นชัดเจนในวันที่ 7–9

 

🧬 3. ความเข้มของขีดขึ้นกับความไวของที่ตรวจ

 

— ชุดตรวจทั่วไป ความไวอยู่ที่ 25 mIU/ml บางยี่ห้อไวที่ 10 mIU/ml หรือบางยี่ห้อไวกว่านั้น เช่น First Response

จะมีความไวอยู่ที่ ~6.3 mIU/ml

• สามารถตรวจเจอฮอร์โมน hCG ได้ตั้งแต่เริ่มฝังตัว หรือประมาณ 5–6 วันหลังใส่ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์

• ดังนั้น “ขีดจางมาก” ในวันที่ 5 หลังใส่ตัวอ่อน ถือว่า เป็นสัญญาณบวกที่เร็วและดีมากค่ะ

 

💧 4. ปัสสาวะเจือจางเกินไป

 

หากดื่มน้ำมากก่อนตรวจ หรือไม่ได้ใช้ปัสสาวะตอนเช้า

ระดับ hCG จะถูกเจือจาง ทำให้ขีดจางหรือแทบไม่เห็น

— แนะนำให้ตรวจตอนเช้า หลังตื่นนอนทันที

— งดน้ำ 3–4 ชม. ก่อนตรวจเพื่อความแม่นยำ

 

🧠 5. อาจเป็น ผลบวกปลอม (False positive) จากยาฮอร์โมน

 

ในบางเคสที่ฉีดยา hCG trigger (เช่น Ovidrel, Pregnyl) ก่อนใส่ตัวอ่อน

ฮอร์โมน hCG จากยานั้นยังค้างอยู่ในร่างกาย 8–10 วัน

— อาจทำให้ขึ้นจาง ๆ ในช่วงต้น

— หากเป็นกรณีนี้ ขีดจะไม่เข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

 

💡 สรุป:

 

Day 5 ขึ้นจาง ๆ ถือว่า “เป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดี”

แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด ต้องรอตรวจซ้ำ วันที่ 7–9 หลังใส่ หรือไปเจาะเลือดตรวจค่า hCG เพื่อดูการเพิ่มขึ้นแบบเป็นตัวเลขซึ้งหมอมักจะนัด Day10 หลังใส่ตัวอ่อนค่ะ

 

แต่อย่างน้อยมันก็มีสัญญาณดีๆ เกิดขึ้นแล้วเนอะ 

Day 5 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเช้า...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍐ตื่นนอนตอนเช้า  👉 Phyto Crystal C องุ่นไซมัสคัต 1 ซอง ชงผสมน้ำ 300 ml

 

🍲 ข้าวไม่ขัดสี +แซลมอนกริลล์เกลือพริกไทย 100 กรัม+ ไข่ดาว 1 ฟอง + ผัดผักรวม (ใส่ไข่นกกระทา 3 ฟอง) + แอปเปิ้ลแดง 1 ผล

 

💡 เสริมนมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด )

 

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

 

🏆ตั้งเป้าโปรตีน 80-100 กรัม/ วัน

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเช้า

 

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย → ~1 กรัม

- แซลมอนกริลล์ 100 กรัม → ~22 กรัม

- ไข่ดาว 1 ฟอง → ~4 กรัม

- ไข่นกกระทา 3 ฟอง → ~4 กรัม

- ผัดผักรวม (ไม่เน้นโปรตีน) → ~1 กรัม

- แอปเปิ้ลแดง 1 ผล → 0 กรัม

- นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง (~200 ml) → ~3 กรัม

🍖รวมโปรตีนมื้อเช้า = 35 กรัม

Day5 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเที่ยง...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี + แกงปลาดุกใบยี่หร่า (ปลา 80 กรัม) +ผัดผักรวมใส่ถั่วลันเตา + ต้มซุปกระดูกหมูใส่ข้าวโพดและมันฝรั่ง (หมู 70 กรัม) + มะม่วงเขียวเสวยสุก 1/2 ผล

 

💡เสริม  OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด (โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)

 

💡เสริม Ferti9 Oil 9 น้ำมันดีเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ = 2 เม็ด

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเที่ยง

 

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย → ~1 กรัม

- แกงปลาดุก 80 กรัม → ~17 กรัม

- ผัดผักรวมใส่ถั่วลันเตา → ~2 กรัม

- ซุปกระดูกหมู + ข้าวโพด + มันฝรั่ง (หมู 70 กรัม) → ~15 กรัม

- มะม่วงสุกครึ่งผล → 0 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเที่ยง = 35 กรัม

Day5 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อบ่าย : เช๊ค โปรตีน Ferty 1 ซอง กับนมอัลมอนด์ 1 กล่องและนมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง (Ferty 1 ซอง ให้ โปรตีน 25 กรัม)

 

💊ยาสอด 1 ตัว ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน (ยาไข่จิ้งจก: Utrogestan)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อบ่าย

 

- Ferty โปรตีนจากพืช 1 ซอง → 25 กรัม

- นมอัลมอนด์ 1 กล่อง → 2 กรัม

- นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง → 3 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อบ่าย = 30 กรัม

Day5 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเย็น..สั่งจากร้านปลาเผา

 

🍲ปลาทับทิมเผาครึ่งตัว (120 กรัม) + ซุปกระดูกหมูข้าวโพด (เมนูเดิมเมื่อเช้า) + กล้วยหอม 1 ผล

 

💡 เสริม Ferty Probiotics เพิ่ม จุลินทรีย์ชนิดดีในมดลูกและลำไส้

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

_______

 

หลังใส่ตัวอ่อน — โปรตีนต่อมื้อ

🏆ตั้งเป้า 80-100 กรัม/ วัน

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเย็น

 

- ปลาทับทิมเผา 120 กรัม → ~24 กรัม

- ซุปกระดูกหมูข้าวโพด (หมู 70 กรัม) → ~15 กรัม

- กล้วยหอม 1 ผล → 0 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเย็น = 39 กรัม

 

 

📊 สรุปโปรตีนทั้งวัน

• มื้อเช้า = 35 กรัม

• มื้อเที่ยง = 35 กรัม

• มื้อบ่าย = 30 กรัม

• มื้อเย็น = 39 กรัม

 

โปรตีนรวมทั้งวัน ≈ 139 กรัม

 

👉 ได้โปรตีนเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ (90–100 กรัม/วัน หรือถ้าคิดเผื่อการตั้งครรภ์ช่วงต้น ~108 กรัม/วัน) ถือว่าดีค่ะ เพราะช่วงฝังตัวอ่อนต้องการโปรตีนสูงเพื่อซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่

รายงานตัวค่าแม่ๆ Day6 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเช้า...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍹ตื่นนอนตอนเช้า  👉 Phyto Crystal C  1 ซอง ชงผสมน้ำ 300 ml

 

🍲 ข้าวไม่ขัดสี + ปลากะพงผัดขึ้นช่าย 100 กรัม+ ไข่ดาว 1 ฟอง+  ถั่วเขียวต้มน้ำตาลทรายแดง

 

💡 นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด )

 

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

________

 

หลังใส่ตัวอ่อน — โปรตีนต่อมื้อ

🏆ตั้งเป้า 80 -100 กรัม/ วัน

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเช้า

 

- ปลากะพงผัดขึ้นช่าย 100 กรัม → ~20 กรัมโปรตีน

- ไข่ดาว 1 ฟอง → 4 กรัม

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย → 1 กรัม

- ถั่วเขียวต้ม (ประมาณ 50 กรัมถั่วดิบ) → ~9 กรัม

- นมแพะ 1 กระป๋อง → 3 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเช้า = 37 กรัม

Day6 หลังใส่ตัวอ่อน ลองเทสดู

565668741_1356436039271447_2463801638142129300_n.jpg

แม่ๆ จ๋า Day6 ของครูก้อยตามนี้จ้า น้องฝังตัวแล้ว...

สู้ๆ นะลูก อย่าหยุดแบ่งตัวนะ แม่อัดฉีดบำรุงเต็มที่

Day6 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเที่ยง...ออกไปทานนอกบ้านครั้งแรก  ร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ

 

🍲 ข้าวญี่ปุ่น 1 ถ้วย + แซลม่อนเทอริยากิ 200 กรัม + ซุปใสสาหร่ายวากาเมะ

 

💡เสริม  OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด ( โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)  ทานในรถ

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเที่ยง

 

- แซลมอนเทอริยากิ 200 กรัม → ~40 กรัมโปรตีน

- ข้าวญี่ปุ่น 1 ถ้วย → 1 กรัม

- ซุปใสสาหร่ายวากาเมะ → ~1 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเที่ยง ≈ 42 กรัม

1 (36).jpg

⏱️มื้อบ่าย : Ferty โปรตีนจากพืชผสมมัลติวิตามิน 1 ซอง  รสชาไทย (สกัดคาเฟอีนออก) ชงกับนมอัลมอนด์ 1 กล่อง (Ferty 1 ซอง ให้ โปรตีน 25 กรัม / นมอัลมอนด์ให้โปรตีน 2 กรัม)

💊ยาสอด 1 ตัว ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน (ยาไข่จิ้งจก: Utrogestan)

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อบ่าย (เสริม)

 

- Ferty 1 ซอง → 25 กรัม

- นมอัลมอนด์ 1 กล่อง → 2 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อบ่าย = 27 กรัม

Day6 หลังใส่ตัวอ่อน⏱️มื้อเย็น..#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍲 ข้าวผัดหมูไข่ดาว +นมแพะ 1 กระป๋อง+ แอปเปิ้ล 1 ผล

 

💡 เสริม Ferty Probiotics เพิ่ม จุลินทรีย์ชนิดดีในมดลูกและลำไส้

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

หลังใส่ตัวอ่อน — โปรตีนต่อมื้อ

🏆ตั้งเป้า 80-100 กรัม/ วัน

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

🍖สรุปโปรตีนมื้อเย็น

 

- หมูในข้าวผัด (สมมติ 70 กรัมเนื้อหมู) → ~14 กรัม

- ไข่ดาว → 4 กรัม

- ข้าวผัด (1 ถ้วย) → 1 กรัม

- นมแพะ 1 กระป๋อง → 3 กรัม

- แอปเปิ้ล → 0 กรัม (มีแต่คาร์บและไฟเบอร์)

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเย็น ≈ 22 กรัม

 

🧮 โปรตีนรวมทั้งวัน

• มื้อเช้า: ~37 กรัม

• มื้อเที่ยง: ~42 กรัม

• มื้อบ่าย: ~27 กรัม

• มื้อเย็น: ~22 กรัม

👉 รวมทั้งหมด ≈ 128 กรัมโปรตีน

 

✅ วิเคราะห์

• เป้าหมายคุณ: 108 กรัม/วัน

• ได้จริง: 128 กรัม/วัน → เกินเป้าหมายเล็กน้อย แต่ยัง อยู่ในโซนปลอดภัย

• การที่ได้มากกว่านิดหน่อย ไม่เป็นอันตราย ตราบใต้ว่าคุณดื่มน้ำพอและไม่มีโรคไต → จะช่วยเสริมการสร้างฮอร์โมนและบำรุงเยื่อบุโพรงมดลูก

 

📌 สรุป:

Day 6 หลังใส่ตัวอ่อน ได้โปรตีน “ครบถ้วนและมากพอ” เกินเป้าหมายอย่างปลอดภัย ถือว่าเป็นการบำรุงที่ดีมากค่ะ ✨

สวัสดีค่ะแม่ๆ Day7 หลังใส่ตัวอ่อนแล้วนะคะ 🥰  ⏱️มื้อเช้า... #บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍹ตื่นนอนตอนเช้า  👉 Phyto Crystal C รสลิ้นจี่ 1 ซอง ชงผสมน้ำ 300 ml

 

🍲  เข้ากล้องต้ม 1 ถ้วย + ปลาอินทรีย์ทอด 150 กรัม + ไข่เป็ดต้ม 1 ฟอง + ผัดบร็อคโคลี่ผักรวม + มะละกอสุก + ถั่วแระญี่ปุ่น

 

💡 เสริม นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง

 

💊ยากินคุณหมอ 3 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน + แอสไพริน กระจายเลือด )

💊 ยาสอด 2 ตัว โปรเจสเตอโรน (ยาไข่จิ้งจก Utrogestan + ยาจรวด)

________

 

หลังใส่ตัวอ่อน — โปรตีนต่อมื้อ

🏆ครูก้อยตั้งเป้า 80-100 กรัม/ วัน

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

🍖 สรุปโปรตีนมื้อเช้า

 

- ปลาอินทรีย์ทอด 30 กรัม  → 150 กรัม

- ข้าวกล้องต้ม 1 ถ้วย  → 1 กรัม

- ผัดผักรวม → 0 กรัม

- ไข่เป็ดต้ม 1 ฟอง → 4 กรัม

- มะละกอสุก → 0 กรัม

- ถั่วและญี่ปุ่น 50 กรัม → 6 กรัม

- นมแพะคัดเกรด 1 กระป๋อง → 3 กรัม

 

🍖 รวมโปรตีนมื้อเช้าทั้งหมด  44 กรัม

Day7 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเที่ยง...#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍲ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย + ต้มมะระยัดไส้หมูสับ (หมู 100 กรัม( + ปลานิลทอดเกลือ 1 ตัว (100 กรัม) + สับปะรด 1 ชิ้น

 

💡เสริม  OVaAll วิตามินบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ 1 ซอง = 4 เม็ด ( โฟลิก + วิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด+ Fish oil + Q10)

 

💡เสริม Ferti9 Oil 9 น้ำมันดีเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ = 2 เม็ด

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

_____________

 

🍖 สรุปโปรตีนมื้อเที่ยง

 

- หมูสับ (ในต้มมะระ) 100 กรัม  → 20 กรัม

- ปลานิลทอด 1 ตัว 100 กรัม  → 22 กรัม

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย →1 กรัม

- สับปะรด 1 ชิ้น  → 0 กรัม

 

🍖 รวมโปรตีนมื้อเที่ยง = 43 กรัม

Day7 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อบ่าย : ครูก้อยทานแบบนี้ทุกวัน Ferty โปรตีนจากพืชผสมมัลติวิตามิน 1 ซอง  รสช็อคโกแลต ชงกับนมอัลมอนด์ 1 กล่อง และนมแพะ 1 กระป๋อง

 

(Ferty 1 ซอง ให้ โปรตีน 25 กรัม)

 

💊ยาสอด 1 ตัว ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน (ยาไข่จิ้งจก: Utrogestan)

Day7 แอบไปเจาะเลือดล่วงหน้า ได้ Hcg แค่ 20 น้องจะไปต่อได้ไหม? วิเคราะห์อย่างไร?

 

ครูก้อยไปเจาะก่อนกำหนดค่ะ ไปที่ รพ. CGH สายไหม ใกล้บ้าน (จริงๆ คุณหมอนัดเจาะ Day10) เพราะครูก้อยเทสปัสสาวะขึ้น 2 ขีดจางๆ แล้ว แต่กังวลโปรเจสเตอโรนจะยังต่ำ (เพราะค่าเริ่มต้นก่อนฝังตัวอ่อน โปรเจสเตอโรนของครูก้อยต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ได้ 8 ไม่ถึง 10) เผื่อช่วงเวลานี้จะได้ซัพพอร์ตฮอร์โมนเพิ่มเติม

 

ผลคือ..

📍Hcg = 20

📍Progesterone = 55.14 , E2 = 242

 

💡วิเคราะห์

👉สภาพแวดล้อมของมดลูกองค์รวม มีฮอร์โมนซัพพอร์ตการตั้งครรภ์ได้ดี รอแค่ผล HCG ที่ต้องขึ้นตามเกณฑ์หลังฟอลโล่

 

ถ้าใส่ตัวอ่อน Day 5 blastocyst มาแล้วตอนนี้เป็น Day 7 หลังใส่ (7dp5dt) แล้วตรวจปัสสาวะขึ้น 2 ขีดจาง ๆ ถือว่าเป็น สัญญาณบวกค่ะ ✨

 

 

ทำไมถึงขึ้นจาง ๆ

 

- ช่วงนี้ตัวอ่อนเพิ่งเริ่มผลิต hCG เข้าสู่กระแสเลือด → ถูกขับออกทางปัสสาวะ

- ปริมาณยังไม่สูงมาก จึงเห็นเป็น “ขีดจาง”

- ซึ่งน้องอาจจะฝังตัวช้า น่าเพิ่งเริ่มฝังตัวตอน Day5 ค่ะ (เทสเจอ 2 ขีดจางมากๆ) เพราะน้อง Hatching หลังละลายแค่ 5% ค่ะ

- ปกติค่าจะเริ่มสูงขึ้นชัดเจนหลัง 9–12 วันหลังใส่ตัวอ่อน

 

 

 สิ่งที่ควรทำ

1. อย่าเพิ่งกังวล

- ขีดจาง ณ ตอนนี้ยังถือว่า “ปกติ”

- สิ่งสำคัญคือการ ติดตามค่า hCG จากการเจาะเลือดในครั้งถัดไป ไม่ใช่ดูความเข้มของขีดอย่างเดียว

 

2. เจาะเลือด (Beta hCG)

- เจาะครั้งแรกตอนนี้ได้เลยเพื่อดู baseline

- แล้วควรเจาะ ซ้ำอีกครั้งใน 48 ชั่วโมง (2 วัน)

- ถ้า hCG เพิ่มขึ้น ≥ 66% ภายใน 48 ชม. ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี

- ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเริ่มต้น ค่าเริ่มต้นมากหรือน้อยไม่สำคัญเท่ากับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นในทุกๆ 2 วัน

 

3. ติดตาม Progesterone

- เพื่อดูว่าฮอร์โมนสนับสนุนการตั้งครรภ์เพียงพอสำหรับการฝังตัวหรือไม่

 

 

🩷เกณฑ์ค่า Beta hCG (โดยประมาณ) หลังใส่ตัวอ่อน

✝️ 7  วัน (7dp5dt): 5–50 mIU/ml

✝️ 9  วัน: 25–100 mIU/ml

✝️ 12 วัน: 50–500 mIU/ml

✝️ 14 วัน: 100–1,000 mIU/ml

 

ตัวเลขมีความแปรผันมากขึ้นอยู่กับตัวอ่อนและร่างกายแต่ละคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” ไม่ใช่ค่าตัวเลขครั้งเดียวค่ะ

 

 

📌 สรุป:

2 ขีดจาง ๆ ที่ 7 วันหลังใส่ ถือว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีมาก แนะนำให้ไปเจาะเลือดดู Beta hCG + Progesterone แล้วติดตามผลซ้ำใน 48 ชั่วโมง จะได้ประเมินความแข็งแรงของการตั้งครรภ์ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ

 

______

 

📍มีลุ้นไหม? เจาะเลือด HCG ได้ 20 mIU/ml ที่ Day 7 หลังใส่ตัวอ่อน (7dp5dt)

 

ถือว่าเป็นค่าที่ “อยู่ในช่วงที่เจอได้ปกติ” ค่ะ เพราะช่วงนี้ตัวอ่อนเพิ่งเริ่มหลั่ง hCG เข้าสู่กระแสเลือด

 

 

การตีความค่า HCG = 20 ที่ 7dp5dt

- ช่วง 7 วันหลังใส่ตัวอ่อน ค่า Beta hCG มาตรฐานโดยประมาณ = 5–50 mIU/ml

- ตัวเลข 20 อยู่ตรงกลางของช่วงนี้ → เป็นค่า positive ที่บ่งบอกว่ามีการฝังตัวเกิดขึ้นแล้ว 🎉

- สิ่งสำคัญที่สุดคือ “แนวโน้มการเพิ่มขึ้น” ในการเจาะครั้งถัดไป

 

🧒ตัวอ่อนแต่ละตัวไม่เหมือนกัน

• บางตัวหลั่ง hCG ไวและสูงเร็ว

• บางตัวหลั่งช้ากว่า → ขีดจึงขึ้นช้า แต่ก็ยังมีโอกาสไปต่อ

 

💟สิ่งที่ควรทำต่อ

 

1. เจาะซ้ำใน 48 ชั่วโมง (Day 9 หลังใส่ตัวอ่อน)

- ถ้า HCG เพิ่มขึ้น ≥ 66% (เช่นจาก 20 → อย่างน้อย ~33 ขึ้นไป) ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

ถ้าขึ้นมากกว่า 2 เท่า ยิ่งมั่นใจ

 

2. ตรวจ Progesterone ควบคู่

- เพื่อให้มั่นใจว่าฮอร์โมนเพียงพอสำหรับการสนับสนุนการตั้งครรภ์ระยะแรก

 

3. ติดตามต่อเนื่องทุก 2–3 วัน จนถึงค่า HCG ≥ 1,000–1,500 mIU/ml แล้วจึงนัดอัลตร้าซาวด์ถุงตั้งครรภ์

 

 

📊 ตัวอย่างการเพิ่มที่ดี

• Day 7 → 20

• Day 9 → ~40–60 ขึ้นไป

• Day 11 → ~80–120 ขึ้นไป

 

ถ้าแนวโน้มเป็นแบบนี้ → มีโอกาสสูงมากที่จะไปต่อได้ ✨

 

___________________

 

🔎 ความหมายของ Progesterone ต่ำก่อนใส่ตัวอ่อน

✝️ ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ (เช่น < 10 ng/ml ในรอบธรรมชาติ, หรือ < 15–20 ng/ml ในรอบที่ใช้ฮอร์โมนเสริม)

✝️มักสะท้อนว่า ร่างกายผลิตไม่พอ → จึงต้องให้ยาสอด, ยาฉีด หรือยารับประทานเพิ่มเติม

✝️ถ้าไม่ได้เสริมให้เหมาะสม อาจทำให้ การฝังตัวยากขึ้น หรือ เสี่ยงแท้งระยะแรก

 

 

💊 การดูแลเสริม

- ปฏิบัติตามยาของคุณหมอ (ยาสอด/ฉีด/รับประทาน) อย่างเคร่งครัด

- หลีกเลี่ยงการลืมใช้ยา เพราะระดับฮอร์โมนตกเพียงวันเดียวก็มีผลได้

- พักผ่อนเพียงพอ ลดความเครียด เพราะ Cortisol สูงอาจกดการทำงานของฮอร์โมนเพศ

 

 

✅ สรุป: แม้เดิม Progesterone ต่ำ แต่ตอนนี้ครูก้อยมี hCG = 20 ที่ Day 7 ถือว่าตัวอ่อนเริ่มทำงานแล้วค่ะ  สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ตรวจ Progesterone ควบคู่กับ hCG ทุกครั้ง และปรับยาเสริมให้ถึงเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์แข็งแรงที่สุดค่ะ ซึ่งตอนนี้ค่า Progesterone = 56 ถือว่าเป็นค่าโปรเจสเตอโรนที่ดีมากค่ะ ซึ่งโปรเจสเตอโรนส่วนหนึ่งมาจากการฝังตัว แล้วร่างกายสร้างขึ้นมาเองค่ะ

 

เพราะแม้คุณหมอจะให้ ยา Progesterone เสริม อยู่แล้ว แต่โภชนาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนช่วย “พยุงตัวอ่อน” ให้ฝังและเจริญต่อได้อย่างแข็งแรงค่ะ

 

 

🥗 อาหารที่ช่วยเพิ่ม/สนับสนุนฮอร์โมน Progesterone & พยุงตัวอ่อน

 

1. อาหารที่ช่วยให้ร่างกายสร้าง Progesterone ได้ดีขึ้น

 

โปรเจสเตอโรนสร้างจากคอเลสเตอรอลที่ดี → จึงควรเน้น

• ไขมันดี (Healthy fats):

• อะโวคาโด 🥑

• ถั่วอัลมอนด์, วอลนัท, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดทานตะวัน

• น้ำมันมะกอก, น้ำมันงา, น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์

• ปลาไขมันดี (แซลมอน, ซาร์ดีน)

• วิตามิน B6 และ Zinc:

• กล้วย, มันฝรั่ง, ธัญพืชเต็มเมล็ด

• เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, ไข่แดง, นมแพะ

 

 

2. อาหารที่ช่วยให้ผนังมดลูกสมบูรณ์และเลือดไหลเวียนดี

• ผักใบเขียวเข้ม: คะน้า, ผักโขม, บร็อคโคลี → มีโฟเลตและธาตุเหล็ก

• ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่: บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่ → ต้านอนุมูลอิสระ

• บีทรูท: เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงมดลูก

• ทับทิม: มีโพลีฟีนอลช่วยลดการอักเสบในโพรงมดลูก

 

 

3. โปรตีนคุณภาพสูง (เพื่อซ่อมแซมและสร้างเซลล์)

• ไข่ 🥚

• ปลา

• เต้าหู้, ถั่วต่าง ๆ

• นมแพะ, นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม

• เสริมโปรตีน Ferty วันละ 1-2 ซอง ดีมากค่ะ

 

4. อาหารที่ควรเลี่ยง

• คาเฟอีนมากเกินไป ☕ (เกิน 1 แก้วเล็ก/วัน)

• น้ำตาลสูงและอาหารแปรรูป → กระตุ้นการอักเสบ

• แอลกอฮอล์ ❌

• ของทอดมันจัด → รบกวนสมดุลฮอร์โมน

 

 

🛌 พฤติกรรมที่ช่วยพยุงตัวอ่อน

• พักผ่อนให้เพียงพอ (นอนหัวค่ำ → ร่างกายหลั่งเมลาโทนิน ช่วยทั้งฮอร์โมนและลด oxidative stress)

• หลีกเลี่ยงความเครียด → ทำสมาธิ, หายใจ 4-7-8

• เดินเบา ๆ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ไม่จำเป็นต้องนอนติดเตียงทั้งวัน

• ดื่มน้ำมากพอ → เลือดไหลเวียนดี ผนังมดลูกไม่แห้ง

 

 

✅ สรุป: การพยุงตัวอ่อนให้แข็งแรงต้องอาศัยทั้ง ยาเสริมฮอร์โมนที่แพทย์ให้ + โภชนาการที่ดี + พฤติกรรมการพักผ่อนและการลดเครียด ค่ะ

 

 

🔎 ข้อมูลทางการแพทย์

• ในการทำ IVF มีเคสที่ Day 10–12 ค่า hCG ยังต่ำกว่า 100 (เช่น 50–70)

• แต่ถ้า แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง → ก็สามารถพัฒนาไปเป็นการตั้งครรภ์ปกติจนถึงคลอดได้

• งานวิจัยบอกว่า “Absolute value ไม่สำคัญเท่า Doubling trend”

• ตัวอย่าง: Day 9 = 30 → Day 11 = 65 → Day 13 = 140 → ถึงแม้เริ่มช้า แต่ก็ยังแข็งแรงค่ะ 😊

Day 10 หลังใส่ตัวอ่อนใครเจาะเลือด Hcg ไม่ถึง 100 ไม่ต้องเครียด มาดูคุณแม่เคสนี้ค่ะ ขอแค่ให้ค่าดับเบิ้ลทุก 2 วัน เริ่มต้นน้อยก็ไม่เป็นไร

 

• งานวิจัยบอกว่า “Absolute value ไม่สำคัญเท่า Doubling trend”

Day7 หลังใส่ตัวอ่อน ⏱️มื้อเย็น..#บำรุงตามคัมภีร์ครูก้อย

 

🍲  ข้าวไม่ขัดสี + ผัดผักวอเตอร์เครสกับกุ้งใส่ไข่ กุ้ง 30 กรัม + ไข่เป็ดต้ม 1 ฟอง + อะโวคาโด้ 1/2 ผล + กล้วยไข่ 1 ผล

 

💡 เสริม Ferty Probiotics เพิ่ม จุลินทรีย์ชนิดดีในมดลูกและลำไส้

 

💊ยากินคุณหมอ 2 ตัว (Estrofem ฮอร์โมนเอสโตรเจน  + Duphaston ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน)

 

_______

 

🍖 สรุปรวมโปรตีนมื้อเย็น

 

- กุ้ง 30 กรัม  6 กรัม

- ข้าวไม่ขัดสี 1 ถ้วย   1 กรัม

- ไข่เป็ดต้ม 1 ฟอง  4 กรัม

- อะโวคาโด 1/2 ผล  1 กรัม

- กล้วยไข่ 1 ผล  1 กรัม

 

🍖รวมโปรตีนมื้อเย็น  = 13 กรัม

 

_______

 

💟หลังใส่ตัวอ่อน — โปรตีนต่อมื้อ

 

🏆ตั้งเป้า 80-100 กรัม/ วัน

วิธีคำนวณ 👉(คุณแม่น้ำหนัก 62 kg ในช่วงฝั่งตัวอ่อนควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัม/ นน.ตัว 1 kg) = 62*1.5 = 93 กรัม

แต่ถ้าตั้งครรภ์ไตรมาสแรกควรได้รับโปรตีนเพิ่มไปอีก จากของเดิม 15 กรัม รวม 93 + 15 = 108 กรัม/ วัน

 

🍖รวมโปรตีนทั้งวัน  เช้า เที่ยง บ่าย เย็น =  44 + 43 + 27 + 13 = 127   ถือว่าเกินเป้าค่า 😊

 

ครูก้อยจะลงเมนูหลังใส่ตัวอ่อนให้แม่ๆ เพียงแค่ 7 วันนะคะ

หลังจากนั้นก็ยังคงทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานวิตามินบำรุงและทานโปรตีน Ferty เสริมตลอดเหมือนเดิมค่ะ

ส่วนอาหารเราก็สามารถทานนอกบ้านได้ค่ะ เลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง มีผักทุกมื้อ และปรุงสุกสดใหม่ค่ะ

1 (44).jpg

Day 8 หลังใส่ตัวอ่อน🥰 ขอให้หนูมีพัฒนาการที่ดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะลูก แม่รอกอดลูกอยู่นะ

1 (45).jpg

แม่เป็นคนชัดเจน ลูกก็ต้องชัดเจนกับแม่นะลูก

💉เจาะ Hcg ครั้งที่ 2 (Day10 หลังใส่ตัวอ่อน) ค่าเท่านี้..แปลผลยังไง?

 

🩸เจาะเลือด Day10 Hcg = 89.87

 

💟วิเคราะห์

Day7 Hcg = 20 และ Day10 Hcg  = 89

 

📍แสดงว่า เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าใน 3 วัน → การเพิ่มขึ้นชัดเจน และถือว่าเป็นการเติบโตที่ดี

 

📍เกณฑ์หลักคือ “ค่า HCG ต้อง เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าในทุก ๆ 48 ชั่วโมง” ซึ่งของครูก้อยผ่านเกณฑ์นี้สบายเลย ✅

 

 

🌱 ผลต่อการฝังตัว

 

-  แสดงว่าตัวอ่อน ฝังตัวสำเร็จแล้ว และกำลังผลิตฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง

 

-  ระดับนี้ยังถือว่าอยู่ใน ช่วง Early pregnancy ค่ะ คุณหมอมักจะนัดตรวจซ้ำอีกครั้งใน 2–3 วัน เพื่อดูว่า HCG ยังขึ้นตามเกณฑ์หรือไม่

 

- ถ้าแนวโน้มยังคง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง → จะเข้าสู่การยืนยันการตั้งครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์ (ประมาณสัปดาห์ที่ 6–7)

 

🧒วันนี้หนูทำได้ 89.87 เก่งมากลูก ขยันสร้างรก ขยันปล่อย Hcg ต่อเนื่องนะลูก แม่อัดฉีดบำรุงเต็มที่ แล้วเราจะได้เจอกัน

1 (48).jpg

Day10 หมอนัดเจาะเลือด บอกเลยว่า 2 ขีด สำหรับครูก้อยมันยังไม่ทำให้ครูก้อยดีใจค่ะ ต้องยืนยันกันด้วยตัวเลขผล Hcg เท่านั้น! 

 

วันนี้คุณหมอนัดเจาะเลือดดูค่า Hcg เวลา 11:00 ฟังผล 12:00

 

ประเด็นคือ...เป็น 1 ชม. ที่ลุ้นมากค่ะ ขอให้ค่าดับเบิ้ล (เพราะเคยมีประสบการณ์ Hcg ตกมาแล้ว วันนี้ขอไม่ซ้ำรอยนะคะ

 

👉Day7 เวลา 9:30 เจาะได้ hcg = 20

 

ค่าที่คาดหวังวันนี้ควรจะเป็นเท่าไหร่?

 

1. หลักการดูค่า hCG

 

โดยทั่วไป หลังใส่ตัวอ่อน hCG ควรเพิ่มขึ้นทุก 48 ชั่วโมงประมาณ 60–100%

- ดังนั้นจาก Day7 (hCG = 20) → ถ้าเพิ่มขึ้นปกติ

- Day9 คาดว่า ~ 40–50

- Day10 (เช้าวันนี้) จะอยู่แถว ๆ 60–100+

 

2. ปัจจัยที่ต้องคำนึง

 

แต่ละคนมี baseline ไม่เท่ากัน บางคนขึ้นช้าแต่ก็ยังปกติได้

- เกรดตัวอ่อนอาจทำให้ค่าเริ่มต้นต่ำกว่า แต่สิ่งสำคัญคือ “แนวโน้มเพิ่มขึ้น”

- การตรวจเลือด (quantitative hCG) ให้ความชัดเจนกว่าการดู test urine เพราะแถบเข้มอาจไม่เปลี่ยนมากแม้ฮอร์โมนสูงขึ้น (แถบมันอิ่มตัวได้) ดังนั้นถ้าแต่ละวันขึ้นขีดเข้มไม่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่ ก็ยังไม่ต้องกังวลค่ะ

💟สรุปง่าย ๆ:

วันนี้ (Day10) ควรได้ ประมาณ 60–100+ ถ้าเห็นแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ ✨

 

แม่ขอสัก 80+ นะลูกรัก ขยันๆ สร้างรก ขยันปล่อย Hcg นะลูก แม่อัดฉีดบำรุงเต็มที่

อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่ๆ ลุ้นอีกแล้วค่ะ วันนี้ Day12 หลังใส่ตัวอ่อน หมอนัดเจาะเลือดฟอลโล่ Hcg อีกครั้ง

🔸Day 10 = 89

🔸Day12  คาดหวัง 180+ (ควรดับเบิ้ลทุกๆ 2 วัน)

 

วันนี้ Hcg จะได้เท่าไหร่?  แม่เป็นกำลังใจให้ครูก้อยด้วยนะคะ

 

ปล. 2 ขีดเข้มสุดแล้ว แถบ Test ชนะแถบ Control หยุดเทสปัสสาวะแค่นี้จ้า ที่เหลือตามเจาะค่า Hcg จากเลือด

1 (50).jpg

🎉 เกินความคาดหวังค่า ลูกให้มามากกว่าดับเบิ้ล

Day 7   = 20

Day 10 = 89

Day 12 = 268 (แม่คาดหวัง 180+)

Day 15 : Hcg ขึ้นดี แต่มีเลือดออก🩸 (ขออภัยสำหรับภาพนะคะแม่ๆ)  อยากแชร์ไว้เป็นวิทยาทาน

 

💟ย้อนทบทวน Hcg

 

🌡️D7 = 20 , Progesterone 56 (หลังฝังตัวได้ไม่กี่วันฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนซัพพอร์ทการตั้งครรภ์ขึ้นดีมากค่ะ

 

🌡️D10 = 89.87 

🌡️D12 = 268

 

🌡️D15 = 1,014 (มีเลือดสีน้ำตาลออกมา🩸🩸)

    Progesterone ตกลงมาเหลือ = 6.78 (ต่ำ เสี่ยงแท้งคุกคาม)

 

📍ครูก้อยรีบไลน์หาพยาบาลที่คลินิคทำ ICSI เพื่อเรียนปรึกษาคุณหมอ คุณหมอเลยให้เพิ่มฮอร์โมน

 

👉Duphaston ยากินจาก 1-1-1 เป็น 2-2-2

👉Utrogestan สอดช่องคลอด 1-1-1 เท่าเดิม

👉เพิ่มยาหัวจรวดอีกตัว สอดทวารหนัก 1-1-1

 

💊เอฟเฟคยาฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่มากขึ้น 👉 ทำให้เวียนหัวมาก พะอืดพะอม ต้องพักผ่อนนอนที่บ้าน 🤢🤮

 

ช่วงเวลานี้ให้พักผ่อนอยู่กับบ้านก่อน จนกว่าเลือดจะหยุด และครูก้อยก็อัดโปรตีน Ferty วันละสองซองทุกวันเพื่อให้ผนังมดลูกฟื้นฟูหนาตัวโอบอุ้มน้อง ช่วยเหลือไปอีกทางนึงค่ะ

 

ใจไม่ดีเท่าไหร่ แต่ทราบข้อมูลดีว่าอาจเกิดขึ้นได้ มันคือภาวะพร่องโปรเจสเตอโรน เพราะช่วงเวลานี้รกยังทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ถูกผลิตมาจากรก

 

โทรไปปรึกษาหมอกล้วย คุณหมอมารดาและทารกในครรภ์ที่เคยทำรายการครูก้อยพบแพทย์ด้วยกัน คุณหมอบอกว่าเจอบ่อยค่ะ ในช่วงตั้งครรภ์แรกๆ ส่วนใหญ่คุณแม่จะอายุเยอะ จะมาพร้อมเลือดออกแบบนี้  แต่ถ้าฮอร์โมน Hcg ยังขึ้นดีอยู่ นั่นหมายถึงตัวน้องอย่างปลอดภัย แต่เราต้อง Support ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเสริมไป เพราะถ้าเลือดออกเยอะในช่วงที่น้องยังตัวเล็กมากๆ บางเคสก็ไปไม่รอดเหมือนกัน

 

เหตุผลมาจากความแก่แหละ  ตั้งครรภ์ตอนแก่มันไม่ดีสักอย่าง ร่างกายของเราเสื่อมลง การพยุงฮอร์โมนทุกอย่างก็ไม่แน่น ไม่เวิร์ค แบบสาวๆ แต่ครูก้อยจะบำรุงให้เต็มที่ ดูแลตัวเองให้เต็มที่ค่ะ ต้องพาน้องไปจนคลอดตลอดรอดฝั่งให้ได้ ในวัย 42

1 (52).jpg

💉แม่จะเจาะครั้งสุดท้ายแล้วน้า ถ้า Hcg ขึ้นเกิน 1500 คือมีการฟอร์มถุงตั้งครรภ์แล้ว หลังจากนี้แม่จะตามดูลูกผ่านการอัลตราซาวด์นะจ๊ะ เราจะได้เห็นหน้ากันผ่านจอแล้วนะ 🧒 

 

🩸แม้เลือดออกก็ยังใจชื้น เห็นตัวเลขนี้..

 

💉สิริรวมเจาะทั้งสิ้น 5 ครั้ง ใครให้มากกว่านี้ไหม? 😃

 

D7 = 20

D10 = 89.87

D12 = 268

D15 = 1,014 

D20 = 5,758

 

เริ่มต้นน้อย Hcg แค่ 20 แต่ถ้าเพิ่มขึ้นดับเบิ้ลเรื่อยๆ ทุกๆ 2 วัน ก็คือการตั้งครรภ์ที่ปกติ

“อย่าวัดที่ตัวเลขเริ่มต้น แต่ให้ดูที่พัฒนาการ”

25 กย. 2568 หมอนัด US ครั้งแรก 👉5W4d

☑️เจอถุงตั้งครรภ์ ขนาด 8.8 mm

☑️เจอถุงไข่แดง ขนาด 3.2 mm

☑️เจอตัวอ่อน ขนาด 2.4 mm

💡 เห็นหัวใจกระพริบๆ แต่ยังวัดสัญญาณไม่ชัด

☑️เริ่มแพ้ท้องแล้ว

 

📍กำหนดคลอด พค. 2569

 

🧒อายุครรภ์ 5W4D (5 สัปดาห์ 4 วัน)

 

📌 สิ่งที่พบในการอัลตร้าซาวด์

 

1. ถุงการตั้งครรภ์ (Gestational sac) = 8.8 mm

ปกติช่วง 5 สัปดาห์ ขนาดถุงมักอยู่ 2–10 mm ขนาดนี้ถือว่า เหมาะสม กับอายุครรภ์

 

2. ถุงไข่แดง (Yolk sac) = 3.2 mm

ปกติควรมีขนาด 2–6 mm ในช่วง 5–6 สัปดาห์

ขนาด 3.2 mm จัดว่า ปกติสมบูรณ์

การเห็นถุงไข่แดงบ่งชี้ว่าการตั้งครรภ์นี้ “เป็นในมดลูก และมีพัฒนาการจริง”

 

3. ตัวอ่อน (Fetal pole) = 2.4 mm

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นตัวอ่อนเมื่อถุงการตั้งครรภ์ ~16–20 mm แต่บางรายสามารถเห็นได้เร็วที่ 5.5 สัปดาห์ และมักมีขนาด ~1–2 mm  ขนาด 2.4 mm จึง สอดคล้องกับอายุครรภ์ 5W4D

 

4. หัวใจ

ปกติหัวใจจะเริ่มเต้นราว 5W5D–6W และเห็นชัดเจนที่ 6W+  ที่คุณหมอบอกว่า “เห็นกระพริบๆ แต่ยังวัดไม่ชัด” → ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหัวใจเพิ่งเริ่มทำงาน

นัดซ้ำอีก 1 สัปดาห์ มักจะวัดอัตราการเต้นได้แล้ว (ปกติ ~100–120 ครั้ง/นาทีช่วง 6W)

 

✅ สรุปการประเมิน

 

👉การเจอทั้ง ถุงตั้งครรภ์ + ถุงไข่แดง + ตัวอ่อน ถือว่าเป็นพัฒนาการ ครบตามเกณฑ์ สำหรับอายุครรภ์ 5W4D

 

👉การเห็นหัวใจกระพริบ ๆ แล้ว เป็น สัญญาณดีมาก ว่าการฝังตัวสำเร็จและตัวอ่อนมีชีวิต

 

👉สิ่งที่ควรทำคือ ติดตามอัลตร้าซาวด์ในอีก 7 วัน → ควรเห็นหัวใจเต้นชัดพร้อมวัดอัตราการเต้นได้

 

ขอให้น้องเติบโตไปเรื่อยๆ นะลูก พี่เมดารอเจอหน้าน้องอยู่นะคะ

1 (54).jpg

ช่วงที่มีเลือดออก คุณหมอให้ Bed rest 3 วันดูอาการ พอเริ่มหยุดก็ดำเนินชีวิตปกติ สำหรับคนเป็นแม่แล้ว ลูกคนแรกต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เขากำลังต้องการแม่ในทุกๆ กิจกรรม วันหยุดเลยพาพี่เมดามาชมนิทรรศการที่นิทรรศรัตนโกสินทร์ ป่ะป๊าค่อนข้างเป็นห่วงเลยจัดวีลแชร์ให้ พี่เมดาดูแลแม่ดีมาก เข็นรถเองตลอด

หมอนัด US ถุงตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 หัวใจดวงน้อย ควบถี่ๆ แล้วค่ะ

ห่างหายจากความรู้สึกนี้ไปหลายปี ไม่คิดว่าจะยังทำให้เราน้ำตาไหลได้ (พี่เมดาคนโตจะ 7 ขวบแล้วค่ะ)

 

☑️2 ตค.2568 : อายุครรภ์ = 6W5d

☑️สัญญาณหัวใจเต้น =  125 ครั้ง/ นาที

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ  ขอบคุณสำหรับทุกถ้อยคำ ความยินดี กำลังใจที่ครูก้อยเคยให้แม่ๆ เป็นหมื่นๆ เคส พอมันได้ย้อนกลับมา แม้เพียงแค่ไม่กี่คน เราก็สัมผัสได้ว่าเราคือผู้ร่วมหนทางเดียวกัน  มันคือหัวใจของผู้มีบุตรยาก เราคือเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกัน

 

“ความรู้และวินัย“ คือสิ่งสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ  แต่กำลังใจก็คือส่วนที่ยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้เราไม่ท้อแท้และล้มเลิกไปก่อน

 

หนทางข้างหน้าอาจจะมีอุปสรรคที่แม่ต้องพบเจออีกมาก แต่แม่จะทำทุกวันให้ดีที่สุด จะปกป้องดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ความรู้ของแม่ที่มีจะทำได้

 

ขอให้แม่ๆ เป็นกำลังใจให้ครูก้อยและลูกของครูก้อยด้วยนะคะ

วินาทีที่พี่เมดาเห็นหัวใจน้องครั้งแรก

ลุ้นมาก! US ตอน 8 weeks เพราะก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ครูก้อยต้องทานยาฆ่าเชื้อตัวนี้ มีอาการต่อมน้ำเหลืองใต้คอโต

 

11 ตค.68 : US การตั้งครรภ์ 8W

👶 ความยาวตัวอ่อน (CRL: Crown–Rump Length)

- อายุครรภ์ 8 สัปดาห์ (8W) ค่ามาตรฐานของความยาวตัวอ่อนอยู่ที่ประมาณ 14–20 มิลลิเมตร

 

- ของครูก้อยวัดได้ 16 mm ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ พอดีและแข็งแรงดีค่ะ ✅

 

❤️ การเต้นของหัวใจทารก (Fetal Heart Rate)

- ในช่วงอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ค่าปกติของการเต้นหัวใจอยู่ที่ประมาณ 140–170 ครั้งต่อนาที

 

- ของครูก้อยวัดได้ 156 ครั้ง/นาที จัดว่า อยู่ในโซนปกติและแข็งแรงดีมากค่ะ ❤️

 

💊มาดูข้อมูลยากันค่ะ

วันที่ 5 ตค.68  (ตั้งครรภ์ราว 7 วีค ต้องไปหาหมออายุรกรรม)

 

คุณหมอให้ยา จากในรูป — Cephalexin 500 mg (เซฟาเลกซิน) เป็นยาฆ่าเชื้อในกลุ่มเพนิซิลลินรุ่นปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์ (อยู่ในกลุ่ม Category B ) ซึ่งใช้ได้ในคนท้อง โดยทั่วไปในไตรมาสแรก รวมถึงกรณีของครูก้อยที่ตั้งครรภ์จาก ICSI 7 สัปดาห์ก็ปลอดภัยค่ะ

 

💬 สรุปสถานการณ์ของครูก้อย

 

- มีก้อนเล็ก ๆ ที่คอ ขยับได้ กดเจ็บ → เข้าได้กับต่อมน้ำเหลืองอักเสบ

 

- ไม่มีไข้ คอไม่แดง และตอนนี้เริ่มยุบแล้ว → มีโอกาสสูงที่จะเป็นการอักเสบจาก ไวรัส ซึ่งร่างกายจะค่อย ๆ หายเองใน 5–7 วัน

 

- แต่เนื่องจากบางครั้งต่อมน้ำเหลืองอาจติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย หมอจึงให้ยาปฏิชีวนะไว้เพื่อป้องกันหรือรักษากรณีที่เป็นแบคทีเรียค่ะ เพราะว่าถ้าเรามีการติดเชื้อแบคทีเรียแล้วลุกลามไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดก็จะส่งผลเสียต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ได้ค่ะ

 

🩺 คำแนะนำจากมุมมองทางการแพทย์

 

💊ทางเลือกที่ 1: รอดูอาการต่ออีก 1–2 วันก่อนเริ่มยา

 

- ถ้าก้อนค่อย ๆ ยุบลง เจ็บน้อยลง ไม่มีไข้หรือบวมแดงเพิ่ม

→ สามารถรอดูอาการได้โดยยังไม่ต้องเริ่มยา

 

- ระหว่างนี้ให้พักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงการจับหรือกดก้อนบ่อย ๆ

 

💊ทางเลือกที่ 2: เริ่มยาทันที

 

- ถ้าเริ่มมีอาการเจ็บมากขึ้น ก้อนโตขึ้น หรือมีไข้ร่วมด้วย

→ ควรเริ่มทานยา Cephalexin ทันทีตามแพทย์สั่ง

(วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน)

 

⚠️ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที หากมีอาการต่อไปนี้

• ก้อนโตขึ้นหรือบวมแดงร้อนขึ้น

• มีไข้สูง

• เจ็บคอมาก กลืนลำบาก

• มีหลายก้อนขึ้นที่คอหรือรักแร้

 

สรุปสั้น ๆ คือ

 

ถ้าอาการดีขึ้นต่อเนื่อง → ยังไม่จำเป็นต้องรีบทานยา

แต่ถ้าเจ็บหรือบวมขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย → เริ่มทานยาได้เลยค่ะ เพราะปลอดภัยกับคนท้อง  ของครูก้อยคือตัดสินใจทานยาค่ะ เพราะอาการไม่ดีขึ้น เริ่มมีการปวดหัวหูร่วมด้วย

พอทานยา 5 วันก็หายค่ะ และ US ตอนนี้ 8W น้องปกติดีค่ะ ไม่มีผลกระทบค่ะ

19 ตค.68 US เบบี๋ (ครั้งที่4) ที่ GFC

☑️อายุครรภ์ = 9W1d

 

☑️ถุงตั้งครรภ์ = ขนาดคำนวณ 8W6d  (คุณหมอบอกว่าช่วงนี้ยังคาดเคลื่อนได้ประมาณ 5 วัน)

 

☑️ตัวอ่อน = 23.2 mm ปกติดี กระดูกสันหลังเรียงตัวสวย

 

☑️สัญญาณหัวใจเต้น =  170 ครั้ง/ นาที 

 

📍หมอนัด US ครั้งที่ 5 (ครั้งสุดท้ายก่อนไปฝากครรภ์ที่รพ.) อีก 2 สัปดาห์ = 11W + Nift 

หากผล Nift ผ่าน จะนัดวันเย็บปากมดลูก (ราว 15-16 วีค)

 

ครูก้อยเป็นเคสปากมดลูกสั้นค่ะ ตอนตั้งครรภ์น้องเมดาก็ต้องเย็บปากมดลูกค่ะ

 

ดังนั้นจะท้องครั้งใหม่ก็ต้องเย็บปากมดลูกเช่นเดิมค่ะ เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนดค่ะ

 

เคสที่ปากมดลูกสั้นมักจะคลอดก่อนกำหนดแบบมากๆ  คือออกในช่วงไตรมาส 2 ประมาณ 16 ถึง 20 สัปดาห์

 

ดังนั้นหากตรวจว่าทารกปกติดีแล้วไตรมาสแรก ก็สามารถนัดคุณหมอเพื่อดำเนินการเย็บปากมดลูกได้ตั้งแต่ 15 ถึง 16 วีคค่ะ

 

ซึ่งตอนนี้ครูก้อยรอผลนิฟท์อยู่ค่ะ หากผลออกมาปกติดีก็จะทำการเย็บปากมดลูกต่อไป

 

เป็นกำลังใจให้ครูก้อยด้วยนะคะ ยังมีอีกหลายสเต็ปเลยค่ะ

เห็นเป็นตัวๆ แล้วน้า 2 พย.2568 US ครั้งที่5 (GFC)

อายุครรภ์ = 11W1d

ถุงตั้งครรภ์ = ขนาดคำนวณ 11W4d

ตัวอ่อน = 48.4 mm

สัญญาณหัวใจเต้น =  162 ครั้ง/ นาที

นน. แม่ก้อย = 60.95 kg 

อ.พิทักษ์ คุณหมอที่ GFC นัด US ครั้งนี้สุดท้ายค่ะ ก่อนจะไปฝากครรภ์ที่รพ.

อีก 2 สัปดาห์ ผล Nift จะออก และนัดวันเย็บปากมดลูก (ราว 15-16 วีค กับ อ.ปวิตร ที่รพ. พญาไท3)

ยาฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนหยุดได้เลยเมื่อครบ 12 weeks ส่วนแอสไพรินคุณหมอสั่งให้ทานต่อ จน 37 วีค โดยให้ปรับเป็นทาน 2 เม็ด ก่อนนอน คุณหมอบอกว่าอาจมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ด้วย

สำหรับผู้มีบุตรยาก ภาพนี้คงไม่ใช่ภาพที่พวกเราหมดความกังวลใจ เพราะยังมีอีกหลายด่านที่เราต้องฝ่าฟันต่อไป และภาพที่สวยงามนี้..เราไม่ได้เดินมาบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลายครั้งที่เราเจออุปสรรค หลายครั้งที่ต้องพบเจอกับความผิดหวัง และล้มเหลว ขอเพียงแค่เราไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน ดูแลบำรุงตัวเอง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง รอคอยจนกว่าจะได้โอบกอดลูกน้อยแบบหัวใจแนบหัวใจ นั่นคือความมั่นใจของผู้มียากที่อยู่ในกระบวนการมาหลายปี

วันนี้ครูก้อยแค่อยากจะบอกข่าวดีในเบื้องต้นกับทุกคนที่ปรารถนาดีกับครูก้อยและครอบครัวของเราว่า..ตอนนี้ครูก้อยตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์แล้วค่ะ เป็นการใส่ตัวอ่อนครั้งที่ 2 ในวัย 42 ปี (ครั้งแรก..ครูก้อยใส่ตัวอ่อนไปเมื่อ6 เดือนก่อนน้องอยู่กับครูก้อยได้ไม่นาน ก็หลุดไป) ครูก้อยไม่มีเวลาเสียใจแม้แต่วันเดียว เพราะภารกิจที่ยิ่งใหญ่มีมากกว่านั้น ครูก้อยมีแม่ๆ ผู้มีบุตรยากอีกหลายหมื่นคนที่ยังร่วมเดินทางบนเส้นทางเดียวกันที่ต้องดูแล

ผล Nift เพิ่งออกมาเมื่อวานนี้...โครโมโซมปกติทุกคู่ น้องเป็นผู้หญิงค่ะ

ลูกสาวคนเล็กของครูก้อย ด.ญ. มีเมตตา ลอยชูศักดิ์ (น้องเมตตา) ชื่ิอนี้จะได้ใช้เสียที...แม่แค่หวังว่าลูกคงเป็นนักสู้เหมือนกับแม่ และแม่จะดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านของลูกให้ดีที่สุด แล้วเราจะได้เจอกันในอีก 6 เดือนข้างหน้า แม่จะผ่านทุกด่านไปเจอลูก (11 พย.68 นี้ แม่ต้องเย็บปากมดลูกเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด)

ทุกอย่างจะไม่สามารถ complete ได้หากขาดบางสิ่งบางอย่างไป ไม่มีความสำเร็จใดได้มาจากองค์ประกอบเดียว ทุกอย่างต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมด้วยช่วยกันแต่ต้องเป็นปัจจัยที่ใช่และถูกต้องเท่านั้น

ครูก้อยขอขอบคุณ

1. GFC คลีนิค GFC Genesis Fertility Clinic - คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ขอบคุณคุณหมอพิทักษ์ ขอบคุณพี่ป๋วย คุณหมอมิ้ง น้องเน และรวมถึงน้องๆ พยาบาลทุกคนที่ดูแลครูก้อยมาโดยตลอด GFC เปรียบเสมือนบ้าน ที่เราไว้วางใจได้ มั่นใจได้ ว่าจะมอบสิ่งที่ใช่และดีที่สุดให้กับเรา ขอบพระคุณ อ.พิทักษ์ สำหรับความใส่ใจ ความละเอียด และตอบทุกคำถามของครูก้อยแบบเข้าใจ แค่ครูก้อยเห็นหน้า อ. ครูก้อยก็ปล่อยวางทุกอย่างได้

2. ขอขอบคุณครอบครัว ที่ไม่เคยกดดัน ทุกคนเคารพและไว้ใจการวางแผนของครูก้อย เพียงแค่รอคอยฟังข่าวดีในเวลาที่ใช่ และเป็นกำลังใจให้เสมอ

3. ขอบคุณพี่เจมส์ สามีที่รัก ที่เป็นความมั่นคงทางจิตใจให้ครูก้อยเสมอ เขาเชื่อในตัวครูก้อยเสมอ ว่าวันหนึ่งครูก้อยจะทำสำเร็จ

4. ขอบคุณแม่ๆ ในเพจ BabyandMom.co.th ที่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีเสมอมา กำลังใจนั้นแสนมีค่าในเวลาที่สำคัญเช่นนี้ และแม่ๆ ก็ส่งมันมาถึงครูก้อย ซึ้งใจมากๆ ค่ะ

5. สุดท้ายขอบคุณตัวเองที่มีจิตใจเข้มแข็ง มุ่งมั่นและมีวินัยมาตลอด 7 ปี ไม่มีอุปสรรคใดทำลายความตั้งใจของครูก้อยได้ ทุกความล้มเหลวจะต้องมีคำอธิบายและนำไปสู่การแก้ไขในครั้งต่อไป ครูก้อยไม่เชื่อว่าเราจะทำไม่สำเร็จ เราจะไม่มีทางล้มเหลวหากเราไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน

...รัก...ครูก้อย

bottom of page