top of page
ค้นหา

น้ำมะกรูด ครูก้อยดียังไง ทำไมคุณแม่อยากมีลูกต้องทาน


สำหรับคุณแม่คนไหนที่อยากมีลูกแต่ลองทำมาหลายวิธีแล้วลูกน้อยก็ยังไม่มาสักที วันนี้ครูก้อยจะมาแนะนำหนึ่งในเคล็บลับที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนเลือกใช้ นั่นคือน้ำมะกรูด SHOT 100% by ครูก้อย ว่าน้ำมะกรูด ครูก้อยดียังไง วันนี้ครูก้อยจะมาเล่าให้ฟังค่ะ


ทำไมต้องน้ำมะกรูด ครูก้อย


น้ำมะกรูด SHOT 100% by ครูก้อย เป็นน้ำมะกรูดสำหรับเตรียมร่างกายของคุณแม่ให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์ธรรมชาติและคุณแม่ที่เตรียมทำ IUI, IVF, ICSI เพราะมี "วิตามิน C" ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ไข่และป้องกันไข่ไม่ให้เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ อีกทั้งเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ช่วยให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้น รองรับการฝังตัวของตัวอ่อนได้เป็นอย่างดี


และที่สำคัญยังช่วยป้องกันภาวะแท้งบุตรได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้น้ำมะกรูดยังมี “ไบโอฟลาโวนอยด์” (Bioflavonoids) หรือวิตามิน P เป็นสารอาหารสำคัญที่ทำงานเสริมกับวิตามิน C เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันเซลล์เสื่อม เซลล์ไข่เสียหาย อีกทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้เป็นอย่างดี ช่วยลดอาการอักเสบติดเชื้อบริเวณมดลูก ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง


สำหรับน้ำมะกรูด SHOT 100% by ครูก้อย ผลิตด้วยผลมะกรูดสายพันธุ์พิเศษจากสวนเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีในการเพราะปลูก ผ่านกรรมวิธีที่คุมเข้มทุกขั้นตอน คั้นสดทุกรอบการผลิต ผลิตจากโรงงานระบบปิดและผ่านการตรวจเชื้อจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าสะอาดปลอดภัย ไร้สิ่งเจือปนแน่นอนค่ะ และด้วยกรรมวิธีผลิตโดยเฉพาะของเราจึงสามารถคงคุณค่าของวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระไว้ในน้ำมะกรูดได้อย่างครบถ้วน


น้ำมะกรูด ครูก้อยดียังไง


สำหรับมดลูกที่แข็งแรงพร้อมสำหรับฝังตัวอ่อนนั้นจะต้องมี 4 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ ความหนาของผนังมดลูกจะต้องอยู่ที่ประมาณ 8-10 มิล หากบางหรือหนากว่านี้อาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ, มดลูดจะต้องใสเป็นวุ้น เห็นเส้นกลางมดลูกชัดเจน ไม่หนาทึบจากเลือดประจำเดือนเก่าคั่งค้าง, เรียง 3 ชั้นสวยแบบ Triple lines และมดลูกจะต้องอยู่สภาวะอุ่น ต้องมีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ โดยน้ำมะกรูดสูตรครูก้อยถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหามดลูกทั้ง 3 แบบ ดังนี้


1. แก้ปัญหาผนังมดลูกบาง


ความหนาของผนังมดลูกที่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อนจะอยู่ที่ประมาณ 8 -10 มิลลิเมตร หากคุณแม่มีผนังมดลูกบางกว่า 8 มิลลิเมตร อันเนื่องมาพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เคยแท้งบุตรหรือเข้ารับการขูดมดลูกมาก่อน, มีระยะลูเทียลเฟสสั้น (Luteal Phase Defect), เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกน้อยมากจากภาวะเนื้องอกในมดลูก, ฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติจากภาวะรังไข่เสื่อมหรือหยุดทำงาน, รับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อการสร้างผนังมดลูก โดยพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลให้ตัวอ่อนฝังตัวยากขึ้น เป็นเหตุให้ตั้งครรภ์ยากขึ้นค่ะ


2. แก้ปัญหาผนังมดลูกหนาทึบ


เป็นภาวะที่ผนังมดลูกขุ่นทึบ มองไม่เห็นชั้นและเส้นกลางของผนังมดลูกอันเนื่องมาจากประจำเดือนเก่าคั่งค้างตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์ จนเกิดการสะสมทับถมกัน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เมื่อมดลูกไม่มีเลือดไหลเวียนและนำสารอาหารไปเลี้ยงอย่างเพียงพอแล้ว โอกาสตั้งครรภ์จึงน้อยลงนั่นเองค่ะ


3. แก้ปัญหาผนังมดลูกขรุขระ ไม่เรียบ


เป็นภาวะที่ผนังมดลูกขรุขระ ไม่เรียบ อันเนื่องมาจากคุณแม่มีเนื้องอกบริเวณมดลูก, ผ่าตัดพังผืดในโพรงมดลูก หรือรับประทานไม่ถูกโภชนาการจนขาดสารอาหารจำพวกโปรตีน ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกอ่อนแอ


วิธีดื่มน้ำมะกรูด ครูก้อยอย่างไรให้เห็นผล


1. คุณแม่ปล่อยธรรมชาติ


ควรดื่มทุกวัน วันละ 2 SHOT โดยดื่ม 1 SHOT แรกตอนเช้าและ 1 SHOT ก่อนนอน (ทั้งนี้สามารถดื่มช่วงเวลาไหนก็ได้เมื่อท้องว่างเพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดี)


2. คุณแม่ที่บำรุงไข่สำหรับทำ IUI, IVF และ ICSI


ควรดื่มทุกวัน วันละ 2 SHOT เป็นเวลา 3 เดือนก่อนเก็บไข่หรือฉีดเชื้ออสุจิ ในช่วงฉีดกระตุ้นไข่ควรดื่มเพิ่มเป็นเท่าตัว โดยดื่มวันละ 4 SHOT (แบ่งดื่มเป็นช่วงเช้า, สาย, บ่ายและก่อนนอน) เพื่อให้ไข่แข็งแรงสมบูรณ์และป้องกันภาวะไข่ฝ่อ อีกทั้งช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซีสต์ได้มากขึ้นอีกเท่าตัว


3. คุณแม่ที่อยู่ในช่วงเตรียมผนังมดลูก


ควรดื่มวันละ 1 SHOT เพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะช่วยเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงมดลูกมากขึ้น ส่งผลให้มดลูกอุ่น นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบและสร้างความพร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อนอีกด้วยค่ะ


ข้อควรระวังในการดื่มน้ำมะกรูด ครูก้อย

  • สำหรับมือใหม่หัดดื่ม แนะนำให้ดื่มแบบผสมน้ำได้ค่ะ หากดื่มไปได้สักพักแล้วค่อยปรับมาดื่มเพียว ๆ แทนค่ะ

  • งดดื่มน้ำมะกรูดครูก้อยในช่วงใส่ตัวอ่อนเข้าไปแล้ว หรือในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ (1-3 เดือนแรก) เนื่องจากมะกรูดมีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ อาจจะท้องเสียและเกิดภาวะช็อกจากการที่ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วยค่ะ

  • กรณีที่คุณแม่เป็นโรคกระเพาะ, กรดไหลย้อน หรือโรคโลหิตจาง แนะนำให้ดื่มน้ำมะกรูด 70% ผสมน้ำผึ้งชันโรงแทนนะคะ

วิธีเก็บรักษา

  • กรณีที่ไม่แช่เย็น สามารถเก็บได้นานถึง 14 วัน

  • กรณีที่แช่เย็น สามารถเก็บได้นานถึง 40 วัน

  • กรณีที่แช่ช่องฟรีซ สามารถเก็บได้นานถึง 1 ปี โดยที่ไม่สูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระ


น้ำมะกรูด SHOT 100% by ครูก้อย ขนาดบรรจุ 1 แพ็ค มี 10 ขวด (1 ขวด บรรจุ 150 ml) ราคา แพ็คละ 600 บาท เลขที่ อย. 10-1-28663-5-0001 สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม >> คลิก

บทความที่น่าสนใจ

ดู 1,117 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page