top of page
ค้นหา

รวมวิธีบำรุงคนท้องที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องรู้



การตั้งครรภ์อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณแม่หลายคน เพราะนอกจากจะต้องลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงอายุครรภ์แล้ว ยังต้องพิถีพิถันในการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวคุณแม่เองอีกด้วยนะคะ และวันนี้ครูก้อยจะมาแนะนำวิธีบำรุงคนท้องอย่างไรให้คุณแม่มีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง ไม่แท้งง่าย ลูกน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัย ถ้าอยากรู้ มาอ่านไปด้วยกันเลยค่ะ


4 วิธีบำรุงคนท้องที่ครูก้อยขอแนะนำ


1. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม


การออกกำลังกายเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน นอกจากจะช่วยลดคอเลสเตรอลชนิดไม่ดีในร่างกายให้น้อยลงแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ช่วยเผาผลาญไขมัน กระตุ้นให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้คุรแม่อาจจะต้องปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุครรภ์ ไม่หักโหมในการออกมากจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนเคยออกประมาณ 40-60 นาที ให้เหลือเพียง 30 นาที (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์) และเปลี่ยนท่าออกกำลังกายด้วยนะคะ หากคุณแม่เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการออกกำลังกายสายบอดี้เวท เน้นก้มตัว ซิทอัพ อาจจะต้องเปลี่ยนมาเล่นโยคะท่าง่าย ๆ หรือว่ายน้ำแทน ยิ่งถ้าเป็นคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ออกกำลังกายท่าที่ต้องนอนเพราะอาจเสี่ยงต่อมดลูกกดเส้นเลือดจนมีเลือดไหลเวียนไปยังมดลูกน้อยลงนั่นเองค่ะ


2. รับประทานอาหารบำรุงครรภ์


หากคุณแม่คนไหนติดทานขนมจุกจิกในแต่ละมื้อ ข้อนี้อาจยากสำหรับคุณแม่สักหน่อย รู้หรือไม่ว่าขนมที่ทานเข้าไปอาจทำร้ายสุขภาพครรภ์ได้ด้วยนะคะ เพราะขนมหวานมีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นจำนวนมากที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ง่ายขึ้น


ครูก้อยแนะนำให้เปลี่ยนมาทานผลไม้แทนจะดีกว่าค่ะ เพราะผลไม้มีไฟเบอร์ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงและภาวะครรภ์เป็นพิษได้อีกด้วยค่ะ ทั้งนี้ผลไม้บางชนิดอาจไม่เหมาะสำหรับสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยนะคะ อย่างเช่น มะม่วงดิบ เนื่องจากย่อยยากกว่าผลไม้ชนิดอื่น, ทุเรียน เนื่องจากมีแป้งและน้ำตาลสูง หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารจนจุกเสียดท้องได้


นอกจากนี้ยังมีสารอาหารต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายคนท้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • โปรตีน ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของลูกน้อยในครรภ์ อาหารที่มีโปรตีนได้แก่ เนื้อสัตว์, ไข่, นมถั่วเหลือง ฯลฯ

  • คาร์โบไฮเดรต ช่วยให้พลังงาน ลดอาการคลื่นไส้และแพ้ท้องช่วงไตรมาสแรก อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตได้แก่ ข้าว ขนมปัง ถั่วเขียว มันม่วง ข้าวโพด ฟักทอง ฯลฯ

  • แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อาหารที่มีได้แก่ นม เนย ชีส โยเกิร์ต

  • ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ที่อาจทำให้ทารกคลอดออกมาด้วยน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อาหารที่มีธาตุเหล็กได้แก่ ไข่แดง เนื้อแดง งา ฯลฯ

  • กรดโฟลิก ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของระบบประสาทและสมองของลูกน้อยลูกน้อยในครรภ์ อาหารที่มีกรดโฟลิกได้แก่ ไข่ ผักใบเขียว ถั่ว ฯลฯ

  • โอเมก้า 3 ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาหารที่มีโอเมก้า 3 ได้แก่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม ถั่วเหลือง ปลาแซลมอน น้ำมันตับปลา ฯลฯ

  • โฟเลต ช่วยเสริมสร้างพัฒนาไขสันหลังและระบบประสาทของลูกน้อยในครรภ์ อาหารที่มีโฟเลตได้แก่ ผักใบเขียวเข้มอย่างผักโขมและบรอกโคลี ผลไม้อย่างมะละกอและมะม่วง ฯลฯ


3. ทำกิจกรรมลดความเครียด


เมื่อตั้งครรภ์แล้วจะทำให้ร่างกายคุณแม่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น บวกกับร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ส่งผลให้คุณแม่เครียดง่าย อารมณ์อ่อนไหวมากกว่าเดิม หากคุณแม่เครียดมาก ๆ อาจกระทบถึงพัฒนาการของลูกน้อยที่ช้าลงได้ด้วยนะคะ ทางที่ดีที่สุดควรหาทางจัดการความเครียดไม่ให้มีผลต่อการใช้ชีวิตนะคะ ยกตัวอย่างเช่น อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ ฟังเพลงช้า ๆ ฟังเสียงธรรมชาติ


อีกวิธีหนึ่งที่ครูก้อยแนะนำคือการเลือกซื้ออาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ตัวเองสักหน่อยก็ดีไม่น้อยเลยนะคะ อย่าลืมนะคะว่าเมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตไขมันมากเกินไป อาจทำให้ผิวหน้าเป็นสิวง่ายนั่นเองค่ะ สำหรับอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่แนะนำควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน C เป็นหลักค่ะ เนื่องจากวิตามินซีจะช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจนออกมาเยอะขึ้น จึงช่วยลดริ้วรอย ปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้สดใสอีกครั้ง นอกจากนี้วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยงต่อสู้กับรังสี UVB ที่เข้ามาทำร้ายผิวได้ดีอีกด้วยค่ะ



4. พักผ่อนให้เพียงพอ


การพักผ่อนจำเป็นคนทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่อ่อนแอง่ายเพราะร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้น จึงรู้สึกเพลียง่ายกว่าคนทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วคุณแม่อาจมีปัญหานอนหลับยากสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นมดลูกขยายตัวจนไปเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน และเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ท้องจะขยายใหญ่ขึ้นจนคุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว รวมถึงภาวะความเครียดวิตกกังวลที่เกิดขึ้นง่ายและบ่อยของคุณแม่ตั้งครรภ์ อาจทำให้คุณแม่หลับไม่ค่อยลง ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยที่ช้าลงทั้งด้านร่างกายและสมอง เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดง่ายกว่าคุณแม่ที่นอนพักผ่อนเพียงพอ


ดังนั้นครูก้อยขอแนะนำให้คุณแม่งดดื่มน้ำก่อนนอนประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ตอนกลางคืน นอกจากนี้ควรปรับเปลี่ยนท่านอนให้เหมาะสม เช่น นอนตะแคงข้างเพื่อลดความอึดอัดบริเวณหน้าท้องและนำหมอนข้างมาก่ายเพื่อพยุงท้องก็จะช่วยลดอาการอึดอัดจนนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดีค่ะ


เคล็ดไม่ลับในการบำรุงครรภ์ฉบับครูก้อย


สำหรับอาหารที่ครูก้อยแนะนำจะเป็น Ferti 9 Oil By KruKoy (เฟอร์ติ ไนน์ ออยล์ บาย ครูก้อย) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดี ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจน หากคุณแม่ได้รับไขมันดีในปริมาณมากขึ้น ก็จะส่งผลต่อการสร้างเอสโตรเจนดีขึ้น ช่วยปรับฮอร์โมนเพศให้สมดุล ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้แก่ไข่และเพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ให้ไข่สุก เพิ่มโอกาสปฏิสนธิกับสเปิร์มง่ายขึ้น โอกาสตั้งครรภ์จึงเพิ่มมากขึ้นตามด้วยค่ะ


Ferti 9 Oil ผลิตจากน้ำมันธัญพืช 9 ชนิด ได้แก่ น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอะโวคาโด, น้ำมันมะกอก, น้ำมันสาหร่ายทะเล, น้ำมันงาขี้ม้อน, น้ำมันฟักข้าว, น้ำมันกระเทียม, น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมันงาขาว อุดมไปสารอาหารสำคัญต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFA), กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA), โอเมก้า 3 อุดมไปด้วย EPA และ DHA, มีเบต้าแคโรทีนในปริมาณที่สูงกว่าแครอทถึง 10 เท่า, มีไฟโตเอสโตรเจน (ลิกแนน) สูงกว่าพืชชนิดอื่นถึง 75 เท่า ช่วยบำรุงเยื่อบุโพรงมดลูกและผนังมดลูกให้แข็งแรง, ช่วยยืดอายุเซลล์ไข่ เพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ และกระตุ้นการตกไข่ ควบคุมระดับเทสโทสเตอโรน นอกจากนี้ยังช่วยเยียวยาภาวะ PCOS หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ยากขึ้นด้วยค่ะ



บทความที่น่าสนใจ

  • ครรภ์ไข่ปลาอุกอันตรายแค่ไหน ทำไมถึงเป็นฝันร้ายของคุณแม่ตั้งครรภ์

  • ลดริ้วรอยได้ไม่ยาก เพียงแค่เติมสารอาหารจากธรรมชาติ

  • สิวคนท้องเกิดจากอะไร ทำไมวิตามินซีถึงช่วยได้

ดู 19 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comentários


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page