top of page
ค้นหา

อยากให้ลูกฉลาด! พ่อควรทำ 5 สิ่งนี้..สร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่ในครรภ์

  • 11 พ.ค.
  • ยาว 1 นาที

การเตรียมตัวเป็นพ่อคือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความคาดหวัง หลายคนอาจคิดว่าหน้าที่หลักในการดูแลลูกช่วงตั้งครรภ์เป็นของคุณแม่เพียงฝ่ายเดียว แต่ความจริงแล้ว "คุณพ่อ" มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยสร้างพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ของลูกตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง


วันนี้ครูก้อยมี 5 กิจกรรมง่ายๆ ที่ว่าที่พ่อๆ สามารถทำได้เพื่อช่วยให้ลูกน้อยเกิดมาฉลาด อารมณ์ดี และมีพัฒนาการตั้งแต่อยู่ในท้อง


1. ลูบท้องสัมผัสรัก (กระตุ้นระบบประสาทและสัมผัส)


ทารกในครรภ์สามารถรับรู้ถึงการสัมผัสได้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 5-6 เดือน การที่คุณพ่อใช้มือลูบท้องคุณแม่เบาๆ เป็นวงกลม พร้อมกับพูดคุยไปด้วย จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาของระบบประสาทและสมองส่วนที่รับรู้ความรู้สึก 


นอกจากนี้การสัมผัสยังเป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและความรัก ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย


 ทริค : ลองลูบท้องเป็นจังหวะ หรือลูบตอบโต้เวลาที่ลูกดิ้น จะช่วยสร้างสายใยความผูกพันระหว่างพ่อและลูกได้เป็นอย่างดี


2. ส่องไฟกระตุ้นการมองเห็น (พัฒนาเส้นประสาทตา)


เมื่ออายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 7 ลูกน้อยจะเริ่มลืมตา กะพริบตา และตอบสนองต่อแสงสว่างได้ คุณพ่อสามารถใช้ไฟฉายกระบอกเล็กๆ ส่องไปที่หน้าท้องของคุณแม่แล้วค่อยๆ ขยับไปมาอย่างช้าๆ การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นเซลล์สมองส่วนที่ควบคุมการมองเห็นและการทำงานของเส้นประสาทตา


 ข้อควรระวัง : ควรใช้ไฟฉายที่มีแสงละมุน ไม่สว่างจ้าจนเกินไป และไม่ควรจ่อไฟฉายติดหน้าท้องนานๆ เพื่อป้องกันความร้อน ค่อยๆ ขยับไฟให้ลูกได้ฝึกกลอกตาตาม


3. อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง (กระตุ้นการได้ยินและเซลล์สมอง)


รู้หรือไม่ว่าทารกในครรภ์สามารถจดจำเสียงทุ้มต่ำของคุณพ่อได้ดีกว่าเสียงแหลมสูง การที่คุณพ่ออ่านนิทานหรือพูดคุยกับลูกบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการได้ยินและเครือข่ายเส้นใยสมอง ยิ่งลูกได้ยินเสียงคุณพ่อเป็นประจำ เมื่อคลอดออกมา เขาจะจดจำเสียงนี้ได้และรู้สึกอุ่นใจเมื่อคุณพ่ออุ้มหรือปลอบ


 ทริค : เลือกหนังสือนิทานที่มีเนื้อหาเชิงบวก อ่านด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล มีจังหวะหนักเบา จะช่วยให้ลูกสนใจและตอบสนองได้ดีขึ้น


4. เปิดเพลงคลอเบาๆ (สร้างเสริมอารมณ์และจินตนาการ)


เสียงดนตรีมีผลอย่างมากต่อพัฒนาการทางสมอง คลื่นเสียงที่สม่ำเสมอจะไปช่วยจัดเรียงเครือข่ายเซลล์สมองของทารกให้เป็นระเบียบ คุณพ่ออาจเลือกเปิดเพลงบรรเลง ดนตรีคลาสสิก (เช่น โมสาร์ท) หรือเพลงฟังสบายๆ ที่คุณแม่ชอบ ฟังไปพร้อมๆ กัน


 ทริค : ไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงเสียงดังมากจนเกินไป หรือเอาหูฟังไปแนบกับท้องโดยตรง เพราะน้ำคร่ำจะเป็นตัวนำเสียงชั้นดีอยู่แล้ว การเปิดเพลงในระดับเสียงปกติที่คุณแม่ฟังแล้วผ่อนคลายก็เพียงพอแล้ว


5. ดูแลเอาใจใส่คุณแม่ (หัวใจสำคัญที่สุดของการสร้างลูกฉลาด!)


ข้อนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณพ่อสามารถทำให้ลูกได้ สภาพจิตใจของคุณแม่ส่งผลโดยตรงต่อลูกในท้อง หากคุณพ่อช่วยดูแลแบ่งเบาภาระ เอาใจใส่ และทำให้คุณแม่มีความสุข อารมณ์ดี ไม่เครียด ร่างกายของคุณแม่จะหลั่งสารแห่งความสุข (Endorphin) ซึ่งจะส่งผ่านสายสะดือไปสู่ลูก ทำให้ลูกพัฒนาการดีและเกิดมาเป็นเด็กอารมณ์ดี


 ในทางกลับกันหากคุณแม่เครียดร่างกายจะหลั่งสารความเครียด (Cortisol) ซึ่งอาจไปยับยั้งการเจริญเติบโตของสมองทารกได้


 ทริค : ช่วยนวดผ่อนคลายให้คุณแม่ ทำอาหารอร่อยๆ มีประโยชน์ให้ทาน หรือพาไปเดินเล่นสูดอากาศสดชื่น แค่นี้ก็เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยในครรภ์แล้ว


เพราะฉะนั้นถ้าพ่อๆ ทำทั้ง 5 ข้อนี้อย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ของลูกน้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความทรงจำและความผูกพันที่อบอุ่นภายในครอบครัวตั้งแต่เริ่มต้นอีกด้วยครับ


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page