วางแผนผ่าคลอดต้องรู้! หมอต้องผ่าชั้นเนื้อเยื่อถึง 7 ชั้น กว่าจะถึงตัวลูกน้อย
- 30 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที

แม่ๆ หลายคนกังวลเรื่องการผ่าคลอด ก็เพราะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วร่างกายเราซับซ้อนแค่ไหน! วันนี้ครูก้อยจะพาแม่ๆ ไปดูจากด้านนอกไปถึงตัวน้อง ว่ากว่าที่คุณหมอจะเอาเบบี๋ออกมาได้ ต้องผ่านอะไรบ้างค่ะ
การผ่าคลอด (Cesarean Section หรือ C-Section) คือการนำทารกออกทางหน้าท้องแทนการคลอดทางช่องคลอดตามธรรมชาติค่ะ คุณหมอจะกรีดผ่านเนื้อเยื่อ 7 ชั้น เรียงซ้อนกันอยู่ระหว่างผิวหนังกับมดลูก โดยแต่ละชั้นมีหน้าที่และโครงสร้างที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
🔪 ชั้นที่ 1 — ผิวหนัง (Skin)
ชั้นแรกที่คุณหมอจะกรีดคือผิวหนัง ซึ่งเป็นชั้นนอกสุดที่เรามองเห็นได้จากภายนอก ตำแหน่งที่กรีดเรียกว่า "แผลบิกินี่" (Bikini Line Incision) คือตัดบริเวณแนวนอนใต้ท้องน้อย ประมาณเหนือหัวหน่าวขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งซ่อนอยู่ใต้ขอบกางเกงในพอดี ความยาวแผลโดยเฉลี่ยประมาณ 10–15 เซนติเมตร และแผลจะค่อยๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป
🧈 ชั้นที่ 2 — ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat)
ถัดจากผิวหนังลงไปคือชั้นไขมัน ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน
● ไขมันชั้นตื้น (Camper's fascia) — ชั้นนี้เป็นไขมันเหลวนุ่มๆ อยู่ด้านบน ทำหน้าที่กันกระแทกเบื้องต้น
● ไขมันชั้นลึก (Scarpa's fascia) — ชั้นนี้แน่นกว่า มีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแทรกอยู่ด้วย ทำหน้าที่รองรับแรงกระทบและพยุงผิวหนังชั้นบน
ความหนาของชั้นนี้แต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและร่างกายของแต่ละคน
🛡️ ชั้นที่ 3 — พังผืดและเนื้อเยื่อพังผืดหน้าท้อง (Abdominal Fascia)
ชั้นนี้เปรียบเหมือน "เกราะป้องกัน" ของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ประกอบด้วย
● Scarpa's fascia — พังผืดชั้นต้นที่ต่อเนื่องจากชั้นที่ 2
● Anterior Rectus Sheath — พังผืดแผ่นแข็งที่หุ้มกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้ด้านหน้า ทำหน้าที่พยุงกล้ามเนื้อและรักษารูปร่างของช่องท้อง
คุณหมอจะกรีดชั้นนี้ตามแนวนอน แล้วดึงแยกออกไปสองข้างเพื่อเผยให้เห็นกล้ามเนื้อด้านล่าง
💪 ชั้นที่ 4 — กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus Abdominis Muscle)
นี่คือกล้ามเนื้อมัดหลักของหน้าท้องที่วิ่งแนวตั้งจากซ้ายไปขวา คุณหมอจะไม่ตัดกล้ามเนื้อเลย แต่ใช้วิธีแยกออกจากกันบริเวณแนวกลาง (Linea Alba) ซึ่งเป็นเส้นเอ็นที่เชื่อมกล้ามเนื้อสองข้างเข้าหากันค่ะ เมื่อแยกแล้วกล้ามเนื้อจะยังคงสมบูรณ์ ฟื้นตัวได้เร็ว และไม่กระทบต่อความแข็งแรงในระยะยาวมากนัก
🌿 ชั้นที่ 5 — เยื่อบุช่องท้องผนัง (Parietal Peritoneum)
เยื่อบางๆ แต่สำคัญมากค่ะ ทำหน้าที่บุผนังด้านในของช่องท้องทั้งหมด เปรียบเหมือน "ถุงใส" ที่ห่อหุ้มอวัยวะต่างๆ ในช่องท้องไว้ และเยื่อชั้นนี้ยังผลิตของเหลวเล็กน้อยเพื่อหล่อลื่น ไม่ให้อวัยวะต่างๆ เสียดสีกันระหว่างที่ร่างกายเคลื่อนไหวด้วย
🌸 ชั้นที่ 6 — เยื่อบุช่องท้องที่คลุมมดลูก (Visceral Peritoneum)
ชั้นนี้คล้ายกับชั้นที่ 5 แต่อยู่ติดกับมดลูกโดยตรง ทำหน้าที่หุ้มผิวด้านนอกของมดลูกไว้อย่างพอดีเปรียบเหมือน "ปลอกหุ้มมดลูก" ชั้นนอกสุด คุณหมอจะค่อยๆ ดึงและเปิดชั้นนี้ออกอย่างระมัดระวัง เพื่อเผยให้เห็นตัวมดลูกที่อยู่ถัดไปค่ะ
🏠👶 ชั้นที่ 7 — ผนังมดลูก (Uterus)
ผนังมดลูกเองก็ยังแบ่งออกเป็น 3 ชั้นย่อย
● เยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) — ชั้นในสุดที่น้องฝังตัวและเติบโตตลอด 9 เดือน เป็นชั้นที่อุดมด้วยเลือดและสารอาหาร
● ชั้นกล้ามเนื้อมดลูก (Myometrium) — ชั้นกลางที่หนาและแข็งแรงที่สุด ทำหน้าที่บีบตัวระหว่างการคลอดและช่วยขับรกออกมาหลังคลอด
● เยื่อหุ้มมดลูก (Perimetrium) — ชั้นนอกสุดที่ห่อหุ้มมดลูกทั้งหมดไว้
คุณหมอจะกรีดเปิดผนังมดลูกอย่างระมัดระวัง เพื่อนำเบบี๋น้อยออกมาลืมตาดูโลกค่ะ
หลังผ่า ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้นะคะ สิ่งที่น่าทึ่งมากคือ หลังจากคุณหมอเย็บปิดทีละชั้นเรียบร้อยแล้ว ร่างกายของแม่ๆ จะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเองทันที โดยทั่วไปแผลภายในจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้นภายใน 6–8 สัปดาห์ แต่การฟื้นตัวเต็มที่ของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออาจใช้เวลา 3–6 เดือน
ดังนั้นช่วงหลังผ่าคลอดใหม่ๆ แม่ๆ ต้องดูแลตัวเองให้ดี ทั้งเรื่องโภชนาการ การพักผ่อน และการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมนะคะ
