top of page
ค้นหา

ทำ ICSI ไม่ติดเป็นเพราะสาเหตุใด?

  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

แม่ๆ หลายคนที่ต้องผิดหวังจากการทำ ICSI ในครั้งแรก มักเกิดคำถามค้างคาใจว่าเกิดจากอะไร? ทั้งที่การทำ ICSI หรือการฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรง แต่ต้องยอมรับความจริงที่สำคัญข้อหนึ่งค่ะว่าเทคโนโลยีช่วยให้เกิดการปฏิสนธิได้ แต่ช่วยกำหนดคุณภาพของเซลล์ไข่และอสุจิไม่ได้


จากสถิติการตั้งครรภ์จากเด็กหลอดแก้วมีประมาณ 35-50% เท่านั้น หรือ หากมีการคัดโครโมโซมก็อาจมีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นเป็น 70-75%  โดยสาเหตุหลักที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่ประสบความสำเร็จคือ "คุณภาพของเซลล์ไข่" นั่นเองค่ะ


ครูก้อยสรุป 5 สาเหตุที่ทำให้การ ICSI ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนี้


1. อายุฝ่ายหญิง (ตัวแปรสำคัญของรังไข่)


ยิ่งอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่จะถดถอยลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ค่ะ  โดยเฉพาะคุณแม่ที่อายุเกิน 35 ปีขึ้นไปจะมีความเสี่ยงดังนี้


- ความเสี่ยงทางโครโมโซม : ในวัย 35 ปี ไข่จะมีโครโมโซมผิดปกติประมาณ 50% แต่พอแตะวัย 40 ปี โอกาสผิดปกติจะพุ่งสูงถึง 85-90% เลยทีเดียว


- การตอบสนองต่อยา : รังไข่จะตอบสนองต่อยากระตุ้นน้อยลง ทำให้ได้ไข่น้อยลง และบางครั้งต้องใช้ยาในปริมาณสูง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) ได้อีกด้วยค่ะ


2. อสุจิของฝ่ายชาย (ไม่ใช่แค่ว่ายเร็วแล้วจะรอด)


การทำ ICSI คือการคัดอสุจิที่ดูแข็งแรงที่สุดมาเจาะเข้าเนื้อไข่โดยตรง แต่การมองผ่านกล้องช่วยให้เห็นแค่รูปร่างและการเคลื่อนที่เท่านั้น ไม่สามารถมองเห็นความผิดปกติใน DNA ของตัวอสุจิได้ด้วยตาเปล่า หากอสุจิไม่มีคุณภาพจริง จะส่งผลให้การปฏิสนธิต่ำลง ตัวอ่อนหยุดพัฒนาระหว่างทาง หรือย้ายไปแล้วก็แท้งได้ง่าย


3. ความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อน


"ตัวอ่อนสวย เกรดเอ" แต่พอย้ายกลับไปแล้วไม่ติด สาเหตุหลักมักมาจากโครโมโซมที่ผิดปกติ ซึ่งเราจะไม่รู้เลยจนกว่าจะมีการ "คัดโครโมโซม (NGS/PGT)" ก่อนย้าย โดยการตรวจคัดกรองช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จเป็น 70-75% ได้ก็จริง แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนการันตีได้ 100% เพราะการสุ่มหยิบเซลล์มาตรวจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น


4. ความพร้อมของมดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูก


ต่อให้ได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุดจากการปฏิสนธิภายนอก แต่สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาฝังตัวในมดลูกถ้ามดลูกไม่พร้อม ตัวอ่อนก็ฝังไม่ได้


โดยมดลูกที่สมบูรณ์ ควรจะต้องหนาประมาณ 8-10 มิลลิเมตร มีลักษณะใส เรียงสวย 3 ชั้น (Triple Lines) และมีเลือดไหลเวียนดี (มดลูกอุ่น)


หากมีเนื้องอก ติ่งเนื้อ หรือมดลูกบิดเบี้ยว ก็อาจส่งผลให้ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้เช่นกันนะคะ


5. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (ฮอร์โมนพยุงครรภ์)


ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่ทำให้ผนังมดลูกฟูหนาพร้อมรับการฝังตัว หากระดับฮอร์โมนต่ำเกินไป มดลูกจะไม่ตอบรับตัวอ่อน ส่งผลให้วงจรรอบเดือนเสียสมดุล ตัวอ่อนจึงไม่ฝังตัวหรือแท้งในระยะเริ่มต้นนั่นเองค่ะ


แม่ๆ เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่าสาเหตุที่อาจทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่ประสบความสำเร็จนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน เพราะฉะนั้นครูก้อยแนะนำให้แม่ๆ บำรุงไข่และดูแลร่างกายให้พร้อมล่วงหน้า 3 เดือนก่อนไปเก็บไข่เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว


ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นเพิ่มโปรตีน ลดคาร์บ งดหวาน ทานกรดไขมันดี เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผนังมดลูกให้แข็งแรง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายให้ปกติ


ที่สำคัญบำรุงสเปิร์มและดูแลสุขภาพของคุณสามีด้วย ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วได้ค่ะ เพราะเราเตรียมวัตถุดิบที่ดีไปแล้ว เผลอๆอาจจะท้องธรรมชาติแบบไม่ทั้นตั้งตัวก็ได้นะคะ ครูก้อยขอให้ทุกคู่มีเบบี๋มาเติมเต็มชีวิตครอบครัวในเร็ววันค่ะ


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page