ไขข้อข้องใจ! น้ำหนักที่พุ่งขึ้นตอนท้อง... แท้จริงแล้วไปอยู่ที่ไหนบ้าง?
- 19 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

สำหรับแม่ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ การได้เห็นตัวเลขบนตาชั่งที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความกังวลใจอยู่บ้างใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้ว น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาบริเวณหน้าท้องและส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น ไม่ได้มีแค่ไขมันอย่างที่หลายแม่ๆ กังวลนะคะ แต่มันคือน้ำหนักของส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อปกป้องและหล่อเลี้ยงลูกน้อยค่ะ
โดยแม่ท้องน้ำหนักควรขึ้นมาก-น้อยขึ้นอยู่กับค่า BMI ของน้ำหนักก่อนท้องค่ะ แต่ละคนไม่เท่ากัน
👉โดยเมื่อเทียบกับค่า BMI แม่ๆ ควรน้ำหนักขึ้นดังนี้
1. BMI ต่ำกว่า 18.5 เป็นคุณแม่ตัวเล็ก
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 12-18 กก. หรือ 0.5 กก./สัปดาห์
2. BMI 18.5-25 คุณแม่น้ำหนักเกณฑ์ปกติ
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 11-16 กก. หรือ 0.4 กก./สัปดาห์
3. BMI 25-30 คุณแม่น้ำหนักเกินเกณฑ์
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 7-12 กก. หรือ 0.3 กก./สัปดาห์
4. มากกว่า 30 กก. เป็นคุณแม่ที่มีภาวะอ้วน
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 5-9 กก. หรือ 0.2 กก./สัปดาห์
⚖️ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
1. ทารกในครรภ์: 3,000 - 3,500 กรัม
2. ไขมันสะสม (เตรียมพร้อมสำหรับการคลอดและให้นมบุตร): 2,000 - 4,000 กรัม
3. ของเหลวในร่างกาย: 1,200 - 3,000 กรัม
4. ปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้น: 1,200 - 1,800 กรัม
5. มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น: 900 - 1,100 กรัม
6. น้ำคร่ำ: 800 - 1,000 กรัม
7. รก: 500 - 700 กรัม
8. เต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้น: 400 - 900 กรัม
• ทำไมน้ำหนักถึงต้องเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้?
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดนี้ถือเป็น กลไกทางธรรมชาติของร่างกายแม่ๆ ที่กำลังปรับตัวเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของทารก
เลือดและของเหลวที่เพิ่มขึ้นช่วยในการลำเลียงสารอาหาร ในขณะที่ไขมันสะสมก็เปรียบเสมือนแหล่งพลังงานสำรองที่สำคัญมากเมื่อถึงเวลาคลอดและช่วงที่ต้องให้นมลูก
⚠️ ข้อควรระวังในการดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ของแม่ท้อง
แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักจะเป็นเรื่องปกติแต่สิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรใส่ใจคือ การควบคุมไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นรวดเร็วหรือมากจนเกินเกณฑ์ เพราะหากปล่อยให้น้ำหนักพุ่งสูงเกินไป อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ ดังนี้
1. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes)
2. ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)
3. ความยากลำบากในการคลอด หรือเพิ่มโอกาสในการต้องผ่าคลอด
เพราะฉะนั้นแม่ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ ครูก้อยแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงของหวานจัดหรือของทอด และหมั่นดูแลสุขภาพตามที่แพทย์แนะนำ จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยตลอดการตั้งครรภ์ค่ะ
