top of page
ค้นหา

เคยสงสัยไหม? ทำไมหมอถึงเริ่มเรียกภาวะ PCOS ว่า PMOS แล้ว?

  • 4 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

แม่ๆ ที่ท้องยากหลายคน มักคุ้นเคยกับคำว่า "PCOS" โดยบางคนเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็น บางคนเป็นมาหลายปีแล้ว แต่ล่าสุดวงการแพทย์เริ่มมีการพูดถึงชื่อใหม่ว่า "PMOS" กันมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

วันนี้ครูก้อยจะมาอธิบายให้ฟังว่า ทำไมถึงมีการเปลี่ยนชื่อ แล้วมันต่างกันอย่างไร สำคัญแค่ไหนสำหรับแม่ๆ ที่อยากมีลูกค่ะ


● PCOS คืออะไร?


PCOS ย่อมาจาก Polycystic Ovary Syndrome (โพลีซีสติก โอวารี ซินโดรม) แปลตรงๆ คือ "กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่" ซึ่งชื่อนี้ใช้มานานมากแล้ว และทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า โรคนี้เกิดจาก "ซีสต์ในรังไข่" เป็นหลัก แก้ที่รังไข่ก็จบแต่ความเป็นจริง…ไม่ใช่แค่นั้นค่ะแม่ๆ


● PMOS ต่างกันอย่างไร?


PMOS ย่อมาจาก Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome (โพลีเอนโดครีน เมตาโบลิก โอวาเรียน ซินโดรม)


ชื่อใหม่นี้สะท้อนความจริงของโรคได้ ครบกว่ามาก เพราะบ่งบอกถึงหลายส่วน ดังนี้


1)  ระบบต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) 

โดยหลายระบบทำงานผิดปกติพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นอินซูลิน ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนต่อมหมวกไต

— ทั้งหมดเชื่อมกันหมดค่ะ


2) มีปัญหาระบบเผาผลาญ (Metabolism)

หมายความว่าร่างกายใช้พลังงานและน้ำตาลได้ไม่ปกติ ซึ่งส่งผลตรงต่อคุณภาพไข่


3) การทำงานของรังไข่ที่ผิดปกติจากการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อและระบบเผาผลาญ


💡 สรุปให้เข้าใจง่ายๆ


🔹 PCOS (ชื่อเก่า) โฟกัสที่ → ถุงน้ำในรังไข่ อธิบายต้นเหตุ → ไม่ครบ การรักษา → มักแก้ที่รังไข่อย่างเดียว


🔸 PMOS (ชื่อใหม่) โฟกัสที่ → ระบบฮอร์โมน + เมตาบอลิซึมทั้งร่างกาย อธิบายต้นเหตุ → สะท้อนได้ชัดและครบกว่า การรักษา → ต้องแก้ทั้งระบบฮอร์โมนและการเผาผลาญ

นั่นหมายความว่า ถ้าแม่ๆ มี PCOS/PMOS อยู่ การดูแลตัวเองต้องครอบคลุมหลายด้านพร้อมกันเลยค่ะ ทั้ง


● ระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือด


● ระบบฮอร์โมนเพศ (FSH, LH, Estrogen)


● การอักเสบเรื้อรังในร่างกาย (Chronic Inflammation)


● คุณภาพของไข่และการทำงานของรังไข่


อย่างไรก็ตามแม้ว่าชื่อของภาวะนี้จะเปลี่ยนไป สิ่งที่สำคัญคือการดูแลตัวเองให้พร้อม ทั้งฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ และรังไข่


ดังนั้นแม่ๆ ต้องเริ่มจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มโปรตีน ลดคาร์บ งดหวาน ทานกรดไขมันดี เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ ทานวิตามินที่ออกแบบมาเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอร่วมด้วยนะคะ


การที่วงการแพทย์เริ่มเข้าใจโรคนี้ได้ลึกขึ้น หมายความว่าการดูแลและรักษาจะแม่นยำขึ้นด้วยค่ะ แม่ๆ ที่รู้ว่าตัวเองมี PCOS อยู่ ไม่ว่าจะวางแผนมีลูกตามธรรมชาติหรือทำ IVF/ICSI ก็ตาม  การเข้าใจรากของปัญหาให้ถูกต้อง คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดเลยค่ะ


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page