top of page
ค้นหา

อยากท้องต้องกินวิตามินอะไรบำรุงบ้าง?

  • 15 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

แม่ๆ รู้ไหมคะ? การเตรียมร่างกายก่อนมีลูก ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงฝ่ายเดียว เพราะทารกเกิดจากไข่ + สเปิร์ม ถ้าทั้งสองฝ่ายพร้อม โอกาสท้องติดและลูกสุขภาพดีก็สูงขึ้น วันนี้ครูก้อยสรุปวิตามินและสารอาหารสำคัญทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมาฝากค่ะ


💗 ฝ่ายหญิง — บำรุงอะไรบ้าง?


1. Folate / Folic Acid (โฟเลต / กรดโฟลิก) ⭐ สำคัญที่สุดของฝ่ายหญิง


หน้าที่หลักคือป้องกัน "Neural Tube Defect" (ความพิการของหลอดประสาทและสมองทารก) โดยเฉพาะใน 28 วันแรกของการตั้งครรภ์ที่แม่ๆ ยังไม่รู้ตัวเลยว่าท้อง


👉 ควรเริ่มกินก่อนวางแผนมีลูกอย่างน้อย 1–3 เดือน | 400–800 mcg/วัน


2. Iron (ธาตุเหล็ก)


ร่างกายของผู้หญิงต้องการเลือดมากขึ้นตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการโลหิตจาง และช่วยให้ทารกได้รับออกซิเจนเพียงพอ


👉 18–27 mg/วัน


3. Vitamin D


"วิตามินแสงแดด" ตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่กระดูกนะคะ Vitamin D ช่วยสมดุลฮอร์โมนสืบพันธุ์ ช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมรับตัวอ่อน และช่วยพัฒนาการฝังตัว


👉 1,000–2,000 IU/วัน (คนไทยส่วนใหญ่ขาด Vitamin D)


4. CoQ10 (โคเอนไซม์ คิวเท็น) — แนะนำโดยเฉพาะอายุ 30+


CoQ10 คือ "น้ำมันเครื่อง" ให้ไมโทคอนเดรีย (โรงไฟฟ้าของเซลล์ไข่) เมื่ออายุมากขึ้น ระดับ CoQ10 ในเซลล์ไข่จะลดลง ทำให้ไข่มีคุณภาพต่ำ แบ่งตัวช้า


👉 แนะนำรูป Ubiquinol ดูดซึมดีกว่า | 200–600 mg/วัน


5. Omega-3 (DHA/EPA)


ช่วยพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารก + ลดการอักเสบในร่างกายแม่ DHA สำคัญมากตั้งแต่ไตรมาสแรกเพราะสมองทารกพัฒนาเร็วมากในช่วงนั้น


👉 DHA ≥ 200–300 mg/วัน


6. Inositol (อิโนซิทอล) — เหมาะสำหรับแม่ๆ PCOS


ช่วยสมดุลอินซูลิน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตกไข่ แม่ๆ ที่มีภาวะ PCOS (ถุงน้ำรังไข่หลายใบ) หรือไข่ไม่ตกสม่ำเสมอ ลองพิจารณาตัวนี้ได้ค่ะ


7. Vitamin B6 + B12


ทำงานคู่กันในการสมดุล Progesterone (โปรเจสเตอโรน) ฮอร์โมนที่ช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ดี และช่วยลดระดับ Homocysteine (โฮโมซิสเทอีน — สารที่ถ้าสูงเกินจะเพิ่มความเสี่ยงแท้งและความพิการ)


💙 ฝ่ายชาย — บำรุงอะไรบ้าง?


1. Zinc (สังกะสี) ⭐ King of Male Fertility


สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผู้ชายที่วางแผนมีลูก เพราะช่วยสร้างสเปิร์ม + เพิ่มระดับ Testosterone (เทสโทสเตอโรน)


👉 11–25 mg/วัน


2. CoQ10


ไม่ใช่แค่ฝ่ายหญิงที่ต้องกินนะคะ! ฝ่ายชายก็ต้องการ CoQ10 เหมือนกัน ช่วยเพิ่ม Motility (การเคลื่อนไหว) ของสเปิร์ม ให้ว่ายเร็วขึ้น แข็งแรงขึ้น


👉 200–300 mg/วัน


3. Vitamin C + Vitamin E


คู่หูต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้อง DNA ในสเปิร์ม อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ DNA สเปิร์มเสียหาย (DNA Fragmentation) ซึ่งส่งผลต่อตัวอ่อน


4. Selenium (ซีลีเนียม)


ช่วยพัฒนาโครงสร้างและการเคลื่อนที่ของสเปิร์ม ถ้าขาดซีลีเนียมสเปิร์มมักจะว่ายช้าหรือรูปร่างผิดปกติค่ะ


👉 55–200 mcg/วัน


5. Folate (B9)


ฝ่ายชายก็ต้องการโฟเลตค่ะ! ช่วยลด DNA Fragmentation (ความเสียหายของสาย DNA) ในสเปิร์ม ซึ่งถ้า DNA สเปิร์มเสียหายมาก แม้ปฏิสนธิได้ตัวอ่อนก็อาจไม่แข็งแรง


👉 400 mcg/วัน


6. Vitamin D งานวิจัยพบว่าผู้ชายที่ระดับ Vitamin D ต่ำ มีจำนวนและคุณภาพสเปิร์มลดลง


👉 1,000–2,000 IU/วัน


7. L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน) ช่วยเรื่อง Motility (การเคลื่อนไหว) + Morphology (รูปร่าง) ของสเปิร์ม เหมาะมากสำหรับฝ่ายชายที่ตรวจพบว่าสเปิร์มเคลื่อนช้าหรือรูปร่างผิดปกติค่ะ


ครูก้อยอยากบอกว่า...การเตรียมตัวที่ดีที่สุด คือการเตรียม "ทั้งคู่" ค่ะ อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแบกภาระคนเดียวนะคะ เพราะลูกที่สุขภาพดี เกิดจากไข่ดี + สเปิร์มดี + ร่างกายแม่ที่พร้อมนะคะ


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page