top of page
ค้นหา

แท้งบุตร อยากท้องใหม่ ได้ไหม จะท้องยากกว่าเดิมหรือเปล่า?



แท้งบุตร แม่ๆ หลายคนอาจต้องเจอกับฝันร้ายสุดของคนเป็นแม่ คือ การแท้ง วันนี้เรามาทำความเข้าใจสาเหตุของการแท้งกันค่ะ การแท้งมันเป็นภาวะผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับหญิงตั้งครรภ์ทุกคน


ครูก้อยไม่อยากให้แม่ๆ จมกับความเสียใจ หรือ คิดโทษตัวเอง แต่ให้มองในแง่ที่ว่า เราแท้งได้ แสดงว่าเราท้องได้ ดังนั้นมาเริ่มกันใหม่ได้ค่ะ


แท้งบุตร เกิดจากอะไร มีผลต่อการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปหรือไม่?


การแท้งถือเป็นภาวะผิดปกติอย่างหนึ่งของการตั้งครรภ์ ซึ่งพบได้ประมาณ 10-15% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด โดยการแท้งนั้นอาจกิดขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ได้ 2-3 สัปดาห์ไปจนถึง 28 สัปดาห์ แต่การแท้งมักจะเกิดขึ้นในช่วงคุณแม่มีอายุครรภ์ประมาณ 4-20 สัปดาห์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 13 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์


สัญญาณการแท้งมีอาการอย่างไร?


สัญญาณของการแท้งบุตรที่พบได้บ่อย คือ มีเลือดออกทางช่องคลอด โดยอาจไหลออกมาเพียงเล็กน้อยเป็นหยดๆ น้ำตาลหรือแดงสด ซึ่งอาการเลือดออกนี้อาจเป็นๆ หายๆ อยู่หลายวัน


อย่างไรก็ตาม การมีเลือดไหลทางช่องคลอดยังเป็นอาการพบได้ทั่วประหว่างการตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก หลายคนอาจเรียกว่า "เลือดล้างหน้าเด็ก" ซึ่งเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนส่งผลให้เลือดที่เคยคั่งค้างอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาได้


การมีเลือดออกจึงไม่ได้หมายความว่ามีการแท้งเกิดขึ้นเสมอไป


ทั้งนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเมือมีอาการที่อาจแสดงถึงการแท้งต่อไปนี้เกิดขึ้น

  • มีเลือดออกจากช่องคลอด โดยจากที่ออกแต่น้อยจะค่อยๆ รุนแรงมากขึ้น

  • มีเนื้อเยื่อถูกขับออกมาทางช่องคลอด

  • มีเมือกขาวอมชมพูออกจากช่องคลอด

  • เกิดตะคริวอย่างรุนแรง

  • ปวดเกร็งช่องท้องส่วนล่าง ปวดหลัง

  • อ่อนล้า ไม่มีแรง มีไข้

  • ไม่มีอาการแพ้ท้อง หรืออาการเคยเป็นเริ่มหายไปเช่น คลั่นไส้ อาเจียน หรือค้ดตึงเต้านมอีกต่อไป

การแท้งเกิดจากสาเหตุใด?


สาเหตุของการแท้งสามารถแบ่งออกเป็นหลักๆ ได้ 2 ปัจจัยด้วยกันค่ะ ประกอบด้วย


1. การแท้งบุตรที่เกิดจากทารก


กว่า 60% ของการแท้งทั้งหมด มักมีสาหตุมาจากความผิดปกติทางต้นโครโมโซมของทรกในครรภ์ โตยอาจจะมีลักษณะไม่พบตัวอ่อนในถุงการตั้งครรภ์เลย เรียกว่า "ภาวะไข่ฝ่อ" (blighted ovum) หรือท้องลม หรือบางเคสอาจเห็นตัวอ่อนในถุงการตั้งครภ์แล้ว แต่ไม่มีการทำงานของหัวใจ


2. การแท้งที่มีสาเหตุจากมารดา

  • การติดเชื้อต่างๆไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย เป็นการติดเชื้อทั่วร่างกาย หรือเป็นการติดเชื้อเฉพาะที่

  • โรคประจำตัวของมารดา เช่น โรคเบาหวาน ไทรอยด์เป็นพิษ SLE เป็นต้น

  • การรักษาโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะด้วยการายแสง หรือยาเคมีบำบัด ก็เพิ่มโอกาสการแท้งบุตรได้

  • การผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ ก่อนอายุครรภ์ 10 สัปดาห์

  • ภาวะทุพโภชนาการ ไม่ว่าจะอ้วนเกินไป หรือผอมเกินไป

  • การใช้ยาหรือวัคซีนบางชนิด

  • การมีลักษณะมดลูกผิดปกติ เช่น เนื้องอกมดลูก มีผนังกั้นภายในมดลูก เป็นต้น


แท้งแล้วสามารถท้องเร็วที่สุดได้ตอนไหน?


การที่จะกลับมาตั้งครรภ์ด้อีกหลังจากแท้งบุตรนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและสาเหตุของการแท้ง รวมถึงการรักษาหรือการทำหัตถการของคนท้องค่ะ เช่น หากมีการแท้งสมบูรณ์ โดยไม่ได้มีการขูดมดลูก ก็สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้เลย


อย่างไรก็ตาม แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่าควรเว้นช่วงการตั้งครรภ์ไปก่อนประมาณ 1-3 เตือน แล้วค่อยมีบุตรใหม่ค่ะ


ในกรณีที่มีการขุดมดลูก แพทย์จะแนะนำให้คุณแม่เว้นช่วงการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ไปอีก 3 เดือน หากมีการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่ต้องผ่าผ่านผนังมดลูกเข้าไป อาจทำให้มีแผลที่กล้ามเนื้อมดลูก ดังนั้น แพทย์จะแนะนำให้ เว้นช่วงการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ไปอีก 6-12 เดือนก่อนค่ะ


ดูแลตัวเองหลังแท้งบุตรอย่างไร?


สำหรับการดูแลตนเองหลังการแท้ง มีรายละเอียดมากมายที่ค่อนข้างต้องให้ความใส่ใจอย่างมากค่ะ คือ


  • หมั่นสังเกตตัวเอง โดยปกติเลือดไหลออกจากช่องคลอดจะลดลงเรื่อยๆ และหยุดไหลภายใน 1-2 สัปดาห์ อาการปวดท้องน้อยจะค่อยๆ บรรเทาลง หากพบว่าเลือดไม่หยุดไหลและมีชั้นเนื้อหลุดปนออกมาทางช่องคลอด มีอาการปวดท้อง มีไข้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อขึ้นได้

  • คุณแม่ควรเข้ารับการตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูกและดูสุขภาพโดยรวม หลังการแท้งบุตร 2 สัปดาห์

  • ตรวจร่างกายและเจาะเลือดเพื่อเรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ หากพบความผิดปกติควรรีบรักษาให้หายเป็นปกติก่อนมีการตั้งครรภ์

  • งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรีอหากกิดการติดเชื้อในโพรงมดลูกให้งตมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ

  • ฟื้นฟูสุขภาพจิตใจให้ดี หลีกเลียงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลียงการทำงานหนักติดต่อกัน

  • ในกรณีของผู้ที่แท้ง 2 ครั้งขึ้นไปหรือมีการแท้งซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจหาสาหตุของการแท้ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายหรือการตรวจภายใน ตรวจเลือด ถ่ายภาพเอกซเรย์ ตรวจอัลตราซาวด์ หรือการส่องกล้องเข้าไปตรวจในโพรงมดลูกเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ปากมดลูกขยายตัวผิดปกติหรือไม่ หากพบความผิดปกติ ควรรีบรักษาก่อนการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป หลีกเลี่ยงการแท้งลูกที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

วิธีดูแลตัวเองหลังแท้ง สูตรครูก้อย (กรณี แท้งครบ ขูดมดลูก หรือ ท้องนอกมดลูก)


ให้คุมกำเนิดสัก 3 รอบเดือนนะคะ ค่อยปล่อยท้อง ให้ดลูกฟื้นตัวก่อน ระหว่างนี้ทานโฟลิกต่อเนื่องนะคะ เอลตภาวะตัวอ่อนพิการแต่กำเนิด ซึ่งคือสาเหตุหลักของการแท้งในไตรมาสแรก เสริมด้วยโฟลิค และมัลติวิตามิน จากครูก้อย ตัวนี้เลยค่ะ "OvaAIl" ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงไข่ตัวจบ สยบททุกปัญหาท้องยาก


เกี่ยวกับ "โภชนาการบำรุงการตั้งครรภ์หลังการแท้ง"


สิ่งสำคัญ อย่าลืมหันมาให้ความใส่ใจในเรื่องของโภชนากร เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์เกิดขึ้นใหม่นั้นเป็นการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด


Step การบำรุง สามารถทำได้ตามนี้ค่ะ


1.ซุปไก่คำตังกุยสด + โปรตี Ferty ทานบำรุงได้เลยทันทีนะคะ *ผู้หญิงที่ขูตมดลูกทานได้เลยค่ะ ซ่อมแซมส่วนส์กหรอ ให้ทานโปรตีนวันละ 2 ซอง

  • เช็คน้ำเปล่า หรือนมฮัลมอนด์ไม่เย็นนะคะ (ใส่งาดำ + ธัญพืช Good Grain ธัญพืชพร้อมชง ได้เลย)

  • ส่วนซุปไก่ตำตังกุยสดตุ๋นเครื่องยาจีน เวฟร้อนๆทานวันละ 2 ถ้วยเลยค่ะ บำรุงเลือด บำรุงมดลูก ช่วยขับเลือดตกค้าง

2. น้ำมะกรูด รอให้เลือดที่ออกเยอะๆ หยุดก่อนค่ะ ค่อยดื่ม และเริ่มวันละ 1 SHOT ไปจนท้องใหม่

3. แนะนำให้ดื่มชาดอกคำฝอย เพื่อขับล้างลิ่มเลือดค้างด้วยค่ะ เพื่อเคลียร์ผนังมดลูกให้สะอาด เริ่ม ดื่มเมื่อเลือดเยอะหยุดค่ะ ช่วงที่ออกกระปริบกระปรอยเริ่มได้เลย ดื่มยาวไปสัก 14 วัน ดื่มทั้งน้ำเคี้ยวทั้งดอก

4.เริ่มทำ Castor oil pack เมื่อเลือดหมดสนิทเพื่อบำบัดดีท็อกซ์มดลูก แทนการอยู่ไฟ (หากอยู่ไฟร่วมด้วยได้จะดีค่ะ) ช่วงแรกของการแท้งทำสัก 5 ครั้งติดๆ กันทุกวันค่ะ จากนั้นเว้นระยะ 2-3 วัน หนไปเรื่อยๆ สัก 3 เดือน (คุมกำเนิด 3 เดือน อย่าเพิ่งปล่อย)

5.ดื่มขิงดำ + น้ำผึ้งชันโรง 1 แก้ว ก่อนนอนทุกคืน ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดี ลดการอักเสบติดเชื้อในมดลูก

6.เมล็ดฟักทองทานวันละ 1 กำมือค่ะ มี Zinc และวิตามิน E จากธรรมชาติสูง ลดอัตราการแท้งในช่วงแรกของการฝังตัว


ทั้งนี้ เมื่อผ่านจากเหตุการณ์แท้งไป 1 เดือน ก็เข้าสูตรการบำรุงตามคัมภีร์ตามปกติได้เลยค่ะ โดยให้ทานตามคัมภีร์ อาหาร 70% วิตามิน 30% บำรุงไข่ 3 เดือนตามคัมภีร์ (ซึ่งฝ่ายสามีต้อง

บำรุงสเปิร์มร่วมด้วย)


5 Keys to success...

  • เพิ่มโปรตีน

  • ลดคาร์บ

  • งดหวาน

  • ทานกรดไขมันดี

  • เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ให้มากที่สุด

  • เสริมวิตามินบำรุง

-หลักการคือ = อาหาร 70% + วิตามิน 30%

  • งดหวานเด็ดขาด(ขนม เบเกอร์รี ผลไม้รสหวาน)

  • ลดคาร์บ ลดแป้ง

  • ลดเค็ม ของปรุงรสเยอะ

  • งดของแปรรูป

  • งดของสุกๆ ดิบๆ

  • งดไขมันทรานส์

  • งดชา กาแฟ คาเฟน น้าอัดลม

  • งดแอลกอฮอล์

  • งดนมวัวแลคโตสสูง

  • งดอาหารกลูเต็น

-นอนไม่เกิน 4 ท่ม

-น้ำ 2-3 ลิตร (ไม่เย็น ดื่มเรือยๆ ตลอดวัน)

-ออกกำลังกายด้วยการเดิน / โยคะ ไม่เวทหนัก


แท้งแล้วมีโอกาสแท้งอีกหรือไม่ ?


ผู้ที่เคยแท้งเองมาก่อนจะมีโอกาสแท้งได้ในครรภ์ต่อไป โดยเฉพาะอย่างถ้าเคยแท้งติดต่อกันตั้แต่ 2 ครั้งขึ้นไป ดังนั้น การตั้งครรภ์ครั้งต่อไป คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์เสียแต่เนิ่นๆ และพักผ่อนให้มาก ส่วนผู้ที่เคยแท้งติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป เรียกว่าภาวะแท้งซ้ำซากซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของมดลูก หรือ เซลล์ไข่ไม่มีคุณภาพ หรือ ตัวอ่อนผิดปกติทางโครโมโซมควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และแก้ไขก่อนที่จะตั้งครรภ์ต่อไปค่ะ


อย่างไรก็ตาม การแท้งมักมีโอกาสเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หญิงที่เคยแท้งบุตรมาแล้วจึงยังสามารถตั้งครรภ์และคลอดได้สำเร็จในครั้งต่อไป และมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่แท้งบุตรติดต่อกัน 2 ครั้ง ส่วนการแท้งอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้งขึ้นไปนั้นมีอัตราการเกิดเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


ส่วนในกรณีที่ไม่ทราบสาหตุของการแท้งอย่างต่อเองก็อย่าเพิ่งหมดหวังในการมีบุตร เพราะประมาณ 60-80 เปอร์เซ็นต์ของหญิงที่เผชิญปัญหานี้สามารถตั้งครรภ์ที่แข็งแรงได้ในที่สุดเช่นกันค่ะ


แม่ๆ คะ การแท้งเกิดขึ้นได้ เมื่อแท้งแล้ว เราสามารถดูแล บำรุงร่างกายให้แข็งแรงพร้อมตั้งครรภ์ใหม่ได้ค่ะ อย่าเพิ่งท้อใจ สาเหตุหนึ่งจากการแท้งอาจมาจากเซลล์ไข่ที่ด้อยคุณภาพ หรือ โครโมโซมผิดปกติ ซึ่งแม่ๆ สามารถบำรุงไข่ให้แข็งแรงได้ด้วยโภชนาการที่ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นการทำเต็กหลอดแก้วก็เป็นทางหนึ่งที่ลดความเสี่ยงในการแท้งได้ค่ะเพราะสามารถคัดโครโมโซมตัวอ่อนก่อนใส่กลับเข้าโพรงมดลูก เป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้นั่นเอง


บทความที่น่าสนใจ



ดู 9,933 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Commenti


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page