ท้องแล้ว..น้ำหนักควรจะขึ้นเท่าไหร่ ถึงจะไม่เสี่ยงน้ำหนักเกิน อันตรายต่อลูกน้อย?
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

แม่ท้องมักจะ enjoy eating กินเพื่อลูก แต่ระวังด้วยนะคะ ท้องแล้วกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีโภชนาการสูง ไม่โด๊ป ไม่กินอาหารซ้ำๆ ลูกอาจเสี่ยงแพ้ และลดพวกของหวาน ของมันของทอดนะคะ จะได้ไม่เสี่ยงน้ำหนักเกิน และเบาหวานอาจจะถามหา ส่งผลให้เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด อันตรายต่อแม่และเด็กค่ะ
● แล้วแม่ท้องสุขภาพดีน้ำหนักควรขึ้นกี่กิโลคะ?
น้ำหนักควรขึ้นมาก-น้อยขึ้นอยู่กับค่า BMI ของน้ำหนักก่อนท้องค่ะ แต่ละคนไม่เท่ากัน
● ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index-BMI) หมายถึงค่าดัชนีความสัมพันธ์ระหว่างส่วนสูง และน้ำหนักตัว โดยคำนวณดังนี้
BMI = น้ำหนัก (กก.) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร ยกกำลังสอง)
คิดง่ายๆ คือเอาน้ำหนักหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร ได้เท่าไหร่ เอามาหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรอีกรอบค่ะ
● เช่น หนัก 50 กก. สูง 1.50 เมตร
นน. ÷ ส่วนสูงได้ 33.33 แล้วเอา 33.33 หารด้วย 1.50 อีกครั้ง จะได้ค่า BMI = 22.22
จากนั้นนำมาเทียบดังนี้ค่ะ
1. BMI ต่ำกว่า 18.5 เป็นคุณแม่ตัวเล็ก
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 12-18 กก. หรือ 0.5 กก./สัปดาห์
2. BMI 18.5-25 คุณแม่น้ำหนักเกณฑ์ปกติ
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 11-16 กก. หรือ 0.4 กก./สัปดาห์
3. BMI 25-30 คุณแม่น้ำหนักเกินเกณฑ์
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 7-12 กก. หรือ 0.3 กก./สัปดาห์
4. มากกว่า 30 กก. เป็นคุณแม่ที่มีภาวะอ้วน
น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 5-9 กก. หรือ 0.2 กก./สัปดาห์
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นขณะที่ตั้งครรภ์นั้นมาจาก น้ำหนักลูก รก น้ำคร่ำ ขนาดมดลูกที่ใหญ่ขึ้น และการบวมน้ำในระบบเลือด เมื่อคลอดแล้วน้ำหนักคุณแม่จะหายไปทันทีเฉลี่ยอยู่ที่ 6 กก. (ทารก / น้ำคร่ำ / มดลูก / รก) และร่างกายคุณแม่จะเข้าที่และสมบูรณ์หลังคลอดใช้เวลาประมาณ 2 เดือนค่ะ
ดังนั้นในช่วงที่คุณแม่กำลังท้องอยู่แนะนำให้ทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และลดการทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์นะคะ



