ค้นหา

"อัลคาไลน์" จากผัก 8 ชนิด มีฤทธิ์ช่วยให้ไข่สวย ช่วยเพิ่มความเป็นด่างให้เลือด




อัลคาไลน์ ฤทธิ์ด่างที่สามารถทำให้ร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ที่กำลังเตรียมตัวมีบุตรหลายคนอาจยังไม่เคยได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าฤทธิ์ชนิดนี้มากมายนัก ดังนั้น ในบทความนี้ ครูก้อยจะมาอธิบายให้ฟังค่ะว่า Alkaline มีข้อดีต่อร่างกายของผู้ที่กำลังเตรียมพร้อมมีบุตรอย่างไร?


"อัลคาไลน์" คืออะไร ทำไมคนอยากมีบุตรต้องรับประทาน?


"อาหารอัลคาไลน์" (Alkaline Diets) ก็คืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ซึ่งปัจจุบันนี้การกินอาหารอัลคาไลน์ เป็นทางเลือกหนึ่งที่นิยมกันในหมู่ผู้ต้องการมีสุขภาพดีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าการกินอัลคาไลน์ เป็นการกลับไปกินอาหารแบบธรรมชาติ ก่อนที่มนุษย์จะปรุงแต่งอาหารกันมากๆ อย่างในทุกวันนี้

แทนที่จะกินอาหารซึ่งมีน้ำตาล ไขมัน หรือคอเลสเตอรอลสูง คนสายอัลคาไลน์ก็ไปกินพวกผักผลไม้ออร์แกนิก ธัญพืช โปรตีนบริสุทธ์จากถั่ว ไขมันดีต่อสุขภาพที่ได้จากเมล็ดแฟลกซ์ มะกอก หรือคาโนลา อย่างไรก็ตาม อาหารที่ว่ามานี้ไม่ใช่ว่าจะมีฤทธิ์เป็นด่างเท่านั้น บางอย่างก็เป็นกรด แต่เมื่อมันเข้ามาในร่างกายของเรา และผ่านกระบวนการย่อยและเผาผลาญเรียบร้อยแล้ว จะผลิตสิ่งที่เรียกว่า "Alkaline Ash" ขึ้นมา ผู้รักสุขภาพสายอัลคาไลน์เขาบอกว่า เมื่อร่างกายของเราสามารถรักษาสภาพความเป็นด่างไว้ได้เล็กน้อยแล้ว ระบบต่างๆ ก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น


ครูก้อยแนะนำว่าสำหรับผู้หญิงที่วางแผนท้องนั้นควรทานผักผลไม้ที่มีฤทธิ์อัลคาไลน์ เพราะว่าเมื่อเรามีเพศสัมพันธุ์แล้วสเปิร์มจะหลั่งออกมาแล้วว่ายเข้าทางช่องคลอดของเรา สาวๆ รู้มั้ยคะว่าสเปิร์มนั้นจะตายหมดถ้าเมือกในช่องคลอด (cervical fluid) ของเรามีฤทธิ์เป็นกรด ดังนั้นถ้าเราทานอาหารที่มีฤทธิ์อัลคาไลน์ จะช่วยรักษาสภาวะที่เป็นด่างซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมกับสเปิร์ม ทำให้สเปิร์มมีชีวิตอยู่ได้และว่ายไปถึงไข่ได้ง่ายขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยพบ PH level ยังส่งผลต่อคุณภาพของไข่และสเปิร์ม โดยพบว่าว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ชอบทานเนื้อสัตว์ หรือทานโปรตีนจากสัตว์จะมีสภาวะร่างกายที่เป็นกรดซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อไข่และสเปิร์มค่ะ


มาดูกันดีกว่าว่าผักที่มีฤทธิ์อัลคาไลน์ได้แก่อะไรบ้าง


ผักที่มีฤทธิ์ชนิดนี้ประกอบอยู่ มีอยู่หลากหลายด้วยกันค่ะ เช่น


1. น้ำมะกรูด


มีการศึกษาพบว่า "กรดซิตริค" ที่พบในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะกรูด มะนาว เป็นกรดผลไม้ที่จะถูกเปลี่ยนต่อไปเป็นไบ "คาร์บอเนต" หรือ “Alkaline Ash” และเพิ่มสภาวะความเป็น "ด่าง" ให้กับร่างกาย ดังนั้นการดื่มน้ำมะกรูดจะเป็นการปรับสมดุลฮอร์โมนและเพิ่มความเป็นด่างให้กับร่างกายค่ะ

2. อัลมอนด์


รู้หรือไม่ว่าถั่วอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์เป็นกรดจนกระทั่งมันแตกหน่อ มีเพียงไม่กี่ชนิดที่มีฤทธิ์เป็นกลางหรือเป็นด่างเล็กน้อย ซึ่งอัลมอนด์เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ อัลมอนด์ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ดังนี้ค่ะ

  • ให้พลังงานสูง ไขมันดี ทานแล้วไม่อ้วน อัลมอนด์ 1 เม็ด ให้พลังงาน 7 แคลอรี่

  • ในบรรดาถั่วเปลือกแข็งทั้งหลาย อัลมอนด์มีสารอาหารมากที่สุด โดยเฉพาะโปรตีน จึงช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ถ้าเทียบตามน้ำหนักแล้วอัลมอนด์ให้โปรตีนสูงถึง 21.15%

  • บำรุงประสาท บำรุงสมอง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ในอัลมอนด์มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนอย่างโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ในปริมาณสูง

  • ช่วยเพิ่มเมตาโบลิซึม วิตามิน B6 ช่วยเพิ่มเมตาโบลิซึมในการเผาผาญโปรตีน ที่จะนำไปซ่อมแซมเซลล์สมอง วิตามิน B6 ยังช่วยเพิ่มขบวนการสร้างสารสื่อประสาท ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคพาร์กินสัน

  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด โดยเฉพาะกรดไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า 6 ที่มีความสำคัญในการลดการอุดตันของเส้นเลือด การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับ HDL ซึ่งเป็นไขมันดี และลดระดับไขมันเลวหรือ LDL มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า หากรับประทานอัลมอนด์เพียงวันละ 2 หยิบมือจะช่วยลดระดับ LDL ได้ถึง 9.4%


สำหรับผู้ที่วางแผนท้องต้องบำรุงไข่ ครูก้อยแนะนำให้ทาน Good Grain ธัญพืชพร้อมชงที่ประกอบไปด้วย อัลมอนด์ แฟลกซีดและลูกเดือย โดยชงผสมกับโปรตีน ferty ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์จากถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่และโปรตีนจากข้าวซึ่งเป็นโปรตีนที่ดีกว่าโปรตีนจากสัตว์ค่ะ

3. อาร์ทิโช้ค

ส่วนมากอาร์ทิโช้คถูกใช้วางไว้ด้านบนของสลัดหรืออยู่ในน้ำจิ้ม แต่จริงๆ แล้วประโยชน์ของมันมีมากหลายจนควรเอามาปรุงเป็นอาหารจานหลัก เช่น เป็นผักที่มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก จากการทดสอบผักต่างๆ 1,000 ชนิดพบว่า อาร์ทิโช้คมีสารดังกล่าวมากเป็นลำดับ 7 เลยทีเดียว ดังนั้นมันจึงช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย รวมถึงป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจได้ด้วย สารอาหารอื่นๆ ในอาร์ทิโช้ค ได้แก่ วิตามินซี วิตามินเค โฟเลต


4. หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งมีความเป็นด่างสูง แต่ไม่ใช่แค่นั้นที่น่าสนใจ มันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ คุณค่าทางอาหาร และความสามารถในการจำกัดสารพิษ นอกจากนี้ที่น่าสนใจมากสำหรับสาวๆ คือมันมีประโยชน์ในด้านชะลอความแก่ด้วยนะ ส่วนสารอาหารอื่นๆ ในหน่อไม้ฝรั่งก็ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี เหล็ก


5. อะโวคาโด

อะโวคาโดมีโพแทสเซียมสูงพอๆ กับไขมันดีสูง สำหรับน้ำมันอะโวคาโดคุณก็สามารถใช้มันแทนน้ำมันอื่นๆ ได้เลย นอกจากนี้อะโวคาโดยังมีวิตามินซี วิตามินเอ และไฟเบอร์

ครูก้อยแนะนำให้ทานอะโวคาโดวันละครึ่งผลราดด้วยน้ำผึ้งชันโรงเพราะน้ำผึ้งชันโรงมาจากเกสรดอกไม้ 100% และเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มโพรไบโอติค (Probiotic) ให้กับมดลูก ลำไส้และปรับสมดุลฮอร์โมนให้กับร่างกายอีกด้วย


6. โหระพา

โหระพามีฤทธิ์เป็นด่าง และมันยังมีสารฟลาโวนอยด์ซึ่งช่วยเรื่องการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย อีกทั้งทั่วๆ ไปแล้วโหระพานั้นก็มีสรรพคุณรักษาโร

คภัยไข้เจ็บเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกายได้ สารอาหารอื่น ๆ ในโหระพา ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินเค แคลเซียม


7. บีทรูท

บีทรูทเป็นผักชนิดหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มค่า pH ให้ร่างกายของคุณได้ (ค่า pH เพิ่มคือเพิ่มความเป็นด่าง) ที่น่าสนใจคือบีทรูทมีรงควัตถุเบทาเลน ซึ่งมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง ควรทานบีทรูทแบบสดๆ เพราะถ้าเอาไปปรุงหรือดองจะทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง สารอาหารอื่นๆ ในบีทรูทได้แก่ วิตามินซี วิตามินเค โฟเลต ถ้าไม่มีเวลาทานบีทรูทสดๆ ครูก้อยแนะนำให้ทาน Pure Red ซึ่งเป็นผงผักสีแดงจากบีทรูท แครอท มะเขือเทศและทับทิม ซึ่งอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ โดนชงผง Pure Red 2 ช้อนชาในน้ำผักผลไม้หรือน้ำเปล่า 1.5 ลิตรโดยครูก้อยแนะนำให้ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3ลิตรจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ


8. บรอกโคลีและผักใบเขียวต่างๆ

บางคนกินบรอกโคลีทุกวันเพื่อรักษาสุขภาพและให้ประโยชน์ด้านรักษาความเป็นด่างเอาไว้ ซึ่งจะให้ได้ประโยชน์อย่างนั้นคุณควรจะกินบร็อกโคลีราวๆ 3-4 วันต่อสัปดาห์เลยค่ะ นอกจากนี้สารอาหารอื่นๆ ของบร็อกโคลีที่มีประโยชน์ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินเอ แคลเซียมค่ะ


มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงกินผักผลไม้น้อย มีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะมีบุตรยากเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 12%

โดยงานวิจัยดังกล่าวเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Human Reproduction พบว่าผู้หญิงที่กินผลไม้ 3 ครั้งขึ้นไป/วัน มีแนวโน้มว่าจะมีโอกาสตั้งครรภ์เร็วกว่าผู้หญิงที่กินผลไม้น้อยกว่า 1-3 ครั้ง/เดือน


นอกจากนั้นผู้หญิงที่กินผลไม้น้อยที่สุด มีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะมีบุตรยากเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 12% เลยทีเดียว


ครูก้อยแนะนำว่าวันไหนที่ไม่มีเวลาทานผักใบเขียวสดๆ ให้ทานผงผักสีเขียวเขียว Pure Green วันละ 2ช้อนชาค่ะ ซึ่งเป็นผงผักที่มีคลอโรฟิลล์และโปรตีนสูง ประกอบไปด้วย อัลฟัลฟ่า สไปรูลิน่า มะรุมและวีทกราส ซึ่งทุกตัวนั้นล้วนแล้วแต่ทำให้เซลล์สะอาด เพิ่มความเป็นด่างและเพิ่มออกซิเจนให้กับเลือด ทำให้เลือดสะอาดและไหลเวียนดีค่ะ โดยชงผง Pure Green 2 ช้อนชากับน้ำผักผลไม้หรือน้ำเปล่า1.5 ลิตร และควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3ลิตรค่ะ


อย่างไรก็ดีค่ะ เห็นประโยชน์มากมายของผักฤทธิ์อัลคาไลน์กันไปแล้ว เหล่าบรรดาว่าที่คุณแม่มือใหม่ก็สามารถไปเลือกซื้อมาทำกินที่บ้านได้เลยนะคะ แต่อย่าลืมข้อสำคัญว่าด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วยนะ เราจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงเตรียมพร้อมสำหรับเจ้าตัวน้อยกันค่ะ


บทความที่น่าสนใจ


ดู 96 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ