ในช่วงการตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์ อาการ โภชนาการ และข้อควรระวัง มีอะไรบ้าง?
- 24 มี.ค.
- ยาว 2 นาที

ก้าวสู่สัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์แล้วนะคะ แม้ลูกยังเล็กเพียงเท่าเมล็ดถั่วแดง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายเขา “ยิ่งใหญ่” มาก เพราะนี่คือครั้งแรกที่หัวใจดวงจิ๋วเริ่มเต้นเป็นจังหวะของชีวิต
1. เมื่อตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ ร่างกายจะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์ แม่ๆ จะไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป! ในการอัลตราซาวด์ช่องคลอดมักเห็น ถุงตั้งครรภ์ ถุงไข่แดง และขั้วทารกในครรภ์ (fetal pole) มักจะเห็นหัวใจเต้นประมาณ 110–150 ครั้ง/นาที หากยังไม่เห็น มักนัดซ้ำใน 6w5d ถึง 7w
● ทารก (Embryo)
1) ทารกขนาด ~5–6 มม. (เท่าเมล็ดถั่วแดง)
2) รูปร่างโค้งเป็นตัว C ศีรษะโตชัดเจน
3) สมองกำลังแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ
4) หัวใจเริ่มเต้นแรงและสม่ำเสมอ
5) แขน–ขาเริ่มเป็นตุ่มเล็ก ๆ (limb buds)
6) จุดดำเล็ก ๆ วางตำแหน่งดวงตาและช่องหู
● ถุงตั้งครรภ์ (Gestational sac)
1) ขนาด ~10–15 มม.
2) เห็น fetal pole และหัวใจเต้น
● ถุงไข่แดง (Yolk sac)
- เห็นชัด ทำหน้าที่เลี้ยงลูกควบคู่กับรกที่กำลังสร้าง
2. เมื่อตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์ ควรทานอาหารอะไร?
ช่วงนี้สมองและหัวใจลูกกำลังเติบโตเร็วมาก การเสริมโฟลิกและวิตามินดี เป็นอาหารเสริม 2 ชนิดที่แนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ การทานวิตามินเสริมถือเป็นวิธีที่ดีในการทำให้มั่นใจว่าคุณแม่ได้รับสารอาหารครบทุกวัน
นอกจากนี้ โปรตีน ก็เป็นส่วนสำคัญในโภชนาการช่วงตั้งครรภ์เช่นกัน เพราะมีหน้าที่ช่วยขนส่งสารอาหารไปเลี้ยงลูกน้อย โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
2.1 โภชนาการที่ควรเน้น
1) โฟเลต จาก ผักใบเขียว อะโวคาโด เพื่อลดเสี่ยงหลอดประสาทปิดไม่สนิท
2) โปรตีนคุณภาพดี จากปลา ไข่ เต้าหู้ เนื้อไม่ติดมัน เพื่อเสริมสร้างหัวใจและอวัยวะสำคัญ
3) โอเมก้า-3 (DHA/EPA) จากปลาแซลมอน วอลนัต เมล็ดแฟลกซ์ บำรุงสมอง
4) ธาตุเหล็ก เช่น ตับ ผักโขม ธัญพืชเต็มเมล็ด ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
5) แคลเซียม + วิตามินดี เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็ก เสริมโครงกระดูกและฟัน
เมนูแนะนำ : ปลาแซลมอนย่างกับผักต้ม สลัดอกไก่นึ่งกับอะโวคาโด ซุปมันฝรั่งใส่นมสดและแครอท และผัดบล็อกโคลีใส่ไข่คน เป็นต้น
2.2 วิตามินและแร่ธาตุเสริม
1) โฟเลต 400–600 µg/วัน
2) ธาตุเหล็ก 27 mg/วัน
3) โปรตีน 1.1 g/กก.น้ำหนักตัว/วัน
4) โอเมก้า-3 (DHA/EPA) 200–300 mg/วัน
5) วิตามินซี 85 mg/วัน
6) วิตามินดี 600 IU/วัน
3. อาการตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์
1) คลื่นไส้ อาเจียนบ่อยขึ้น (แพ้ท้องเด่นขึ้น)
2) คัดตึงเต้านม
3) เหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย
4) ปวดหน่วงท้องน้อยเล็กน้อย
5) มีตกขาวใสหรือขาวขุ่นมากขึ้น
6) อารมณ์แปรปรวน
4. การตรวจและการดูแลทางการแพทย์
1) ธรรมชาติ หมอมักนัดอัลตราซาวด์ครั้งแรกช่วง 6–8 สัปดาห์ เพื่อเช็กหัวใจเต้นและตำแหน่งการฝังตัว
2) ICSI หมอติดตามใกล้ชิดกว่า (ตรวจเลือด hCG/Progesterone ต่อเนื่อง และนัดซาวด์เร็วกว่า) เพราะเป็นครรภ์ที่ต้องเฝ้าระวังมากกว่า
ในช่วงนี้การทำ ICSI หมอมักให้ฮอร์โมนเสริม (Progesterone ± Estrogen) เพื่อช่วยพยุงการฝังตัวและพัฒนาครรภ์
5. ข้อควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยง
✅ ควรทำ
1) พักผ่อนเพียงพอ
2) ดื่มน้ำ ≥ 2 ลิตร/วัน
3) ทานอาหารสด ครบหมู่
4) ทานวิตามินสำหรับแม่ท้องต่อเนื่อง
❌ ควรเลี่ยง
1) งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพิ่มความเสี่ยงแท้งและทารกเจริญเติบโตผิดปกติ
2) หลีกเลี่ยงคาเฟอีนเกิน 200 มก./วัน เท่ากับกาแฟ 1–2 แก้วเล็ก
3) ไม่กินอาหารดิบ/กึ่งสุกดิบ เช่น ซูชิ, สเต๊กไม่สุก, ไข่ดิบ → เสี่ยงติดเชื้อ Listeria/Toxoplasma
4) เลี่ยงยาบางชนิด (เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs) ถ้าไม่จำเป็น ควรปรึกษาหมอก่อนใช้
5) อย่าหักโหมออกกำลังกาย งดกระโดด วิ่งหนัก ยกของหนัก
6) เลี่ยงสารเคมี/กลิ่นแรง เช่น น้ำยาทำความสะอาด, ทินเนอร์, สเปรย์บางชนิด
สรุปสัปดาห์ที่ 6 ลูกยาวเพียง 5–6 มม. แต่หัวใจเริ่มเต้นแล้ว อัลตราซาวด์เห็นถุงตั้งครรภ์ ถุงไข่แดง fetal pole และหัวใจเต้นชัดเจน แม่ควรเน้น โฟเลต + โปรตีน + Omega-3 เพื่อบำรุงสมองและหัวใจลูก
ดังนั้นทุกการพักผ่อน ทุกมื้ออาหารที่แม่ตั้งใจเลือก ล้วนคือการส่งต่อความรักไปถึงลูกน้อยอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างรากฐานชีวิตที่แข็งแรงให้กับลูกในวันพรุ่งนี้ค่ะ
