เปิด 6 ขั้นตอนในห้องแล็บ…หลังเก็บไข่ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
- 19 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

แม่ๆ มักเข้าใจว่า “เก็บไข่เสร็จ = จบขั้นตอนสำคัญแล้ว” แต่ความจริง…หลังจากไข่ออกจากร่างกายแม่ วินาทีต่อจากนั้นคือช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนที่สุด ภารกิจจะถูกส่งต่อให้ “นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน”ทุกขั้นตอนต้องแม่นยำ แข่งกับเวลา และควบคุมสภาพแวดล้อมเหมือนอยู่ในร่างกายแม่มากที่สุด
วันนี้ครูก้อยขอพาแม่ ๆ ไปดูแบบชัด ๆ ว่า หลังเก็บไข่ในห้องแล็บเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
1. การค้นหาและคัดแยกไข่ (Oocyte Picking)
หลังจากที่แพทย์เก็บไข่โดยการดูดของเหลวจากถุงไข่ออกมา ของเหลวนั้นไม่ได้มีแต่ไข่ จะมีทั้งเลือด เซลล์เยื่อบุ และเซลล์รอบไข่ปะปนอยู่
นักวิทยาศาสตร์จะใช้กล้องจุลทรรศน์ค้นหา “ไข่” ทีละใบ เมื่อเจอแล้วจะรีบนำไปไว้ในน้ำยาเลี้ยง (Culture Media) ที่ควบคุม
- อุณหภูมิ 37°C
- ค่า pH ใกล้เคียงในร่างกาย
- สภาพก๊าซ CO₂ เฉพาะ
เพราะไข่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงมาก ทุกนาทีมีผลต่อคุณภาพ
2. การปอกไข่ (Denudation)
ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเก็บไข่ นักวิทยาศาสตร์จะนำไข่มาปอกเซลล์คิวมูลัส (Cumulus cells) หรือเซลล์พี่เลี้ยงที่ห่อหุ้มไข่ออก โดยใช้เอนไซม์ช่วยแยกเซลล์
เมื่อเห็นตัวไข่ชัดเจนแล้ว จะประเมินความสุกของไข่
- MII = ไข่สุกเต็มที่ เห็น Polar Body พร้อมปฏิสนธิ
- MI / GV = ยังไม่สุก
โดยทั่วไป ไข่ที่ใช้ทำ ICSI ต้องเป็นระยะ MII เท่านั้น ไข่ที่ยังไม่สุกบางส่วนอาจนำไปเลี้ยงต่อเพื่อรอดูการพัฒนา แต่โดยรวมคุณภาพมักต่ำกว่าไข่ที่สุกตั้งแต่ต้น
3. การเตรียมอสุจิ (Sperm Preparation)
หลังจากที่แม่ๆ กำลังเข้าไปเก็บไข่นั้น นักวิทย์จะมีการนำคุณพ่อมาเก็บน้ำเชื้อ และทำการเตรียมเพื่อให้ได้อสุจิที่
- ว่ายดี (Motility ดี) ตรงไปข้างหน้า
- รูปร่างสมบูรณ์ (Morphology ดี)
- ไม่มีเศษเซลล์หรือสารรบกวน
เพื่อเพิ่มโอกาสปฏิสนธิสำเร็จ
4. การปฏิสนธิ (Fertilization)
ในการทำเด็กหลอดแก้วนั้นจะมี 2 วิธีหลัก คือ
1) Conventional IVF หรือการทำ IVF
วิธีนี้จะเป็นการนำไข่และอสุจิมาอยู่ร่วมกันในจานเพาะเลี้ยง และให้อสุจิเจาะไข่เองตามธรรมชาติ อัตราส่วนไข่ 1 ใบต่ออสุจิประมาณ 1 แสนตัว
2) Intracytoplasmic Sperm Injection หรือการทำ ICSI
ในการทำ ICSI จะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดอสุจิ 1 ตัว เข้าไปในไข่โดยตรง เหมาะกับกรณีเชื้อไม่แข็งแรง หรือเคยปฏิสนธิไม่สำเร็จ
หลังการ ICSI นักวิทย์จะนำไข่ที่ทำการ IVF หรือ ICSI ไปเพาะเลี้ยงในน้ำยาเพาะเลี้ยงและไปบ่มที่ตู้เพาะเลี้ยง
หลังทำ 16–18 ชั่วโมง จะตรวจดูการเกิด 2PN (สองนิวเคลียส) หากพบ 2PN แสดงว่าปฏิสนธิสำเร็จ แต่ถ้าพบ 1PN หรือมากกว่า 2PN จะบันทึกไว้เพื่อพิจารณาคุณภาพต่อไป
5. การเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo Culture)
หลังปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงในตู้บ่มที่ควบคุมอย่างเข้มงวด
Day 1 → เช็ก 2PN
Day 3 → ระยะ 6–8 เซลล์ (Cleavage stage)
Day 5–6 → ระยะ Blastocyst
โดยตัวอ่อนระยะ Blastocyst คือระยะที่มีการแยกส่วนเป็น
- Inner Cell Mass (จะพัฒนาเป็นตัวเด็ก)
- Trophectoderm (จะพัฒนาเป็นรก)
ระยะนี้ถือว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับการย้ายกลับเข้าสู่มดลูก
6. การตรวจโครโมโซม และการแช่แข็ง (PGT & Vitrification)
หากต้องการตรวจโครโมโซม นักวิทยาศาสตร์จะทำการ biopsy หรือการดึงเซลล์จากส่วนที่จะพัฒนาเป็นรก (Trophectoderm) ออกมาประมาณ 5-10 เซลล์ เพื่อไปทำการตรวจคัดโครโมโซมต่อไป
ในส่วนของตัวอ่อนนั้นจะนำตัวอ่อนเข้าสู่การแช่แข็งแบบฉับพลัน (Vitrification) โดยวิธีนี้ช่วยลดการเกิดผลึกน้ำแข็ง และรักษาคุณภาพตัวอ่อนได้ดีมาก
ดังนั้นแม่ๆ จะเห็นว่า…หลังเก็บไข่ “ไม่ได้จบ” แต่เป็นช่วงที่ต้องอาศัย ความแม่นยำของแล็บ คุณภาพไข่ คุณภาพอสุจิ
แล็บนั้นนักวิทย์ควบคุมได้ แต่สิ่งที่ควบคุมได้ก่อนถึงวันเก็บไข่ คือ “คุณภาพไข่ตั้งต้น”เพราะถ้าไข่แข็งแรง โอกาสปฏิสนธิดีขึ้น โอกาสพัฒนาเป็นบลาสต์โตซิสต์สูงขึ้น โอกาสโครโมโซมปกติดีขึ้นนั่นเอง
ดังนั้นก่อนจะส่งไข่ให้คุณหมอ หน้าที่ของเราคือ “บำรุงให้ดีที่สุดก่อนวันกระตุ้นไข่” โดยครูก้อยแนะนำให้แม่ๆ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นเพิ่มโปรตีน ลดคาร์บ งดหวาน ทานกรดไขมันดี เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ ทานน้ำให้มากๆ และอย่าลืมทานวิตามินที่ออกแบบมาเพื่อสตรีเตรียมตั้งครรภ์ด้วยนะคะ
