ค้นหา

6 เหตุผล ICSI ช่วยให้ท้องง่ายขึ้น

อัปเดตเมื่อ 4 ส.ค. 2564



คู่สมรสที่มีบุตรยาก พยายามมาเป็นปียังไม่สำเร็จ วปรึกษาแพทย์และพิจารณาการรักษาด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์


การทำ ICSI หรือเด็กหลอดแก้วเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยม เพราะมีอัตราประสบความสำเร็จสูง วันนี้ครูก้อยจะพาไปรู้จักการทำ "อิ๊กซี่" และ 6 เหตุผลที่ ICSI จะช่วยให้คุณท้องง่ายขึ้นค่ะ


🔴 การทำ ICSI คืออะไร❓


เป็นการเก็บไข่ออกมาจากฝ่ายหญิงและเก็บอสุจิจากฝ่ายชายแล้วนำมาปฏิสนธิภายนอก เลี้ยงเป็นตัวอ่อนในห้องแล็บ แล้วจึงย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวในโพรงมดลูก แล้วเจริญเติบโตในครรภ์ต่อไป


🔴 ทำไมต้อง ICSI นี่คือ 6 เหตุผลที่ ICSI จะช่วยให้คุณท้องง่ายขึ้นค่ะ 👇👇👇


🎯 1. #กระตุ้นไข่ได้เยอะ


แม่ๆ ที่มีบุตรยาก อาจมาจากไข่ไม่ตก ท้องธรรมชาติยากมากๆค่ะ เพราะสเปิร์มไม่ได้เจอไข่ การทำ ICSI เป็นการเก็บไข่ออกมาภายนอก ดังนั้นกระบวนการแรกคือแม่ๆจะต้องฉีดยากระตุ้นไข่ ติดตามฟองไข่ และนัดเก็บไข่ค่ะ ขั้นตอนการกระตุ้นไข่นี้เป็นการทำให้มั่นใจว่าไข่ทุกใบที่แม่ๆ มีโตพร้อมกัน และมีขนาดเหมาะสมพร้อมเก็บ ซึ่งไข่ที่โตตามเกณฑ์ควรมีขนาด 18-20 มิล ขั้นตอนนี้กินเวลา 6-8 วัน หมอก็จะนัดอัลตร้าซาวด์ติดตามฟองไข่หลังฉีดยากระตุ้นไข่ เมื่อโตพร้อมก็จะนัดเก็บไข่ต่อไปค่ะ


ขั้นตอนนี้จึงเป็นการแก้ปัญหาไข่ไม่ตก ไข่ไม่โต เมื่อทำ ICSI ก็จะติดตามและเห็นตอนเก็บไข่เลยว่าเราได้ไข่สุกที่พร้อมปฏิสนธิกี่ใบ ไข่อ่อนที่ใช้ไม่ได้กี่ใบ (ยิ่งได้ไข่สุกมากก็มีโอกาสปฏิสนธิมาก ลุ้นได้ตัวอ่อนมากขึ้น)


💗 การบำรุงไข่ให้สมบูรณ์ก่อนเก็บไข่จึงเป็นหัวใจสำคัญ ครูก้อยเน้นหลักโภชนาการในการกินเพื่อบำรุงไข่อย่างน้อย 3 เดือนก่อนเก็บไข่ เพราะไข่ที่เก็บมาได้นั้นแพทย์ไม่สามารถปรับปรุงคุณถาพให้ได้ภายหลังนะคะ การที่ไข่สมบูรณ์ ไข่สุกพร้อมต้องบำรุงมาก่อนค่ะ เพิ่มการทานโปรตีนเพื่อสร้างเซลล์ไข่ให้อ้วนโต เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์เพื่อปกป้องเซลล์ไข่จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์นี้แหละที่จะส่งผลให้มีอัตราปฏิสนธิสูงและเติบโตไปเป็นตัวอ่อนที่มีคุณภาพค่ะ


📱 ชมคลิปครูก้อยอธิบาย เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเก็บไข่ทำ ICSI (คลิกชมเลยค่ะ) 👇👇👇👇

https://youtu.be/ds5A89bUmJw


🎯 2. #คัดอสุจิที่ดีที่สุด


สาเหตุที่ท้องยากอาจเป็นเพราะอสุจิของสามีไม่มีคุณภาพ ไม่มีเชื้อเลย ไม่ว่าย หรือรูปร่างผิดปกติจึงไม่สามารถเจาะไข่เพื่อปฏิสนธิได้ หากสามีไม่เคยตรวจวิเคราะน้ำเชื้อก็จะไม่มีทางรู้ถึงความผิดปกติได้เลย


การทำ ICSI ต้องมีการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อก่อน หากมีอสุจิเพียงพอ นักวิทย์จะทำการคัดเลือกอสุจิตัวที่ดีที่สุดเจาะกับเนื้อไข่โดยตรง จึงมั่นใจได้ว่าอสุจิได้เจาะไข่แน่นอน แต่จะปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเซลล์ไข่และสเปิร์มด้วย


👉 สเปิร์มที่ดีที่สุด ไม่ได้หมายความว่า มีคุณภาพ เพราะอาจจะเป็นตัวที่ DNA ผิดปกติได้ ดังนั้นจึงมีเทคโนโลยีขั่นสูงกว่าอีกใยการคัดเลือกสเปิร์มเรียกว่า IMSI ซึ่งช่วยให้สามารถมองเห็นรูปร่างลักษณะของอสุจิได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสามารถมองเห็น vacuole ที่หัวของอสุจิได้


ซึ่งการพบ vacuole ที่หัวของอสุจินั้นเป็นลักษณะที่บ่งชี้ว่า อสุจิตัวดังกล่าวอาจมีชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมที่แตกหัก (DNA fragmentation) หรือไม่


👉 หากกรณีที่หลั่งน้ำเชื้อแต่ไม่พบตัวอสุจิเลย คือ เป็นหมัน แพทย์ก็จะใช้วิธีการเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรงหรือที่เรียกว่าวิธี Testicular Sperm Extraction (TESE)


ในกรณีที่ฝ่ายชายตรวจไม่พบตัวอสุจิออกมาในน้ำเชื้อหรือไม่มีน้ำอสุจิเลย ซึ่งมักมีปัญหาที่ท่อนำอสุจิตันหรือไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ จำเป็นที่จะต้องนำอสุจิออกมาจากแหล่งกำเนิดโดยตรงซึ่งคือลูกอัณฑะ โดยแพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเล็กเข้าไปเอาตัวอสุจิออกจากลูกอัณฑะเพื่อนำตัวอสุจินั้นมาทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI ต่อไปค่ะ


ดังนั้นจะเห็นว่าการทำ ICSI ช่วยเพิ่มโอกาสปฏิสนธิจากสาเหตุการมีบุตรยากที่มาจากคุณภาพสเปิร์มได้


💗 หัวใจสำคัญคือว่าที่คุณพ่อต้องบำรุงสเปิร์มให้แข็งแรงล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเก็บเชื้อ เพราะสเปิร์มที่มีคุณภาพมาจากหลักโภชนาการที่ถูกต้อง เน้นโปรตีน ไลโคปีน Zinc สารอาหารที่บำรุงสเปิร์มเช่น มะเขือเทศ มีไลโคปีนสูง ช่วยให้สเปิร์มว่าย และเมล็ดฟักทองมี Zinc สูงช่วยบำรุงสเปิร์ม เสริมกรดไขมันดีจาก fis oil หรือจากธัญพืช เช่น งาดำ และเมล็ดฟักทองเป็นต้น ออกกำลังกาย งดดื่ม งดสูบ เพื่อให้ได้สเปิร์มที่สมบูรณ์ที่สุด แพทย์จะทำการคัดตัวที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่ไปปรับปรุงคุณภาพให้ภายหลังไม่ได้นะคะ การเตรียมตัวที่ดีจึงสำคัญที่สุดค่ะ


🎯 3. #จับอสุจิเจาะเนื้อไข่โดยตรง


จากที่กล่าวข้างต้น หากพยายามปล่อยธรรมชาติมานาน บางครั้งที่ไม่ท้องสักทีเพราะสเปิร์มไม่ว่าย หรือ ว่ายไปก็เจาะไม่ได้เพราะรูปร่างผิดปกติ เช่น หัวทู่ การทำ ICSI จะเป็นการจับสเปิร์มเจาะเข้าเนื้อไข่ จึงมั่นใจได้ว่าได้เจาะแน่นอนค่ะ


🎯 4. #คัดโครโมโซมตัวอ่อนได้


เมื่อจับสเปิร์มเจาะไข่แล้วปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน นักวิทย์ก็จะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บ ซึ่งระยะตัวอ่อนที่เหมาะสมในการย้ายกลับคือ ระยะบลาสโตซิสต์ หรือ ตัวอ่อน Day5 อย่างไรก็ตามการเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบบาสต์โตซิสต์ก็ไม่ได้การันตี 100% ว่าเป็นตัวอ่อนที่มีคุณภาพ ย้ายกลับแล้วตัวอ่อนจะฝังตัว ดังนั้นมีขั้นตอนหนึ่งที่สามารถทำได้คือ "การคัดโครโมโซมตัวอ่อน" นั่นคือ จะนำตัวอ่อนมาคัดโครโมโซม ดูความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือ DNA เสียก่อนย้ายกลับ เพราะสาเหตุหลักของการที่ตัวอ่อนไม่ฝังตัว หรือ ท้องลมเพราะมีความผิดปกติทางโครโมโซมนั่นเอง แม่ๆหลายเคสย้ายตัวอ่อนระยะบลาสต์แต่ไม่ติด เพราะไม่คัดโครโมโซม อย่างไรก็ตามการจะคัดโครโมโซมก็ต้องมีข้อบ่งชี้ ได้แก่ แม่อายุมาก 35 ขึ้นไป เคยแท้งหลายครั้ง มีประวัติมีบุตรเป็นดาวน์ซินโดรม หรือ คนในครอบครัวมีประวัติการผิกปกติทางพันธุกรรมเป็นต้น