ค้นหา

6 วิธีบำรุงเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก!


6 วิธีบำรุงเตรียมตั้งครรภ์

สำหรับผู้มีบุตรยาก!


การบำรุงเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะผู้มีบุตรยาก ไม่ว่าจะเตรียมตัวทำ IUI, IVF, ICSI หรือวางแผนท้องธรรมชาติ หัวใจหลักคือต้องเตรียมตัว "บำรุงก่อนตั้งครรภ์" ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน" ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์


“ครูก้อย” ได้ศึกษาและให้ความรู้และการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยากตามหลักวิทยาศาสตร์ รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับหลักโภชนาการในการรับประทานอาหารที่จะช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ช่วยบำรุงไข่ บำรุงมดลูก และปรับสมดุลฮอร์โมนเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ จนได้รับความไว้วางใจจากผู้มีบุตรยากมายาวนาน


“ครูก้อย” ได้รวบรวม หลักโภชนาการเสริมภาวะ


เจริญพันธุ์ (Fertility Diet) หรือ เรียกว่า "คัมภีร์อาหารของครูก้อย" คือ การทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ประกอบไปด้วยอาหารหมู่หลัก (Macronutrients) 70% และเสริมวิตามินและแร่ธาตุ (Micronutrients) 30% โดยสรุปออกมาเป็น 6 วิธีบำรุงเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก ดังนี้ค่ะ



1.เพิ่มโปรตีน


โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ การบำรุงไข่ให้ได้ไข่โตสวยสมบูรณ์ ไข่ตกตามปกติ และผนังมดลูกที่แข็งแรงนั้น ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องทานโปรตีนให้เพียงพอต่อวัน คือ 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยควรเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่ให้โปรตีนชั้นดี ให้โปรตีนสูง และปลอดภัย โปรตีนจากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อปลา นมแพะ อกไก่ โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง เป็นต้น


📚มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of obstetrics and gynecology เมื่อปี 2008 ศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่เปลี่ยนการรับประทานโปรตีนจากสัตว์มาเป็นโปรตีนจากพืชอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการมีบุตรยากเนื่องปัญหาเรื่องไข่ไม่ตกได้ถึง 50%


นอกจากนี้การทานอาหารแบบเพิ่มโปรตีน และ ลดคาร์บลงงส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว และ อัตราการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติอีกด้วย


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012


ศึกษาพบว่า ผู้ที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่เปลี่ยนการรับประทานอาหารเป็นแบบลดคาร์โบไฮเดรต และ เน้นโปรตีนเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว

➕โดยเพิ่มโปรตีน 16.4%

➖ลดคาร์บ 22.3%


👉มีอัตราการเพิ่มจำนวนของบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จาก18.9% เป็น 45.3%


👉มีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก 16.6% เป็น 83% เลยทีเดียวค่ะ


ที่สำคัญคนบำรุงเตรียมท้องควรเลือกทานโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein)

📚โดยมีงานวิจัยศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ทานโปรตีนจากพืช ไขมันดี และวิตามินแร่ธาตุครบถ้วนมีความเสี่ยงเรื่องภาวะไม่ตกไข่ลดลงถึง 66%


📚ยังมีการศึกษาจาก Harvard School of Public Health พบว่า การทานโปรตีนจากสัตว์ที่อาจมีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงตกค้างและมีไขมันสูงทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมีบุตรยากถึง 39%


ดังนั้นผู้หญิงที่วางแผนท้อง ไม่ว่าจะด้วยการทำเด็กหลอดแก้วหรือท้องธรรมชาติ การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องการทานอาหาร โภชนาการที่ถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญค่ะ ควรเน้นทานอาหารที่ให้โปรตีนสูง จากแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพ เช่น ไข่ เนื้อปลา นม


แพะ อกไก่ โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง เป็นต้น เพื่อบำรุงเซลล์ไข่ให้แข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งนี้โปรตีนยังช่วยทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานอย่างสมดุลรวมไปถึงฮอร์โมนเพศที่เป็นสิ่งสำคัญในการตั้งครรภ์ ส่งผลต่อรอบเดือนที่สม่ำเสมอ วงจรการตกไข่ที่เป็นปกตินั่นเองค่ะ


2. ลดคาร์บ


ลดคาร์บ หรือ คาร์โบไฮเดรต คนไทยนั้นทานข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ถ้าเน้นข้าวขาวเยอะไป เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมด จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งการทำงานของร่างกายนั้นจะเปลี่ยนกลูโคสที่มีมากเกินไปให้กลายเป็นไขมัน มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ซึ่ง โรคเหล่านี้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ยากทั้งสิ้น


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2017 ศึกษาพบว่าการทานอาหารแบบลดคาร์บ


ประเภท Refined Carb ลง (Low Carbohydrate Diets) ช่วยลดระดับอินซูลิน ส่งผลต่อ ฮอร์โมนที่สมดุล วงจรการตกไข่เป็นปกติขึ้นทำให้มีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่รับประทานอาหารตามปกติ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอีกด้วย


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012


ศึกษาพบว่า ผู้ที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่เปลี่ยนการรับประทานอาหารเป็นแบบลดคาร์โบไฮเดรต และ เน้นโปรตีนเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว

➕โดยเพิ่มโปรตีน 16.4%

➖ลดคาร์บ 22.3%


👉มีอัตราการเพิ่มจำนวนของบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จาก18.9% เป็น 45.3%


👉ซึ่งการทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลสะสมใน