5 ธัญพืชต้องมีติดบ้าน บำรุงเตรียมท้อง อยากท้องต้องเริ่มจากการปรับ!
- 6 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

รู้ไหมคะ? ระดับคอเลสเตอรอลที่สูงเกินไป สัมพันธ์โดยตรงกับภาวะมีบุตรยาก! งานวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) พบว่า คู่รักที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง จะใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหากฝั่ง "ผู้หญิง" มีค่าคอเลสเตอรอลสูง จะส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและการตกไข่อย่างมาก
วันนี้ครูก้อยสืบค้นข้อมูลธัญพืช 5 ชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลมาฝากค่ะ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ
1. งาดำ
งาดำเป็นธัญพืชที่ให้โปรตีนสูงมาก โดยให้โปรตีนสูงกว่านมวัวถึง 8 เท่าทั้งยังอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมและสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า "เซซามีน" ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยปกป้องเซลล์และป้องกันเซลล์มะเร็ง
งาดำอุดมไปด้วยสาร "ไฟโตสเตอรอล" ที่ทำหน้าที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในร่างกายแล้วขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ งาดำจึงเป็นธัญพืชที่ช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี
📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Research and Development in Pharmacy and Life Sciences เมื่อปี 2015
ศึกษาพบว่า งาดำมีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ "เซซามิน" (Sesamin) ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนี้มีสรรพคุณในการช่วยป้องกันเซลล์เสื่อม ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ
2. อัลมอนด์
อัลมอนด์ เป็นถั่วชนิดหนึ่งที่อุดมด้วยไขมันดี ทั้งยังเป็นแหล่งแมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินอีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
การรับประทานอัลมอนด์ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือด โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน เยียวยาภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS) และโอเมก้า 3 จากอัลมอนด์ยังช่วยบำรุงสเปิร์มด้วย
3. ลูกเดือย
ลูกเดือยเป็นธัญพืชธัญที่มีใยอาหารประเภท Fluctooligosacharides (FOS) ในปริมาณที่สูงกว่าข้าวแป้งชนิดอื่น โดย 100 กรัม จะมี FOS สูงถึง 25 กรัม ซึ่งทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ เสริมสร้างให้ลำไส้แข็งแรง มีหลายการศึกษาพบว่า FOS ในลูกเดือยนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายๆด้าน อาทิ ลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ การรับประทานลูกเดือยช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไขมันเลว (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)ได้ ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายได้รับใยอาหาร (FOS) ที่เพิ่มมากขึ้น
โดยใยอาหารจะลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในลำไส้ เพิ่มการทำงานของ LDL receptor อีกทั้งใยอาหารยังจับกับน้ำดีในลำไส้และขับถ่ายออกไป ทำให้ร่างกายต้องเร่งนำคอเลสเตอรอลในเลือดมาสร้างเป็นน้ำดีมากขึ้นนั่นเองค่ะ
4. แฟลกซ์ซีด
แฟล็กซีดอุดมไปด้วยกรดไขมันดี โอเมก้า 3,6,9 ซึ่งเป็นกรดไขมันดี (HDL) สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลงได้ นอกจากนี้ในเมล็ดแฟลกซ์มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ ซึ่งเจ้าไฟเบอร์ชนิดนี้จะไปช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วยค่ะ
แฟล็กซีด ยังอุดมไปด้วย "ลิกแนน" เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน ซึ่งจะทำให้รอบเดือนมาสม่ำเสมอ วงจรการตกไข่เป็นปกติ และ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนี้ เป็นตัวสำคัญในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน ช่วยให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นโอบอุ้มตัวอ่อน เมื่อคุณตั้งครรภ์ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนที่เป็นประโยชน์มากที่สุดต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนและลดความเสี่ยงของการแท้ง
5. เมล็ดฟักทอง
เมล็ดฟักทองให้โปรตีนสูง ช่วยบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) ช่วยทำให้ไข่สุกพร้อมปฏิสนธิ Zinc ยังโดดเด่นในการเพิ่มคุณภาพสเปิร์ม ลดภาวะการเป็นหมัน
เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามิน E และ "แคโรทีนอยด์" ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงเซลล์
ที่สำคัญในเมล็ดฟักทองมีสาร "ไฟโตสเตอรอล" (Phytosterol) ช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยจะดูดซับคอเลสเตอรอลและขับออกมากับอุจจาระ นอกจากนี้ยังให้กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศทั้งหญิงชายให้เป็นปกติอีกด้วย
ดังนั้นคู่ที่วางแผนท้องต้องหันมาดูแลร่างกาย รักษาระดับคอลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยการรับประทานอาหารที่มีโภชนาสูง หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด และอาหารที่มีไขมันทรานส์ หันมาเพิ่มการทานธัญพืชที่เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนร่วมด้วยนะคะ
