top of page
ค้นหา

5 เคล็ดลับท้องเร็ว เพิ่มโอกาสท้องในทุกรอบเดือน!

อัปเดตเมื่อ 28 มิ.ย. 2565



5 เคล็ดลับท้องเร็ว เพิ่มโอกาสท้องในทุกรอบเดือน!


แม่ๆ รู้ไหม หากผู้หญิงเรามีไข่ตกทุกรอบเดือนและเป็นไข่ที่มีคุณภาพ เราก็มีโอกาสท้องในทุก

รอบเดือนค่ะ


โดยจากสถิตินั้นอายุและโอกาสท้องตามธรรมชาติในแต่ละรอบเดือนมีเปอร์เซ็นต์ดังต่อไปนี้


👉ผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 35 จะมีโกาสท้องอยู่ที่ 25-30% ในทุกรอบเดือน


👉ผู้หญิงอายุ 35-39 มีโอกาส 8-15%


👉ผู้หญิงอายุ 40-42 มีโอกาส 5%


👉ผู้หญิงอายุ 43 มีโอกาส 1-2%


สาเหตุที่โอกาสท้องลดลงตามอายุที่มากขึ้นเพราะเซลล์ไข่ลดลง และเสื่อมคุณภาพลงไปตามวัย ทั้งนี้การตั้งครรภ์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับไข่อย่างเดียว แต่ยัง


มีปัจจัยอื่นที่สำคัญได้แก่ ความพร้อมของผนังมดลูก และฮอร์โมนที่สมดุลที่ควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ให้เป็นปกติตั้งแต่การผลิตไข่ ความสมบูรณ์ของไข่ ประจำเดือน การตกไข่ ความหนาตัวของมดลูกที่พร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว


และปัจจัยอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือสเปิร์มของคุณสามีต้องมีคุณภาพด้วยนะคะ จึงจะทำให้เกิดการปฏิสนธิได้


แม่ๆ ที่วางแผนตั้งครรภ์ อยากท้องเร็ว อยากมีโอกาสลุ้นในทุกรอบเดือน การเตรียมตัวที่ถูกต้อง ถูกวิธีและต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

ต้องบำรุงอย่างไร ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

ครูก้อยสรุปมาให้ 5 ข้อต่อไปนี้ค่ะ


.


1. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง


(1) ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีนที่จะช่วยบำรุงเซลล์และซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอรวม


ไปถึงเซลล์ไข่ด้วย โดยให้เน้นรับประทานโปรตีนจากพืชที่มีงานวิจัยศึกษาแล้วว่าผู้หญิงที่รับประทานโปรตีนจากพืชจะมีความเสี่ยงเรื่องภาวะไข่ไม่ตกลดลงถึง 50% และคนที่ทานโปรตีนจากสัตว์อย่างเดียว จำพวกเนื้อแดง เนื้อติดมันจะประสบภาวะมีบุตรยากถึง 39% โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ เมล็ดฟักทอง หรือควรเน้นทานโปรตีนคุณภาพดี ไม่ติดมัน เช่น ปลา ไข่ นมแพะ อกไก่ เป็นต้น


ทานคาร์บเชิงซ้อน งดพวกข้าวขาว ขนมปังขาว เบเกอร์รี่ ให้ทานธัญพืช ได้แก่ งาดำ ข้าวกล้อง ควินัว แฟล็กซีด เมล็ดฟักทอง ถั่วต่างๆ


งดหวานเด็ดขาด และเน้นทานอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น น้ำมะกรูด ผักหลากสี


ทานกรดไขมันดีจาก ปลาแซลมอน อโวคาโด้ งาดำ อัลมอนด์ และห้ามลืมที่จะต้องเสริมวิตามินบำรุงด้วย ได้แก่ โฟลิก, Co-Q10, Fish oil วิตามินและแร่ธาตุรวม




(2) ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้หญิงที่สุขภาพดี มีน้ำหนักตามเกณฑ์จากการศึกษาพบว่าควรมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 20-22 หากมีค่า BMI อยู่ที่ 25-30 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกินจะประสบปัญหาท้องยาก เนื่องจากคนที่น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนจะส่งผลให้เกิดภาวะไม่ตกไข่ (anovulation)


ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสอ แต่ไม่หักโหม ไม่ผอมเกินไป เพราะผู้หญิงที่ผอมเกินไป (ค่า body fat ประมาณ 17) จะประสบปัญหาท้องยากเช่นกัน เพราะฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจนถูกสร้างมาจากไขมัน หากไม่มีไขมันเลยฮอร์โมนก็ไม่สมดุล ประจำเดือนขาดหาย ไข่ไม่ตก



(3) พักผ่อนให้เพียงพอ มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่นอนน้อย นอนไม่เพียงพอในระยะยาวส่งผลโดยตรงต่อการสร้าง


Luteinizing Hormone (LH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่จะมีการตกไข่ มีผลทำให้รังไข่ปล่อยไข่ออกมาเพื่อรอการปฏิสนธิ LH เป็นฮอร์โมนหนึ่งที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่มีการตกไข่ของรอบเดือนนั้นๆ หากฮอร์โมน LH ผิดปกติก็จะส่งผลต่อรอบเดือนที่ไม่ปกติ ส่งผลให้ไข่ไม่ตก หรือ ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากนั่นเองค่ะ



2. หมั่นเช็ครอบเดือนและวันไข่ตก


ภารกิจปั๊มเบบี๋แค่ทำถี่ไม่ตอบโจทย์ค่ะ ต้องทำการบ้านถูกวันคือวันไข่ตก เคล็ดลับคือ ทำการบ้านก่อนวันไข่ตก 2-3 วันเพื่อเพิ่มโอกาส เพราะอสุจิสามารถอยู่ในช่องคลอดของผู้หญิงได้นานถึง 72 ชั่วโมง มันจึงไปรออยู่ก่อนได้ เมื่อไข่ตกปุ๊บก็สามารถเข้าเจาะปั๊บ (นับวันไข่ตกให้เป็น ง่ายๆ คือ ไข่จะตกในDay14 ของรอบเดือนค่ะ) รอบเดือนของแต่ละคนสั้น ยาวไม่เท่ากันนะคะ วันแรกของรอบเดือนคือวันที่มีประจำเดือนวันแรก วันสุดท้ายคือวันก่อนหน้าที่ประจำเดือนครั้งถัดไปมาอีกครั้ง นั่นคือ 1 รอบเดือน ซึ่งปกติจะมี 28 วัน ไม่ควรยาวเกิน 35 วัน


วันไข่ตกก็คือ เอารอบเดือน ลบ 14 ก็จะเป็นวันไข่ตกค่ะ เช่น เรามีรอบเดือน 28 วัน ไข่ก็จะตกใน Day 14 ถ้าเรามีรอบเดือน 30 วัน ไข่ก็จะตกใน Day 16 ค่ะ


.


3. ดูแลคุณสามีด้วย


อยากท้องต้องมีอสุจิที่แข็งแรงจากคุณสามีด้วยนะคะ ชวนกันทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นเสริมอาหารที่ให้แร่ธาตุ Zinc เช่น เมล็ดฟักทอง และ ไลโคปีนจากมะเขือเทศ เน้นโอเมก้า 3 ด้วย ซึ่งได้จากปลาแซลมอน แฟลกซีด ถั่วต่างๆ อัลมอนด์ เป็นต้น เพื่อบำรุงคุณภาพสเปิร์ม ให้คุณสามีงดดื่ม งดสูบบุหรี่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อจะได้มีเจ้าสเปิร์มที่แข็งแรงค่ะ


.



4. รู้จักดูแล บำบัด และดีท็อกซ์มดลูก


มดลูกคือบ้านหลังแรกของลูก มดลูกที่พร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อนต้องมีลักษณะดังนี้


(1) หนา 8-10 มิล

(2) ใสเป็นวุ้น ไม่ขุ่น ทับถมด้วยปจด.เก่าคั่งค้าง

(3) เรียงสามชั้นสวย เห็นเป็น Triple lines

(4) มีสภาวะอุ่น คือ มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ

(5) ไม่มีสารพิษตกค้าง


ดังนั้นแม่ๆ ต้องเคลียร์มดลูกให้พร้อมรับการฝังตัว ไม่มีประจำเดือนคั่งค้างทับถม ทำให้มีออกซิเจนในเลือด เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดีขึ้น ด้วยการดื่มชาดอกคำฝอยที่ช่วยขับลิ่มเลือดเก่าควบคู่ไปกับการทำ Castor oil Pack (การแพ็คน้ำมันละหุ่ง) และดื่มน้ำขิง ที่มีฤทธิ์ร้อน จะช่วยให้มดลูกอุ่น ดีท็อกซ์สารพิษที่ตกค้างในมดลูก เพิ่มโอกาสติดลูกง่ายขึ้นค่ะ



5. ปรึกษาแพทย์


หมั่นตรวจสุขภาพทุกเดือน ตรวจภายในและอัลตร้าซาวด์เพื่อเช็คการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ว่าเป็นปกติหรือไม่ ทั้งช่องคลอด มดลูก รวมไปถึงการตรวจเลือดเพื่อเช็คระดับไขมัน น้ำตาล และการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย หากพบความผิดปกติใดๆก็จะได้รักษาอย่างทันท่วงที พร้อมตั้งครรภ์ต่อไปค่ะ


ยิ่งไปกว่านั้นหากพยายามมีเบบี๋มาเป็นปีแล้วยังไม่ท้อง ต้องไปปรึกษาแพทย์ผู้มีบุตรยากโดยเฉพาะค่ะ ให้ใช้เกณฑ์ดังนี้ในการพิจารณาคือ


(1) มีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ (สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง)

(2) โดยไม่คุมกำเนิด

(3) เป็นเวลา 1 ปี แล้วยังไม่ท้อง

(4) หากฝ่ายหญิงอายุ 35+ แค่ 6 เดือนยังไม่ท้อง


ถือว่าเข้าข่ายมีบุตรยากค่ะ อย่ารอ ให้รีบไปหาหมอตรวจหาสาเหตุให้ละเอียด เพื่อจะได้รักษาและอาจต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยค่ะ


.

.


ดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ถูกวิธีและต่อเนื่อง ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสท้องในทุกรอบเดือนนะคะ

อย่างไรก็ตามหากพยายามมาเป็นปีแล้วไม่ท้องอาจเข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองการมีบุตรยาก เราจะได้ทราบปัญหาและรักษาต่อไป การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้มีบุตรยากมีโอกาสได้มีเบบี๋สมใจนะคะ ที่สำคัญต้องกลับมาบำรุงก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสสำเร็จค่ะ



ดู 399 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Commentaires


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page