top of page
ค้นหา

แม่ท้อง ในช่วงการตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์ อาการ โภชนาการ และข้อควรระวัง มีอะไรบ้าง?

  • 24 มี.ค.
  • ยาว 2 นาที

มาตรฐานทางการแพทย์จะนับอายุครรภ์จากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) ไม่ได้นับจากวันไข่ตกหรือวันที่ปฏิสนธิโดยตรงนะคะ


ดังนั้นเวลาแพทย์บอกว่า “ตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์” ความจริงแล้ว ตัวอ่อนเพิ่งมีอายุประมาณ 2 สัปดาห์ (เพราะไข่ตก-ปฏิสนธิเกิดราวสัปดาห์ที่ 2 หลัง LMP)


เพราะฉะนั้นการตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์ จริง ๆ แล้วตัวอ่อนเพิ่งเริ่ม ฝังตัว ได้ไม่นาน และถือว่าเพิ่งเข้าสู่การตั้งครรภ์ระยะแรกสุดค่ะ


1. เมื่อตั้งครรภ์ได้ 4 สัปดาห์ ร่างกายจะเกิดอะไรขึ้น?


● การตรวจยืนยันการตั้งครรภ์


1) แม่ท้องธรรมชาติ มักสังเกตได้จากรอบเดือนขาด และตรวจปัสสาวะขึ้น 2 ขีด ยืนยันด้วยการตรวจเลือด ค่า hCG ≥ 25 mIU/ml


2) แม่ทำ ICSI แพทย์จะนัดตรวจเลือด hCG ที่ Day 12–14 หลังใส่ตัวอ่อน (ตรงกับ LMP ~4 สัปดาห์) ค่า ≥ 50–100 mIU/ml ถือว่าตั้งครรภ์แล้ว และควรตรวจซ้ำทุก 2–3 วัน ค่า hCG ควรเพิ่มขึ้น 2 เท่าใน 48–72 ชม.

และระดับโปรเจสเตอโรน ควร > 10 ng/ml เพื่อพยุงการฝังตัว


● ทารก (Embryo)


1) ขนาดประมาณ 1–2 มม. (เท่าเมล็ดงา)


2) อยู่ในระยะ Blastocyst กำลังฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก


3) เริ่มแบ่งเซลล์เป็น 3 ชั้น เตรียมพัฒนาสมอง หัวใจ กระดูก


● ถุงตั้งครรภ์ (Gestational sac)


1) เริ่มก่อตัว ขนาดเฉลี่ย 2–5 มม.


2) อาจเห็นด้วยอัลตร้าซาวด์ช่องคลอดเมื่อค่า hCG ≥ 1,500 mIU/ml


● ถุงไข่แดง (Yolk sac)


ปกติ ยังไม่เห็นในสัปดาห์ที่ 4  มักจะเริ่มเห็นชัดในสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป



2. เมื่อตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์ ควรทานอาหารอะไร?


ช่วง 4 สัปดาห์เป็นช่วงที่ตัวอ่อนพึ่งปฏิสนธิและกำลังจะฝังตัวในบริเวณโพรงมดลูก 



2.1 โภชนาการที่แม่ๆควรเน้น ดังนี้


1) โฟเลต / กรดโฟลิก เช่น ผักใบเขียว ถั่วเลนทิล อะโวคาโด  ช่วยสร้างหลอดประสาท ลดโอกาสความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง



2) โปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว เพื่อช่วยเสริมการสร้างเซลล์



3) ธาตุเหล็ก จากตับ ผักโขม ธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อป้องกันโลหิตจางตั้งแต่แรก



4) แคลเซียม + วิตามินดี จาก นม โยเกิร์ต ปลาตัวเล็ก เพื่อเสริมโครงสร้างกระดูกและฟัน



โดยเมนูอาหารที่แนะนำคือ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ปลาแซลม่อนย่าง ผัดผักใส่หมูสับ และซุปผักโขมเป็นต้น


2.2 วิตามินและแร่ธาตุที่ควรเสริมทานมีดังนี้


1) โฟเลต  400–600 ไมโครกรัม/วัน เพื่อลดความเสี่ยงความผิดปกติของท่อประสาท ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในระยะตัวอ่อน ที่ต่อมาเจริญเป็น สมอง ไขสันหลัง และกระดูกสันหลัง


2) ธาตุเหล็ก 27 มิลลิกรัม/วัน  ป้องกันโลหิตจาง


3) โปรตีน 1.1 กรัม/กก.น้ำหนักตัว/วัน สร้างเนื้อเยื่อและฮอร์โมน ถ้าแม่ๆ ท่านใดทานโปรตีน Ferty อยู่แล้วสามารถทานต่อเนื่องได้เลยค่ะ


4) โอเมก้า-3 (DHA/EPA)  200–300 มิลลกรัม/วัน  เสริมสมองและสายตาทารก


5) วิตามินซี 85 มิลลิกรัม/วัน  ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก



💡 สำหรับคุณแม่ ICSI ส่วนใหญ่เริ่มบำรุงล่วงหน้าก่อนใส่ตัวอ่อนแล้ว ควรทานต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฝังตัว


3. อาการตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์มีอะไรบ้าง?


1) รอบเดือนขาด


2) ปวดหน่วงท้องน้อย คล้ายก่อนมีประจำเดือน


3) คัดตึงเต้านม


4) อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย


5) ตกขาวใสหรือขาวขุ่นมากขึ้น


6) อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอย (Implantation bleeding) ในบางราย


4. การตรวจและการดูแลทางการแพทย์


1) แพทย์จะติดตามค่า hCG และ Progesterone อย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันว่าการตั้งครรภ์ดำเนินไปปกติ


2) อัลตร้าซาวด์ช่องคลอดช่วงนี้มักเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์เล็ก ๆ แต่ ยังไม่เห็นถุงไข่แดงหรือตัวอ่อน ซึ่งถือว่าปกติ


3) การฝากครรภ์


- ท้องธรรมชาติ  เริ่มนัดพบแพทย์หลังตรวจเจอ 2 ขีด

- การทำ ICSI แพทย์จะนัดติดตามผลเลือดและอัลตร้าซาวด์ใกล้ชิด


5. ข้อควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยง รวมถึงเคล็ดลับ


✅ ควรทำ


1) พักผ่อน 7–9 ชั่วโมง/คืน


2) ดื่มน้ำ ≥ 2 ลิตร/วัน


3) กินอาหารครบหมู่ เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้


4) ทานวิตามินรวมสำหรับคุณแม่ต่อเนื่อง


❌ ควรหลีกเลี่ยง


1) บุหรี่ แอลกอฮอล์


2) คาเฟอีนเกิน 200 มก./วัน


3) อาหารดิบ/กึ่งสุกดิบ


💡 เคล็ดลับ คือแม่ธรรมชาติ หากตรวจเจอว่าท้อง ควรรีบพบแพทย์เพื่อยืนยันและวางแผนฝากครรภ์ และแม่ทำ ICSI  ควรจดบันทึกค่า hCG/Progesterone ทุกครั้ง ใช้ติดตามกับคุณหมอ


สรุปการตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์คือช่วง “เริ่มต้นการฝังตัว”  ส่วนใหญ่ยังไม่เห็นถุงไข่แดง ถือว่าปกติ แต่ควรติดตามค่า hCG และโปรเจสเตอโรนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคุณแม่ที่ทำ ICSI ค่ะ


แม้การตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการเป็นคุณแม่ แม้ในอัลตร้าซาวด์จะยังไม่เห็นถุงไข่แดง แต่ทุกตัวเลขและการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ กำลังบอกว่าชีวิตน้อย ๆ กำลังเริ่มต้นขึ้น


ดังนั้นสิ่งที่แม่ๆ ควรทำคือพักผ่อน บำรุง และติดตามผลเลือดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคุณแม่ที่ทำ ICSI ที่แพทย์จะดูแลอย่างละเอียด


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page