ค้นหา

3 เคล็ดลับ ทำให้สเปิร์มเจอไข่ เพิ่มโอกาสท้อง



หลักการตั้งครรภ์ง่ายๆ อธิบายดังนี้

สเปิร์ม "เจอ" ไข่ "เจาะ" แล้วปฏิสนธิ กลายเป็น

"ตัวอ่อน" เคลื่อนมา"ฝังตัว" ที่โพรงมดลูก = "ท้อง" 🤰


แต่ทำไม๊ ทำไม เราถึงไม่ท้องสักที แม่ๆ ค่ะถ้าตอแบบเบื้องต้นก่อนคือ เราอาจปฏิบัติภารกิจไม่ตรงวันที่ไข่ตก สเปิร์มเลยไปรอเก้อ ไม่เจอน้องไข่สักทีค่ะ😅


🎯 วันนี้ครูก้อย มี 3 เคล็ดลับมาบอก ว่าทำยังไงให้สเปิร์มเจอไข่ = เพิ่มโอกาสท้องนะคะ


🗓 1. รู้จักช่วง "ไข่สุก" (fertile window)


แม่ๆ ที่วางแผนท้องคงรู้จักช่วงไข่ตกกันแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าใครยังไม่รู้จัก อ่านต่อข้อสองนะคะ มารู้จักช่วง ไข่สุก กันก่อน


"ช่วงไข่สุก" คือ คือ ช่วงเวลาก่อนไข่ตก 5 วันและวันไข่ตกด้วย ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มระดับจนทำให้ไข่ตกและลงมารอการปฏิสนธิที่ปลายท่อนำไข่ ดังนั้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุดในรอบเดือนเลยค่ะ

กล่าวโดยสรุปก็คือ แม่ๆ ต้องทำการบ้านก่อนวันไข่ตกล่วงหน้า 5 วัน (นับรวมทำไปจนถึงวันไข่ตกด้วยค่ะ)

การนับวันไข่ตกนั้น หากเรามีรอบเดือนปกติ 28 วัน นับวันที่ประจำเดือนมาครั้งแรกเป็นวันที่ 1 เราจะมีไข่ตกในวันที่ 14 ของรอบเดือน #ช่วงไข่สุกคือช่วง 5-6 วันก่อนหน้า (นับรวมวันไข่ตกด้วย) ก็จะเริ่มที่ประมาณวันที่ 10 ของรอบเดือนค่ะ


🗓 2. รู้จักวัน "ไข่ตก"


การนับไข่ตกนั้นให้แม่ๆ นับรอบเดือนของตัวเองให้เป็นก่อนว่าเป็นคนมีรอบเดือนกี่วัน ซึ่งรอบเดือนของผู้หญิงแต่ละคนจะสั้น-ยาวไม่เท่ากันค่ะ โดยปกติรอบเดือนจะ


อยู่ที่ 28 วัน ให้นับวันที่ประจำเดือนมาครั้งแรกเป็นวันที่ 1 และวันสุดท้ายคือวันก่อนที่มีประจำเดือนรอบถัดไป


เช่น ประจำเดือนมาวันแรกวันที่ 1 มีนาคม และ มาอีกครั้งในวันที่ 29 มีนาคม แสดงว่า มีรอบเดือน ตั้งแต่วันที่ 1-28 มีนาคม คือ 28 วัน


#ทีนี้มาดูกันต่อว่าไข่ตกวันไหนของรอบเดือน


โดยปกติไข่จะตกในวันที่ 14 ของรอบเดือน ดังนั้นหากคุณมีรอบเดือน 28 วัน ไข่ก็จะตกในวันที่ 14 ของรอบเดือน (คิดง่ายๆคือให้เอาจำนวนรอบเดือน - 14 ก็จะได้วันไข่ตกค่ะ)


เช่น ถ้ามีรอบเดือน 30 วัน ไข่จะตกในวันที่ 16 ของรอบเดือน


ถ้ามีรอบเดือน 21 วัน ไข่จะตกในวันที่ 7 ของรอบเดือนค่ะ


👉 อย่างไรก็ตามรอบเดือนที่สั้นหรือยาวกว่าปกติ ไข่ที่ตกลงมาอาจไม่มีคุณภาพเท่ารอบปกตินะคะ และการนับวันไข่ตกนี้จะแม่นยำก็ต่อเมื่อคุณมีรอบเดือนที่


สม่ำเสมอค่ะ


แม่ๆสารมาถเช็คให้ชัวร์ด้วยการเช็คจากปัสสาวะโดยใช้แถบวัดฮอร์โมนไข่ตก หรือ LH หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ


ลองเช็คให้สม่ำเสมอสัก 3 เดือน และยันทึกไว้ในแอพพลิเคชั่น ก็จะช่วยเตือนเราได้ว่าไข่เราจะตกในอีกกี่วัน แม่ๆจะได้ทำการบ้านตั้งแต่ช่วงไข่สุกเป็นต้นมาค่ะ


🗓 3. กำหนด "วันปฏิบัติภารกิจ"


เมื่อรู้ช่วงไข่สุกและวันไข่ตกแบ้ว วางแผนให้ดี ก็สะกิดสามีทำการบ้านได้เลยตั้งแต่ในช่วงไข่สุกค่ะ เพราะมีโอกาสท้องเช่นกัน เพราะจริงๆแล้วอสุจิของสามีเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายฝ่ายหญิงแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ถึง 3- 5 วันเลยทีเดียว


ส่วนไข่นั้น เมื่อตกมาแเล้วจะอยู่รอปฏิสนธิได้แค่ 24 ชม. รู้อย่างนี้ทำการบ้านรอไว้ก่อนได้เลยค่าในช่วงวันไข่สุก ไม่ต้องรอใน Day 14 ซึ่งเป็นวันไข่ตก เพราะน้องอ๊อดจะไปรอน้องไข่ไว้ก่อนได้ ไข่ตกมาเมื่อไหร่ก็เจอกันจ้าาา เบบี๋มาแน่ๆ👶🥰


💗 รู้อย่างนี้แล้ว หมั่นจดรอบประจำเดือนของตัวเอง เช็คให้เป๊ะด้วยการซื้อเครื่องตรวจไข่ตกมาเทส จะได้รู้ชัวร์ว่าวันไหน และจะได้นับช่วงไข่สุกได้ด้วย...เป๊ะขนาดนี้ ไม่ท้องไม่ได้แล้วค่า🤰


🎯 แม่ๆที่วางแผนท้องธรรมชาติลองทำตาม 3 วิธีข้างต้นนะคะ แต่อย่าลืมว่าหากพยายามมาเป็นแแล้วยังไม่ท้อง ต้องปรึกษาแพทย์แล้วค่ะ เพราะอาจมีปัญหา "มีบุตรยาก" ซึ่งอาจเกิดจากไข่ไม่ตก (นับวันไปยังไงก็ไม่เจอกัน) หรือ ท่อนำไข่อุดตัน (ไม่มีโอกาสที่สเปิร์มจะเจอไข่) หรือ อายุมากส่งผลให้เซลล์ไข่ด้อยคุณภาพ หรือ สเปิร์มคุณสามีมีปัญหา ไม่มีตัวสเปิร์ม ไม่วิ่ง หรือ รูปร่างผิดปกติ ถึงแม้จะเจอกันก็ไม่ปฏิสนธิ หรือ ปฏิสนธิก็ไม่ฝังตัว และยังมีปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลให้ตั้งครรภ์ยาก ได้แก่ ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล และ ปัญหาเกี่ยวกับมดลูก เช่น ผนังมดลูกบาง เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำในรังไข่ ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนทั้งสิ้น


ปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์จึงจะรู้ปัญหาภายในได้ค่ะ ดังนั้นถ้าหากมีลูกจึงอย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์นะคะ


💗 หัวใจสำคัญที่สุดคือแม่ๆ ต้องบำรุงร่างกายให้พร้อม


ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อยล่วงหน้า 3 เดือนด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอและเสริมวิตามินที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ รวมไปถึงแม่ๆที่เตรียมทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ด้วยค่ะ ต้องบำรุงไข่และสเปิร์มล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เป็นการเตรียมวัตถุดิบตั้งต