top of page
ค้นหา

แนะนำ 13 พืชและสมุนไพรไฟโตเอสโตรเจน

การรับประทานฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจนจากธรรมชาติในปริมาณที่พอเหมาะเป็นประจำจะช่วยลดปัญหาเรื่องขาดฮอร์โมน หรือมีฮอร์โมนคล้ายวัยทองก่อนวัยอันควร รวมถึงลดปัญหาภาวะรังไข่เสื่อมด้วย แล้วรู้หรือไม่คะว่ามีพืชและสมุนไพรชนิดไหนบ้างที่มีไฟโตเอสโตรเจนสูง วันนี้ครูก้อยมีคำตอบค่ะ



1. ตังกุย


หรือโสมตังกุย เป็นสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณบำรุงเลือด นิยมใช้กับผู้หญิงมานานนับร้อยปี มีสารคูมารินที่เป็นไฟโตเอสโตรเจนที่ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดง ทำให้มดลูกบีบตัวตามปกติและป้องกันประจำเดือนมาไม่ปกติ กระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของการไหลเวียนโลหิตในผู้หญิงและแก้อาการปวดประจำเดือนอีกด้วย


2. ถั่วเหลือง


นับเป็นพืชสุขภาพอันดับหนึ่งที่เต็มไปด้วยสรรพคุณช่วยบำรุงให้มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น, ลดการสลายตัวของแคลเซียม, ลดอาการร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกตอนกลางคืน, แก้ปัญหาช่องคลอดแห้ง และป้องกันมะเร็งเต้านม จากงานวิจัยพบว่าผู้หญิงชาวจีนและญี่ปุ่นมีอัตราเป็นโรคที่เกิดในวัยหมดประจำเดือนค่อนข้างต่ำ เพราะนิยมทานอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง โดยเฉพาะเต้าหู้และนมถั่วเหลือง ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องภาวะพร่องฮอร์โมนและไม่ต้องรับฮอร์โมนทดแทนเลย


3. งาดำ


นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส และเหล็กแล้ว ยังมีไฟโตเอสโตรเจนที่อยู่ในกลุ่มสารลิกแนนอีกด้วย โดยสารลิกแนนมีคุณสมบัติช่วยปรับฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือฮอร์โมนวัยทองเพราะรังไข่เสื่อม มีงานวิจัยส่วนหนึ่งระบุว่า การทาน Flaxseed ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ, อารมณ์แปรปรวน และลดปัญหาผมหลุดร่วงเนื่องจากขาดฮอร์โมนได้


4. แฟล็กซ์ซีด


เป็นเมล็ดพืชที่มีลิกแนนสูงเช่นเดียวกับงาดำแถมยังมีใยอาหารสูงอีกด้วย อุดมไปด้วยแร่ธาตุและกรดไขมันโอเมก้า 3, 6 และ 9 คุณสมบัติเด่นของกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 คือการยับยั้งการแข็งตัวของเลือด, ช่วยขยายหลอดเลือด และลดความเสียหายของเซลล์จากการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย นอกจากนี้เม็ดแฟลกซ์ยังช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบและช่องคลอดแห่งในผู้หญิงวัยทอง


5. ใบอ่อนของขี้เหล็ก


อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะวิตามิน A และ C ช่วยบำรุงสายตา, เหงือก, ฟัน, กระดูก และผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยป้องกันท้องผูก อีกทั้งมีสารที่ช่วยสงบประสาทและช่วยให้หลับง่ายขึ้น


6. กระเทียม


มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดได้ดี, ป้องกันเกล็ดเลือดแข็งตัว, ช่วยลดความดันเลือด, ยับยั้งการเกิดมะเร็ง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันหวัดเพราะกระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับเพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยควบคุมน้ำหนักด้วยการลดการสะสมของไขมันอีกด้วย


7. แปะก๊วย


แปะก๊วยมีสรรพคุณช่วยปรับกระบวนการเผาผลาญในสมอง ใช้ป้องกันและรักษาอาการหลงลืมง่าย ป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายจากการขาดออกซิเจน อีกทั้งช่วยลดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ สมองปลอดโปร่ง ส่งผลให้ความจำดีขึ้น และยังใช้รักษาอาการตกขาวในผู้หญิง


8. ลูกพรุน


อุดมไปด้วยวิตามิน A, B2 และ E ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น บรรเทาอาการเหนื่อยล้าของตา ลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคต้อกระจก นอกจากจะเปี่ยมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจนแล้วยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยในการขับถ่าย ควบคุมภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากเกินไป และช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด


9. แครอท


แครอทมีเบต้าแคโรทีนสูงที่จัดเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอริ้วรอยตามวัยและลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย รักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนเลือด ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีสารลิกแนนสูง จึงจัดว่าเป็นอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนอีกด้วย


10. น้ำมะพร้าว


น้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น เต่งตึง ช่วยชะลอวัย มีฤทธิ์ช่วยขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้กลไกการทำงานของระบบต่างๆ ทำงานได้เป็นปกติ นอกจากช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศหญิงแล้ว การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ไม่ควรดื่มมากเกินไปเพราะในน้ำมะพร้าวมีคาร์โบไฮเดรตที่สามารถย่อยเป็นน้ำตาลได้


11. สตรอว์เบอร์รี่


สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มีสารประกอบที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ถึง 3 ชนิด ได้แก่ เคอซิติน (Quercetin) เคมเพอรอล (Kaempferol) และเอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สตรอว์เบอร์รีมีอัตราการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับกล้วยหอมและมะเขือเทศแล้ว อัตราการต่อต้านอนุมูลอิสระของสตรอว์เบอร์รีมีสูงการถึง 7 เท่า จึงมีฤทธิ์ซ่อมเซลล์ต่างๆ ที่เสียหายอยู่ในร่างกาย, ระงับการเติบโตของเซลล์มะเร็ง, ช่วยลดคอเรสเตอรอลซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ


12. แอปริคอต


ผลแอพริคอตสุกมีเบตาแคโรทีนสูง เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา, ป้องกันโรคต้อกระจก และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง โดยการทานแอพริคอต 100 กรัม จะได้รับวิตามินเอมากกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันเลยทีเดียว


นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง, มีโพแทสเซียมสูงช่วยลดความดันโลหิต มีเหล็กที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง, เส้นใยอาหารในแอพริคอตช่วยทำความสะอาดระบบย่อย และเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่สำคัญยังเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก เพราะมีไขมันต่ำและไม่มีคอเลสเตอรอล


13. แตงกวาญี่ปุ่น (ซูกินี่)


แตงกวาญี่ปุ่นมีเอ็นไซม์อีเรพซิน (erepsin) ช่วยย่อยโปรตีน โดยสรรพคุณของแตงกวาช่วยขับปัสสาวะ, แก้ไข้, กระหายน้ำ, ใบแตงกวาช่วยแก้ท้องเสียและลดความดันโลหิตสูง แตงกวาญี่ปุ่นนิยมทานสดๆ แต่ก็นำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด ไม่ว่าจะผัด, ต้ม, ดอง, นึ่ง หรือคั้นน้ำเป็นเครื่องดื่มก็ตาม


ส่วนตัวครูก้อยเองนั้นทานโปรตีน Ferty ทุกวันค่ะ เชคกับนมแพะหรือนมอัลม่อน, เพิ่มงาดำและ good grain ลงไปด้วย (ใน good grain มีแฟล็กซ์ซีดอยู่ด้วยค่ะ) เนื่องจากโปรตีน Ferty มีสารสกัดจากถั่วเหลืองสูงถึง 12,000 มิลลิกรัมต่อซอง ให้สารไฟโตเอสโตรเจนชนิดดีที่เหมาะแก่คุณแม่ที่ต้องการเตรียมตั้งครรภ์และเตรียมผนังมดลูก ที่สำคัญไฟโตเอสโตรเจนจะช่วยปรับบาลานซ์ของฮอร์โมนเพศ ช่วยขับเอสโตรเจนเลว และช่วยในเรื่องของการตกไข่อีกด้วยค่ะ


หรือถ้าใครยังกังวลหรือสงสัยเพิ่มเติม ครูก้อยแนะนำให้ขอคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรงค่ะ อย่ามองเรื่องการขาดฮอร์โมนเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ช้าก็เร็วผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญกับปัญหานี้แน่นอน ดังนั้นควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย, คิดบวก, ใช้ชีวิตให้มีความสุข ปัญหาจะใหญ่แค่ไหนก็ผ่านไปได้แน่นอนค่ะ สุดท้ายนี้ครูก้อยขอให้สาวๆ ทุกวัยมีสุขภาพดีนะคะ


บทความที่น่าสนใจ

ดู 7,472 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page