top of page
ค้นหา

35+ เตรียม ICSI ต้องเริ่มจากโภชนาการ! 10 อาหารบำรุงรังไข่ คนอยากท้องต้องรู้

  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

แม่ๆ ที่กำลังวางแผนจะมีน้อง โดยเฉพาะคนที่เตรียมทำ ICSI รู้ไหม… การอยากท้องไม่ใช่แค่ “มีไข่” แต่ต้องเป็นไข่ที่แข็งแรง พร้อมปฏิสนธิ และพร้อมพัฒนาเป็นตัวอ่อน ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มได้ตั้งแต่การปรับโภชนาการในชีวิตประจำวัน เพราะอาหารที่เราทาน ส่งผลโดยตรงต่อรังไข่ ฮอร์โมน และคุณภาพไข่นั่นเองค่ะ


วันนี้ครูก้อย 10 อาหารบำรุงรังไข่ ที่คนอยากท้อง โดยเฉพาะคนเตรียมทำ ICSI ควรทานค่ะ


1. ปลาทะเลไขมันดี


เช่น แซลมอน ซาร์ดีน แมคเคอเรล ปลาทะเลเป็นแหล่งของ Omega-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่ร่างกายใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง Omega-3 ยังมีบทบาทสำคัญในการลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะในบริเวณรังไข่และมดลูก เมื่อการอักเสบลดลง สภาพแวดล้อมภายในจะเอื้อต่อการทำงานของเซลล์ไข่มากขึ้น


2. ไข่


ไข่เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ร่างกายดูดซึมได้ดี มี โคลีน วิตามินบี และกรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ สารอาหารในไข่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ไข่ตั้งแต่ระดับโครงสร้างไปจนถึงกระบวนการพัฒนาในระดับเซลลูลาร์


3. อะโวคาโด


อะโวคาโดอุดมด้วย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และมีโปรตีนจากพืชในปริมาณที่เหมาะสม ไขมันชนิดนี้มีบทบาทในการช่วยให้ร่างกายรักษาสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง และยังช่วยดูแลเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคุณภาพไข่


4. ผักผลไม้สีแดง


เช่น มะเขือเทศ บีทรูท และกลุ่มเบอร์รี เพราะผักผลไม้สีแดงเป็นแหล่งของ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเครียดของเซลล์ไข่ หรือที่เรียกว่า Oxidative stress ภาวะนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพไข่ลดลงตามอายุ การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยดูแลเซลล์ไข่ในระยะยาว


5. ผักใบเขียวเข้ม


เช่น บรอกโคลี คะน้า ผักโขม เป็นต้น ผักใบเขียวเข้มเป็นแหล่งของ โฟเลต วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด โฟเลตมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างและพัฒนาเซลล์ รวมถึงการแบ่งตัวของไข่และตัวอ่อน จึงถือเป็นพื้นฐานของโภชนาการสำหรับผู้หญิงที่ต้องการดูแลระบบสืบพันธุ์


6. ถั่วและธัญพืช


ถั่วและธัญพืชเป็นแหล่งของ Zinc, Selenium และโปรตีนจากพืช ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนและกระบวนการตกไข่ สารอาหารกลุ่มนี้ยังช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของเซลล์ในภาพรวม


7. คาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี


เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ข้าวไม่ขัดสีต่างๆ เพราะคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้น เมื่อระดับน้ำตาลไม่แกว่ง ร่างกายจะลดโอกาสเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งภาวะนี้ส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนและการทำงานของรังไข่โดยตรง


8. โปรตีนจากพืช


เช่น เต้าหู้ ถั่วเหลือง เป็นต้น โปรตีนจากพืชเป็นแหล่งกรดอะมิโนที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง


 จากงานวิจัยเรื่อง Does changing a patient's dietary consumption of proteins and carbohydrates impact blastocyst development and clinical pregnancy rates from one cycle to the next. ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012


ทำการศึกษาในผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีที่มีพัฒนาการของบลาสโตซิสต์ไม่ดี โดยให้ผู้หญิงได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มปริมาณโปรตีนในแต่ละวันในขณะที่ลดคาร์โบไฮเดรตลงลงเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนก่อนรอบ IVF ถัดไป


ศึกษาพบว่า ผู้ที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่เปลี่ยนการรับประทานอาหารเป็นแบบลดคาร์โบไฮเดรต และ เน้นโปรตีนเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะเข้ากระบวนการทำ IVF โดยเพิ่มโปรตีน 16.4% ลดคาร์บ 22.3% คือ

(1) มีอัตราการเพิ่มจำนวนของบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จาก19% เป็น 45%

(2) มีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก 16.6% เป็น 83%


9. ตับและเครื่องใน (ทานพอเหมาะ)


ตับและเครื่องในเป็นแหล่งของ ธาตุเหล็กและวิตามินเอ ธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการสร้างเลือด และช่วยให้เลือดสามารถนำพาสารอาหารไปเลี้ยงรังไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปนะคะ


10. ขิง


ขิงมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้น การไหลเวียนของเลือด และมีฤทธิ์ลดการอักเสบในระบบภายใน เมื่อการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายจะสามารถส่งสารอาหารไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงรังไข่ได้ดีขึ้น ทำให้การบำรุงที่ทานเข้าไปถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ดังนั้น แม่ๆ วัย 35+ ที่อยากท้อง ควรเริ่มจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว งดหวาน เลือกทานกรดไขมันดี เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินบำรุงอย่างเหมาะสม

โดยโภชนาการที่เลือกทานควรเน้นให้สอดคล้องกับการทำงานของรังไข่ ฮอร์โมน และระบบภายใน เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ระบบต่างๆ จะค่อยๆ ปรับเข้าสู่สภาวะที่เอื้อต่อการตั้งครรภ์มากขึ้นนั่นเองค่ะ

ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page