top of page
ค้นหา

📣 เคยสงสัยกันไหมคะ ? ยิ่งโลกเปลี่ยนไปผู้หญิงยุคใหม่ยิ่งมีลูกยาก!!!

อัปเดตเมื่อ 17 มิ.ย.


หลายๆคนที่อยากมีลูกแต่ลูกก็ยังไม่มาสักทีคงตั้งคำถามกับเรื่องนี้ว่า ทำไมรุ่นแม่รุ่นย่ารุ่นยายถึงมีลูกกันง่ายและหลายๆบ้านก็มีลูกเยอะ



.



แต่เดี๋ยวนี้จะมีการจะมีลูกสักคนคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อ ทั้งในแง่มุมของสังคม ค่านิยม เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัฏจักรของเวลาและยุคสมัย รวมถึงภาวะเจริญพันธุ์ที่เสื่อมลงไปตามอายุ ปัจจัยเหล่านี้ที่ทำให้ผู้หญิงยุคใหม่มีลูกยากมากขึ้น



.



โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานข่าวอัตราการเกิดของประเทศไทยปี 2564 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่อยู่ที่ 544,570 คน ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติ อัตราการเกิดลดลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับ 28 ปีก่อน หรือในช่วง 2536-2537 ที่อัตราการเกิดเกิน 950,000 คน พบว่าอัตราการเกิดของประเทศไทยนั้นลดลงไปมาก



.



หนุ่มสาวยุคนี้มีลูกลดลงถึง 400,000 คน ต่ำสุดในรอบ 28 ปี ดูแล้วเป็นสถิติที่น่าตกใจไม่น้อย และอาจจะลดลงได้เรื่อยๆ หรือไม่ ปัญหาคนรุ่นใหม่มีลูกลดลงนี้ มีมาสักระยะหนึ่งแล้ว และถึงแม้ว่าในปี 2563 รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการมีบุตร ถึงขั้นที่ว่า ต้องออกมาตรการส่งเสริมการมีบุตร ที่เรียกว่า “ปั้มลูกเพื่อชาติ” โดยให้แรงจูงใจต่างๆ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อัตราการเกิดใหม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด



.



หรืออีกในกรณีคู่รักที่แต่งงานกันแล้ว แต่ก็ยังไม่มีลูก อยากจะมีแต่ไม่มา จากข้อมูลพบว่าสตรีไทยถึงร้อยละ 16 มีปัญหาการมีบุตรยาก แม้จะมีความพร้อมทุกด้านแล้วแต่พยายามหลายครั้งก็ไม่สามารถมีลูกได้



.



1. เพราะพฤติกรรมของผู้หญิงยุคใหม่ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนมาก เช่น ผู้หญิงยุคใหม่สายสตรอง รักการทำงานหาเงิน เป็น Working women ดูแลทั้งตัวเองและครอบครัว



.



แต่การทำงานอย่างหนักก็จะพ่วงมาด้วยปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความเครียด และนอนไม่หลับ ซึ่งหากร่างกายเกิดความเครียดก็จะกระตุ้น คอลติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) เพิ่มขึ้น ซึ่งระดับคอลติซอลที่สูงขึ้นส่งผลต่อฮอร์โมนเพศนั่นเอง หากฮอร์โมนเพศผิดปกติก็จะทำให้ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไข่ไม่ตก จึงส่งผลให้มีลูกยาก



.



2. ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกย่ำแย่มาตั้งแต่เกิดวิกฤต covid-19 เครื่องบริโภคอุปโภคที่แพงขึ้น รวมไปถึงพลังงานที่มีราคาที่สูงขึ้น เรียกง่ายๆว่าใช้เงินเท่าเดิมแต่สามารถซื้อได้น้อยลง



.


ทำให้ผู้หญิงยุคใหม่มีความคิดรอพร้อม จนอายุเยอะขึ้น หลายคนคิดว่าหากจะมีลูกต้องให้มีความพร้อมก่อน จึงทำงานหนักเก็บเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ สร้างฐานะทางการเงินให้มั่นคง เพื่อสร้างความสุขสบายให้กับลูก จึงคุมกำเนิดมาโดยตลอด แต่เมื่อมีทุกอย่างพร้อม วัยก็ล่วงเลยมาก บางคนจึงเกิดภาวะมีบุตรยาก บางคนด้วยอายุมากขึ้นเกิดความกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะมีปัญหา



.



เพราะอัตราความผิดปกติของโครโมโซมในเซลล์ไข่จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น จึงทำให้ผู้หญิงที่มีอายุมากตั้งครรภ์ยากและมีโอกาสแท้งบุตรสูงขึ้นโดยสถิติความผิดปกติของโครโซมของเซลล์ไข่ในแต่ละช่วงอายุปรากฏตามข้อมูล ดังนี้



อายุ 25 โครโมโซมผิดปกติ 25%


อายุ 35 โครโมโซมผิดปกติ 50%


อายุ 40 โครโมโซมผิดปกติ 85-90%



ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติจะมีอัตราการปฏิสนธิต่ำ หรือเมื่อไข่ใบที่มีจำนวน "โครโมโซมผิดปกติ" แม้ไปผสมกับอสุจิที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ ตัวอ่อนที่เกิดมาจะมีจำนวนโครโมโซมไม่ปกติ ทำให้ตัวอ่อนแสดงความผิดปกติในหลายรูปแบบ ได้แก่



-ตัวอ่อนหยุดการแบ่งเซลล์ตั้งแต่ยังไม่ฝังตัว


-ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้


-ตัวอ่อนฝังตัวได้แต่ไม่สามารถสร้างอวัยวะและเนื้อเยื่อได้ตามปกติหรือท้องลม


-ตัวอ่อนฝังตัวได้แต่แท้งในระยะต่อมาตัวอ่อนเติบโตจนคลอดออกมา แต่มีความผิดปกติทางร่างกายหรือสติปัญญา



3. ไลฟ์สไตล์การชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน นอนดึกตื่นเช้า ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ ในยุค4นี้มีอาหารแปรรูปออกมาเยอะมาก รวมถึงพวกของหวาน ชาไข่มุก เป็นอาหารเป็นอาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญ หากกินของไม่มีประโยชน์จะส่งผลต่อ เซลล์ไข่ และทำให้มีบุตรยาก



ดังนั้นการปรับพฤติกรรมการทานอาหารและการบำรุงจึงจำเป็น ครูก้อยสรุปหลักการทานอาหารตามงานวิจัยของคนที่เตรียมท้องมาให้เป็น 5 Key to Success ดังนี้ค่ะ


1. เพิ่มโปรตีน


2. ลดคาร์บ


3. งดหวาน


4. ทานกรดไขมันดี


5. เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์



+เสริมวิตามินบำรุง


และอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 2-3 ลิตร



.



4. ระยะทางเป็นอุปสรรค หลายๆคู่ก็เป็นคู่รักทางไกล long-distance relationship คุยกันผ่านโซเชียล แต่จะมาเจอกันก็เป็นเรื่องยาก บางคู่ทำงานคนละพื้นที่หรือคนละเวลา ทำให้ครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย ซึ่งการจะมีลูกนั้นต้องอาศัยไข่และสเปิร์มมาเจาะกันในวันที่ผู้หญิงไข่ตก ซึ่งต้องอาศัยการนับวันไข่ตกหรือใช้ที่ตรวจไข่ตกร่วม หากนานๆเจอกันโอกาสที่จะทำการบ้านตรงวันไข่ตกก็ยิ่งลดลง หลายๆคู่เลยต้องใช้วิทยาการทางการแพทย์ร่วม โดยการทำ IUI หรือการทำ ICSI



.



5. ผู้หญิงหลายคนรักชีวิตโสด ค่านิยมในการมีคู่ครองอาจไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ความเป็นปัจเจกบุคคลที่มีความเป็นอิสระทางความคิดมากขึ้น จากข้อมูลพบว่าในประเทศไทยมีอัตราการแต่งงานลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เกิดในช่วง พศ. 2523 และในข้อมูลช่วง พศ.2528-2560 มาวิจัย พบว่า เกิดปรากฏการณ์ ‘Gold Miss’ โดยผู้หญิงไทยที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้น โดยมองเรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องรองในชีวิต



.



แต่ถ้ายังมีความคิดที่จะมีลูก แต่ไม่มีคู่ในตอนนี้ “การฝากไข่” คือทางออก โดยสามารถฝากไข่ได้ในช่วงวัยเจริญพันธุ์และไข่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด คือช่วงอายุ 20-35 ปี


ตามประกาศแพทยสภาที่ 95(9)/2558 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการฝากไข่ดังนี้


.


1.ผู้ฝากไข่ต้องลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมในการฝากให้เก็บรักษา


2.ต้องมีการตรวจผู้ฝากไข่เพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคติดต่อ เช่น เอชไอวี ตับอักเสบและซิฟิลิส เป็นต้น


3. การเก็บแช่แข็งไข่ของตนเองเพื่อวัตถุประสงค์ในการนำไปปฏิสนธิกับอสุจิของสามีที่ชอบด้วยกฎหมายในอนาคต


4. การเก็บแช่แข็งไข่ของตนเองก่อนการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการรักษาอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อรังไข่


5. กำหนดระยะเวลาเก็บไข่ไว้ ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ยกเว้นมีข้อตกลงเป็นหนังสือไว้อย่างอื่น



การฝากไข่เป็นการวางแผนระยะยาว หากมีความต้องการที่จะฝากไข่ ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี พร้อมทั้งบำรุงไข่ ก่อนเข้ากระบวนการ การฝากไข่ ทั้งนี้ความคงทนของไข่ที่ผ่านการแช่แข็งจะน้อยกว่าตัวอ่อน เมื่อถึงเวลาละลายไข่ที่แช่แข็งไว้ออกมาปฏิสนธิอาจได้ปริมาณไข่ที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับการแช่แข็งแบบเป็นตัวอ่อน



เพราะการมีลูกมีปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงคือภาวะเจริญพันธ์ของเพศหญิง ที่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอายุ โดยผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปจัดว่าเป็นวัยเสื่อมถอยของสุขภาพทางเพศ ส่งผลให้มีบุตรยาก ดังนั้นหากผู้หญิงคนไหนที่มีเป้าหมายที่อยากมีลูกในอนาคต จึงจำเป็นต้องวางแผนบำรุงไข่ บำรุงมดลูกตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะมีลูกมากขึ้น

ดู 7 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page