top of page
ค้นหา

😨อย่าปล่อยให้ชีวิตคู่พัง...เพราะตกขาว น้องสาวมีกลิ่น #คืนความสาวทั้งระบบ




😨อย่าปล่อยให้ชีวิตคู่พัง...เพราะตกขาว น้องสาวมีกลิ่น #คืนความสาวทั้งระบบ


แม่ๆ หลายคนอาจมีความกังวลเรื่อง "ตกขาว" จริงๆแล้วตกขาวเป็นสารคัดหลั่งอย่างหนึ่ง (Vagina discharge) ที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอดตามธรรมชาติ มีหน้าที่ช่วยในการหล่อลื่น ป้องกันการติดเชื้อ และระคายเคือง ซึ่งลักษณะ สี และปริมาณของตกขาว จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและแต่ละช่วงของรอบเดือน


แต่ในเคสที่แม่ๆ มีตกขาวผิดปกติ มีอาการคัน มีกลิ่นเหม็น และอาจมีการติดเชื้อร่วมด้วย แบบนี้ไม่ปกติแล้วค่ะ


ผู้หญิงหลายคนต้องทนกับภาวะนี้ อายไม่กล้าไปพบแพทย์รักษา จนอาจต้องมีปัญหาชีวิตคู่ สามีอาจไม่อยากเข้าใกล้ บางคู่ถ้าไม่คุยกันตรงๆก็ยิ่งทำให้ปัญหาไปกันใหญ่ค่ะ


เรื่องตกขาวเกิดจากหลายสาเหตุ อาจเป็นการติดเชื้อราหรือแบคทีเรีย หรือเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ฮอร์โมนเพศหญิงผิดปกติ ที่มีผลมาจากโภชนาการที่ไม่ถูกต้อง ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงค่ะ


.


●สีของตกขาวบ่งบอกอะไรบ้าง?


👉เฉดสีแดง: เลือดในช่วงที่มีประจำเดือน โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทุก 28 วัน หรืออยู่ในช่วง 21-35 วัน และจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน แต่หากมีเลือดออกในช่วงอื่นนอกเหนือจากช่วงที่มีประจำเดือน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุต่อไป


👉เฉดสีขาว: ตั้งแต่สีขาวจนถึงสีเหลืองอ่อน ลักษณะเช่นนี้จะถือเป็นตกขาวปกติที่พบได้ทั่วไป แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีกลิ่น คัน หรือตกขาวมีลักษณะขาวเหนียวร่วมกับมีอาการอื่น ลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติที่อาจเกิดจากการติดเชื้อราได้


👉เฉดสีเหลืองเขียว: ลักษณะสีเหลืองเข้ม เหลืองเขียว จนถึงเขียว เป็นเฉดสีที่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติที่อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีตกขาวเหนียวเป็นก้อนหรือมีกลิ่มร่วมด้วย


👉เฉดสีใส: ตกขาวปกติส่วนใหญ่จะมีลักษณะเช่นนี้ คือ ใสหรือค่อนข้างขาว ลื่น ลักษณะคล้ายไข่ขาว


👉เฉดสีเทา: ตกขาวสีเทาเป็นลักษณะเด่นของการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด โดยอาจมีอาการแสดงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีกลิ่น คัน ระคายเคือง หรือมีอาการแดงบริเวณรอบๆ ช่องคลอด หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที


.


●ตกขาวผิดปกติกับการติดเชื้อในช่องคลอด?


ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีการติดเชื้อในช่องคลอด มักแสดงอาการผ่านทางลักษณะของตกขาว อาการคัน และกลิ่น โดย 3 โรคหลักที่เกี่ยวข้องกับตกขาวผิดปกติ ได้แก่


(1) การติดเชื้อราในช่องคลอด (VULVOVAGINAL CANDIDIASIS)


ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ CANDIDA ALBICANS แต่บางรายอาจเกิดจากเชื้อราชนิดอื่นได้


ปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อราในช่องคลอด ได้แก่ โรคเบาหวาน การใช้ยาปฎิชีวนะเป็นเวลานาน การมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้นหรือได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากภายนอก (เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด ภาวะตั้งครรภ์) ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น การติดเชื้อเอชไอวี การได้รับยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน)


👉อาการ: ตกขาวมีลักษณะเหมือนแป้งเปียก มักมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอด หรือมีอาการแสบร้อนในช่องคลอด ปัสสาวะแสบขัด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เมื่อตรวจภายในอาจพบการบวมแดงบริเวณปากช่องคลอดและช่องคลอด


(2) การติดเชื้อแบคทีเรีย (BACTERIAL VAGINOSIS)


เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีมีการเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนจนมากกว่าเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น ทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้น


มักสัมพันธ์กับการมีคู่นอนหลายคน การสวนล้างช่องคลอด การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย และการขาดแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสในช่องคลอด


👉อาการ: ส่วนมากจะไม่แสดงอาการผิดปกติ บางรายอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ เช่น ตกขาวมีสีเทา มีกลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา มีอาการคัน อาจมีปัสสาวะแสบขัดหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย ส่วนอาการอักเสบในช่องคลอดหรือแสบร้อนบริเวณปากช่องคลอดพบได้น้อย


(3) การติดเชื้อทริโคโมแนส (TRICHOMONIASIS)

เกิดจากเชื้อโปรโตซัว TRICHOMONAS VAGINALIS (TV) ที่มักติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์


👉อาการ: ตกขาวมีสีเขียวเป็นฟองและมีกลิ่นเหม็น ร่วมกับมีอาการแสบร้อนและคันบริเวณปากช่องคลอดและช่องคลอด ปัสสาวะแสบขัด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ มีการอับเสบ บวมแดงบริเวณปากช่องคลอดและช่องคลอด มีจุดเลือดออกบริเวณช่องคลอดและปากมดลูกที่มีลักษณะจำเพาะเรียกว่า Strawberry cervix


.


●เมื่อไหร่จึงควรไปพบแพทย์?


ผู้หญิงเราควรไปพบแพทย์เมื่อตกขาวมีลักษณะ สี หรือกลิ่น ผิดไปจากปกติ หรือมีอาการทางช่องคลอด เช่น


👉มีลักษณะแดง คัน เจ็บ แสบร้อน หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศหรือช่องคลอด


👉ตกขาวมีลักษณะเป็นฟอง หรือมีลักษณะคล้ายแป้งเปียก


👉ตกขาวมีสีเหลือง เขียว หรือเทา


👉มีเลือดหรือเลือดออกกะปริดกะปรอยในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน

👉มีกลิ่นรุนแรง


.


●ตกขาวที่เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล


หากร่างกายปกติ ฮอร์โมนสมดุลร่างกายก็จะขับตกขาวออกมาแต่ละช่วงของรอบเดือนตามธรรมชาติ ยิ่งช่วงก่อนไข่ตกเรียกว่าว่า "มูกตกไข่" จะมีผลดีต่อการท้องได้ง่ายขึ้นเพราะมูกลื่นๆจะช่วยให้อสุจิว่ายผ่านเข้าไปง่ายขึ้น


แต่หากฮอร์โมนไม่สมดุล และเกิดการติดเชื้อตกขาวก็จะมีลักษณะต่างออกไป โดยส่วนใหญ่สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีตกขาวเกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงไม่สมดุล มีภาวะ PCOS หรือภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง


หรือหากรังไข่เสื่อมเข้าสู่วัยทองก่อนวัย ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้ง ลอก เป็นสะเก็ด หากติดเชื้อร่วมด้วยผิวที่ลอกก็จะเป็นอาหารของแบคทีเรีย ส่งผลให้ช่องคลอดมีกลิ่น


.

.


🌸ดังนั้นแม่ๆ ต้องหมั่นสังเกตตกขาว หากมีอาการดังกล่าวข้างต้นต้องรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดจากปัญหาของระบบสืบพันธุ์ร่วมด้วยก็ได้


และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การพักผ่อน ลดความเครียด ทานวิตามินเสริมที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเอสโตรเจน รักษาฮอร์โมนเพศหญิงให้สมดุล ก็จะช่วยรักษาอาการตกขาว เพิ่มความมั่นใจและช่วยให้ชีวิตคู่กลับมาอีกครั้งค่ะ #คืนความสาวทั้งระบบ


ดู 42 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page