ค้นหา

อยากท้อง "ไข่ต้องมีคุณภาพ"How to "บำรุงไข่" เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์


อยากท้อง "ไข่ต้องมีคุณภาพ"

How to "บำรุงไข่" เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์


แม่ๆรู้ไหม? สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้หญิงท้องยากคือ "เซลล์ไข่ที่ไม่มีคุณภาพ" นั่นเองค่ะ คู่สมรสที่พยายามปั๊มเบบี๋ด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ยังไม่สำเร็จอาจเป็นเพราะเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิงด้อยคุณภาพ แต่เราไม่สามารถเช็คคุณภาพของเซลล์ไข่ได้ค่ะ หากไข่ยังอยู่ในรังไข่ของแม่ๆ ทำได้แค่การอัลตร้าซาวด์ดูจำนวนฟองไข่ตั้งต้นและประเมินขนาดเท่านั้น (*แต่ถ้าทำเด็กหลอดแก้ว เซลล์ไข่จะถูกเก็บออกมาภายนอก สามารถประเมินคุณภาพได้เบื้องต้นตฝจากลักษณะของเซล์ ความยืดหยุ่น สีจากนั้นนักวิทย์จะเลือก"ไข่สุก"เท่านั้น มาปฏิสนธิ และเมื่อเลี้ยงเป็นตัวอ่อนก็สามารถคัดโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อเช็คความผิดปกติทางพันธุกรรมได้


ทั้งนี้คุณภาพของไข่ต้องสร้างมาจากภายในร่างกาย ไม่สามารถมาปรับปรุงภายหลังจากเก็บ


ออกมาแล้วได้ ทำได้แค่เลือกใบที่ใช้งานได้เท่านั้น)


เมื่อพูดถึงเรื่องคุณภาพของเซลล์ไข่นั้น หมายถึง เซลล์ไข่นั้นต้อง....


👉มีขนาดโตตามเกณฑ์ 18-20 มิล

👉เป็นไข่สุก (มี Polar Body) พร้อมปฏิสนธิ

👉มีโครโมโซมปกติ

👉แบ่งเซลล์ได้อย่างสมบูรณ์


ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในทางธรรมชาติระบบสืบพันธุ์และฮอร์โมนที่สมดุลก็จะทำหน้าที่ของมันค่ะ เมื่อไข่ใกล้ตกฮอร์โมนเอสโตรเจนก็สูงขึ้นทำให้ไข่อ้วนโต จากนั้นฮอร์โมน LH ก็จะหลั่งออกมาทำให้ไข่ตก หากร่างกายมีฮอร์โมนสมดุลไข่ก็จะโตตกตามรอบเดือน และถ้าเรากินอาหารมีประโยชน์ ไข่ก็จะสมบูรณ์สวย ไม่ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ ตกลงมาก็เป็นไข่สุก พร้อมรอเจ้าอสุจิจากสามี เมื่อเจอกันหากไข่มีโครโมโซมปกติ ก็จะปฏิสนธิและแบ่งเซลล์พัฒนาไปเป็นตัวอ่อนได้อย่างสมบูรณ์ ฝังตัวเป็นทารกในครรภ์ของแม่ๆ นั่นเองค่ะ


แต่ ที่เรามีปัญหากันเพราะร่างกายเราไม่ปกติ แม่ๆส่วนใหญ่ที่ไม่ท้องเพราะมีฮอร์โมนผิดเพี้ยน ขาดการบำรุงจริงจัง กินอาหารไร้ประโยชน์ พักผ่อนไม่พอ ไม่ออกกำลังกาย ดังนั้นการบำรุงไข่ควบคู่กับฮอร์โมนที่สมดุลจึงสำคัญมากเพราะมันเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ยิ่งไข่มีคุณภาพมากเท่าไหร่ โอกาสในการตั้งครรภ์ก็มีมากขึ้นเท่านั้น


แล้วมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ไข่ของเรา "ด้อยคุณภาพ" ?

ครูก้อยขอสรุปให้หลักๆ 4 ข้อ ดังนี้ค่ะ


1. อายุของฝ่ายหญิง

ยิ่งอายุมาก เซลล์ไข่มีจำนวนลดลงและอัตราความผิดปกติทางโครโมโซมสูงขึ้น ส่งผลให้ไข่ไม่สมบูรณ์ อัตราปฏิสนธิลดลง แบ่งเซลล์ผิดปกติ ตัวอ่อนไม่ฝังตัว แท้งง่าย โดยทางสถิติทางการแพทย์ผู้หญิงวัย 35 โครโมโซมของเซลล์ไข่ผิดปกติไปถึง 50% และวัย 40 จะผิดปกติถึง 90%‼️ นี่แหละค่ะ #ยิ่งอายุเยอะจึงยิ่งท้องยาก


2. อนุมูลอิสระทำลายเซลล์ไข่


อนุมูลอิสระส่งผลต่อความเสื่อมของเซลล์ไข่ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้โครโมโซมเซลล์ไข่ผิดปกติ


โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ รวมถึงเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วย


แม่ๆรู้ไหมตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging)


3. การทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ


การทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการคือทานให้ครบ 5 หมู่ ให้ได้ Macronutrients + Micronutrients ครบถ้วน


และในแต่ละหมู่ต้องเลือกทานที่มีสารอาหารครบถ้วนและมีประโยชน์ด้วย เช่น โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญมากต่อการบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย รวมไปถึงเซลล์ไข่ด้วย แม่ๆส่วนใหญ่ทานโปรตีนไม่เพียงพอ และยังเลือกทานโปรตีนไม่ดี เช่นเนื้อสัตว์ติดมัน มีไขมันสูง เนื้อแดงซึ่งอาจมีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงปนเปื้อน ควรเน้นโปรตีนจากพืชที่ให้โปรตีนสูงและปลอดภัย เช่น ถั่วต่างๆและธัญพืช หรือโปรตีนจากปลาและไข่


หลักโภชนาการของครูก้อย ครูก้อยได้สรุปมาให้เป็น 5 Keys to Success ดังนี้ค่ะ

1.เพิ่มโปรตีน

2.ลดคาร์บ

3.งดหวาน

4.ทานกรดไขมันดี

5.เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์


➕6. เสริมวิตามินบำรุง


👉ครูก้อยศึกษางานวิจัยและเขียนอธิบายมาให้อย่างละเอียดแล้ว คลิกอ่านเพิ่มเติมเลยค่ะ

👇👇👇👇


https://www.facebook.com/349798678805371/posts/1166714310447133/


4.ฮอร์โมนไม่สมดุล


ฮอร์โมนเพศสำคัญอย่างมากต่อการตั้งครรภ์ เริ่มตั้งแต่การมีประจำเดือน ประสิทธิภาพของรังไข่ในการผลิตไข่ การหล่อเลี้ยงให้ไข่โตสมบูรณ์ การตกไข่ และการทำให้ผนังมดลูกหนาตัวพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน ล้วนแล้วมาจาการควบคุมของฮอร์โมนทั้งสิ้น หากฮอร์โมนผิดเพี้ยย ไม่สมดุล ระบบสืบพันธุ์ก็ทำงานแปรปรวน ไข่ไม่โต ไข่ไม่ตก ไข่ด้อยคุณภาพ ดังนั้นการปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก



How to บำรุงไข่❓


จากสาเหตุข้างต้น #เราจึงต้องมาบำรุงให้ตรงจุดที่ปัญหาของมันกันค่ะ


อายุแก้ไขไม่ได้เพราะมันต้องดำเนินไปเรื่อยๆ แต่เราสามารถบำรุงไข่ที่มีให้มีคุณภาพได้ค่ะ โดยปฏิบัติดังนี้


1. เน้นอาหารต้านอนุมูลอิสระ

จากที่กล่าวข้างต้น อนุมูลอิสระทำลายเซลล์ไข่ ทำให้ไข่เสื่อม ไข่ฝ่อ ร่างกายจึงต้องได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปจัดการกับอนุมูลอิสระที่มันเกิดขึ้นในร่างกายเราทุกวัน และยังได้รับตากมลภาวะ สารเคมี ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพออีก

ครูก้อยจึงย้ำเสมอว่า ผู้หญิงบำรุงไข่ต้อง "เน้นสารแอนตี้ออกซิแดนท์"


น้ำมะกรูดเป็นสมุนไพรไทยที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงเซลล์ในร่างกาย รวมไปถึงเซลล์สืบพันธุ์ ช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงทำงานได้ดีขึ้น ผลิตไข่ที่มีคุณภาพ



ซึ่งในน้ำมะกรูดมีงานวิจัยศึกษาพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า "เควอซิทีน" ที่ช่วยปกป้องเซลล์ไข่ ลดอัตราไข่ฝ่อได้


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Oncotarget เมื่อปี 2017


ศึกษาพบว่า...สารเควอซิทินช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ไข่ โดยปริมาณสารต่อต้านอนุมูลอิสระ “Quercetin” ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของเซลล์ไข่ลดลงอย่างมาก


โดยเฉพาะการเลี้ยงไข่ที่ 24 ชั่วโมง

จะเห็นว่าหากไม่มี “สารต้านอนุมูลอิสระ เควอซิทิน” ไข่จะฝ่อเสียเกือบ 80% แต่ในกรณีที่มีเควอซิทินเพียง 10 ไมโครโมลาร์ จะช่วยลดความเสียหายได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในความสำเร็จจนถึงระดับบลาสโตซีสต์ได้อีกเท่าตัว


นอกจากนี้น้ำมะกรูดคั้นสดยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ปรับสมดุลฮอร์โมน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอและ


ดึงรอบวงจรการตกไข่ให้เป็นปกติ



2. เน้นโปรตีน


โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ การบำรุงไข่ให้ได้ไข่โตสวยสมบูรณ์และผนังมดลูกที่แข็งแรงนั้น แม่ๆต้องทานโปรตีนให้เพียงพอต่อวัน (คือเพียงพอต่อน้ำหนักตัว ซึ่งคนบำรุงต้องทานโปรตีนอย่างน้อย 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก.)


📚งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontier in Public


Health เมื่อปี 2018


ศึกษาพบว่า อาหารที่ถูกหลักโภชนาการส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ที่เพิ่มขึ้น (Influence of Diet on Fertility) โดย "โปรตีน" เป็นสารอาหารหลักที่ขาดไม่ได้ ที่ช่วยบำรุงเซลล์ไข่ ช่วยให้ไข่ตกปกติ และสำหรับคนที่ทำเด็กหลอดแก้ว การทานโปรตีนเพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มอัตราความสำเสร็จในการตั้งครรภ์อีกด้วย


ที่สำคัญต้องเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่ให้โปรตีนชั้นดี ให้โปรตีนสูง และปลอดภัย คนบำรุงเตรียมท้องควรเลือกทานโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) โดยมีงานวิจัยศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ทานโปรตีนจากพืช ไขมันดี และวิตามินแร่ธาตุครบถ้วนมีความเสี่ยงเรื่องภาวะไม่ตกไข่ลดลงถึง 66%


📚ยังมีการศึกษาจาก Harvard School of Public Health พบว่า การทานโปรตีนจากสัตว์ที่อาจมีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงตกค้างและมีไขมันสูงทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมีบุตรยากถึง 39%


📚 ยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of obstetrics and gynocology เมื่อปี 2008


ศึกษาพบว่าผู้หญิงที่เปลี่ยนการรับประทานโปรตีนจากสัตว์มาเป็นโปรตีนจากพืชอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการมีบุตรยากเนื่องปัญหาเรื่องไข่ไม่ตกได้ถึง 50%


📚งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility เมื่อปี 2012


ศึกษาพบว่า ผู้ที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่เปลี่ยนการรับประทานอาหารเป็นแบบลดคาร์โบไฮเดรต และ เน้นโปรตีนเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะเข้ากระบวนการทำ IVF

โดยเพิ่มโปรตีน 16.4%

ลดคาร์บ 22.3%


👉มีอัตราการเพิ่มจำนวนของบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จาก18.9% เป็น 45.3%


👉ซึ่งการทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลสะสมในร่างกาย จากการศึกษาพบว่าการทานอาหารแบบลดคาร์บลงนี้ส่งผลอย่างมากต่ออัตราการตั้งครรภ์


👉โดยจะมีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก 16.6% เป็น 83% เลยทีเดียวค่ะ




ดังนั้นผู้หญิงที่วางแผนท้อง ไม่ว่าจะด้วยการทำเด็กหลอดแก้วหรือท้องธรรมชาติ การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องการทานอาหาร โภชนาการที่ถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญค่ะ ควรเน้นทานอาหารที่ให้โปรตีนสูง จากแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพ เช่น ไข่ เนื้อปลา นมแพะ อกไก่ โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง เป็นต้น เพื่อบำรุงเซลล์ไข่ให้แข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งนี้โปรตีนยังช่วยทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานอย่างสมดุลรวมไปถึงฮอร์โมนเพศที่เป็นสิ่งสำคัญในการตั้งครรภ์ ส่งผลต่อรอบเดือนที่สม่ำเสมอ วงจรการตกไข่ที่เป็นปกตินั่นเองค่ะ


การทานโปรตีนให้เพียงพอจึงส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว และ อัตราการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติยังไงล่ะคะ



3. ปรับสมดุลฮอร์โมน


การปรับฮอร์โมนให้สมดุลทำได้โดยการทานอาหารถูกหลักโภชนาการตามที่กล่าวข้างต้น เน้นโปรตีนจากพืช ลดคาร์บขัดสี พวกข้าวขาว แป้ง ให้งด ให้เน้นทานธัญพืชที่เป็นคาร์บเชิงซ้อน ได้แก่ งาดำ


เมล็ดฟักทอง แฟล็กซีด อัลมอนด์ ลูกเดือย เป็นต้น เพราะคาร์บเชิงซ้อนจะไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงอย่างฉับพลัน ไม่ไปปกระตุ้นการสร้างอินซูลินทันที ทำให้ฮอร์โมนไม่เพี้ยน


งดหวานเด็ดขาด เพราะความหวานคืออนุมูลอิสระทำลายเซลล์ น้ำตาลยังทำให้ระดับอินซูลินสูงขึ้น ทำให้ร่างกายอักเสบ ส่งผลต่ภาวะ PCOS หรือภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง


หากต้องการความหวาน ให้ทานความหวานที่มีประโยชน์ Low GI (ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ) ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังให้วิตามินและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ น้ำอินทผลัม และ น้ำผึ้งชันโรง



นอกจากนี้ต้องทานผักและผลไม้เป็นประจำ

📚มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่กินผักผลไม้น้อยเสี่ยง


มีบุตรยากถึง 29%‼️


งานวิจัยเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Human Reproduction ซึ่งทำการวิเคราะห์การกินของผู้หญิง 5,598 คน


พบว่าผู้หญิงที่กินผักผลไม้ 1-3 ครั้งขึ้นไป/วัน

มีโอกาสตั้งครรภ์เร็วกว่าผู้หญิงที่กินผักผลไม้แค่ 1-3 ครั้ง/เดือน

4. ออกกำลังกาย รักษาน้ำหนักตัวให้เป็นปกติ ไม่อ้วนเกินไป ไม่ผอมเกินไป


การที่มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไปเป็นสาเหตุของภาวะไข่ไม่ตก ความอ้วนมีส่วนทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติ โดยเฉพาะการอ้วนลงพุง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนผลิตจากไขมัน เมื่อไขมันมากเกินไป การสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ควบคุมการตกไข่ในเพศหญิงอาจเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่ ประจำเดือนมาน้อยแบบกะปริดกะปรอย ประจำเดือนขาดหายไป


โดยทางการแพทย์จะวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI)เพื่อประเมินภาวะโรคอ้วน หากมีค่า BMI อยู่ในช่วง 20-22 ยังถือว่าปกติ หากอยู่ในช่วง 25-30 ถือว่าอ้วนแล้วค่ะ


กรณีน้ำหนักตัวน้อยเกินไปก็เช่นกันจะส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยเกินไป การเพิ่มน้ำหนักตัวหรือลดการออกกำลังกายลงก็เพียงพอต่อการให้มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติ หากมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนัก 10% จากเดิมก็สามารถช่วยให้มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติได้ค่ะ



5. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด


ความเครียดนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตใจแล้ว ยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีลูกยากอีกด้วย เพราะฮอร์โมนจากความเครียดจะไปมีผลต่อสมองส่วนไฮโปธาลามัสซึ่งควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของระบบสืบพันธุ์ ทำให้การพัฒนาฟองไข่ในรังไข่ไม่ปกติ ไข่เจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดภาวะไม่ตกไข่ อีกทั้งยังทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวที่มดลูกได้ยากขึ้น


ส่วนการนอนดึก หรือ นอนไม่เพียงพอก็เป็นสาเหตุมาจากความเครียดเช่นกัน การนอนไม่เพียงพอในระยะยาวส่งผลโดยตรงต่อการสร้าง Luteinizing Hormone (LH) ผิดปกติ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่จะมีการตกไข่ มีผลทำให้รังไข่ปล่อยไข่ออกมาเพื่อรอการปฏิสนธิ LH เป็นฮอร์โมนหนึ่งที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่มีการตกไข่ของรอบเดือนนั้นๆ หากฮอร์โมน LH ผิดปกติก็จะส่งผลต่อรอบเดือนที่ไม่ปกติ ส่งผลให้ไข่ไม่ตก หรือ ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ



รู้อย่างนี้แล้วรีบนำไปปฏิบัติ บำรุงไข่ของเราให้มี


คุณภาพ ไข่พร้อม+สเปิน์มแข็งแรง เบบี๋มาไม่นานเกินรอค่ะ




ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ