ค้นหา

ผลตรวจน้ำเชื้ออย่างไร❓จึงจะวินิจฉัยว่า "เป็นหมัน"



ผลตรวจน้ำเชื้ออย่างไร❓

จึงจะวินิจฉัยว่า "เป็นหมัน"



พยายามกันมาเป็นแแต่เบบี๋ยังไม่มา ลองชวนคุณสามีไปตรวจวิเคราะห์อสุจิดูนะคะ การตั้งครรภ์ตามธรรมชาตินอกจากไข่ของฝ่ายหญิงตกและสุกพร้อมปฏิสนธิแล้ว ยังต้องการอสุจิที่แข็งแรงจากฝ่ายชายด้วยค่ะ เราปฏิบัติภารกิจคิดว่าสามีโอเค

ดูแข็งแรงดี มีกล้ามใหญ่ น้ำเชื้อก็หลั่งดี....แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ในน้ำเชื้อนั้นมีตัวอสุจิเพียงพอหรือไม่....หรือไม่มีตัวอสุจิเลย


ซ้ำร้ายมันอาจเป็นตัวที่รูปร่างผิดปกติ หัวทู่ หางสั้น หางสองแฉก หรือ DNA ผิดปกติก็ได้ค่ะ และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำไมยังไม่สำเร็จสักที


ชวนคุณสามีไปปรึกษาแพทย์และทำการตรวจวิเคราะณ์คุณภาพอสุจินะคะ ซึ่งเกณฑ์ทางการแพทย์มีหลักในการประเมินคุณภาพอสุจิจากการวิเคราะห์อสุจิ ( Semen Analysis) ดังนี้ค่ะ


1. ปริมาตรน้ำเชื้อที่หลั่งออกมา (Volume)


👉ปริมาณของน้ำเชื้อที่หลั่งออกมาควรมากกว่าหรือเท่ากับ 1.5 มิลลิลิตร


👉หมายความว่า ในการหลั่งน้ำเชื้อของคุณผู้ชายออกมาหนึ่งครั้งนั้นปริมาตรของของของเหลวน้ำเชื้อควรได้ประมาณ 1 ช้อนชาค่ะ อันนี้พูดถึงของเหลวโดยรวม ยังไม่ได้แยกออกมานะคะว่าเชื้อที่หลั่งออกมาเนี่ยจะมีคุณภาพหรือไม่ แต่ถ้าหลั่งออกมาได้ปริมาตรปกติก็ยังมีสิทธิลุ้นกว่าหลั่งได้น้อยค่ะ👍🌟


👉ปริมาตรของน้ำเชื้อที่น้อยกว่าปกติอาจเกิดเพราะการอุดตันของท่อนำอสุจิ หรือมีภาวะหลั่งอสุจิกลับสู่กระเพาะปัสสาวะค่ะ


.


2. ความหนาแน่นของตัวอสุจิ (Sperm concentration)


👉ค่าปกติมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 15 ล้านเซลล์/มิลลิลิตร


👉เจ้าตัวนี้สำคัญค่ะ เพราะอสุจิคือตัวที่จะเข้าไปเจาะไข่ทำให้เราท้อง ดังนั้นถึงแม้จะหลั่งน้ำเชื้อออกมาเยอะแต่มีตัวอสุจิน้อยก็ขาดกำลังพลค่ะ


👉ค่าปกติ 15 ล้านเซลล์/มล.นี้หมายความว่าที่สามารถทำให้ท้องธรรมชาติได้นะคะ อาจจะดูว่าเยอะ แต่จริงๆแล้วการหลั่งน้ำเชื้อ 1 ครั้ง เจ้าตัวอสุจิก็ล้มหายตายจากไปเยอะเลยค่ะ เพราะน้องอ๊อดของคุณผู้ชายเนี่ยช่างบอบบางเหลือเกิน ถ้ามีน้อยกว่านี้โอกาสท้องธรรมชาติก็น้อยตามค่ะ


และข้อนี้เองที่จะบอกว่าคุณสามีเป็นหมันหรือไม่

หากในน้ำเชื้อที่หลั่งไม่มีตัวอสุจิเลย คือ เป็นหมันค่ะ


แต่...ก็ยังมีโอกาสท้องโดยใช้อสุจิที่มีน้อยนิดในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ได้ค่ะ ด้วยวิธีการเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรงหรือที่เรียกว่าวิธี

Testicular Sperm Extraction (TESE)


👉ในกรณีที่ฝ่ายชายตรวจไม่พบตัวอสุจิออกมาในน้ำเชื้อหรือไม่มีน้ำอสุจิเลย ซึ่งมักมีปัญหาที่ท่อนำอสุจิตันหรือไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ จำเป็นที่จะต้องนำอสุจิออกมาจากแหล่งกำเนิดโดยตรงซึ่งคือลูกอัณฑะ


👉โดยแพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเล็กเข้าไปเอาตัวอสุจิออกจากลูกอัณฑะเพื่อนำตัวอสุจินั้นมาทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี ICSI ต่อไปค่ะ


.


3. การเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ (Motility)


👉เป็นการดูอสุจิที่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยค่าปกติมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 40%


👉พูดง่ายๆคือ สเปิร์มที่ดีต้องวิ่ง ไม่นอนนิ่ง ไม่ขี้เกียจว่ายไปเจาะไข่ค่ะ เพราะถ้าสเปิร์มไม่ว่ายไปหาไข่ ลูกจะเกิดได้ไงล่ะ โอกาสท้องก็น้อยค่ะ👎


.


4. รูปร่างของอสุจิ (Morphology)


👉เป็นการดูรูปร่างลักษณะของอสุจิโดยการย้อมสีแล้วดูลักษณะภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูลักษณะของหัว คอ และหางของอสุจิว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ตามค่าปกติยึดตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO)


👉อสุจิที่มีรูปร่างสมบูรณ์ ควรมีมากกว่าหรือเท่ากับ 4%


👉ตรงนี้อธิบายง่ายๆก็คือว่า ตรวจเช็ครูปร่างหน้าตาของน้องอ๊อดกันหน่อยค่ะ ถึงแม้จะมีเยอะถึง 15 ล้านเซลล์ แต่ตัวที่รูปร่างหน้าตาดีมีไม่เยอะนะจ๊ะ รูปร่างหน้าตาเบ้าหน้าต้องมาครบ


👉การออดิชั่นคัดเลือกดู 3 ส่วนค่ะ

🔸️#หัว หัวต้องมีรูปไข่ ขอบเรียบ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป หัวต้องไม่แหว่งไม่ลีบนะคะ


📌และที่สำคัญในหัวต้องมีสมองด้วย คือต้องมี acrosome คือส่วนที่มีนิวเคลียสและเอนไซม์บรรจุ