top of page
ค้นหา

ต้องการท้อง...ต้องกิน 10 สารอาหารนี้สรุปจากงานวิจัยมาให้ ต้องอ่านค่ะ👇👇👇



ต้องการท้อง...ต้องกิน 10 สารอาหารนี้

สรุปจากงานวิจัยมาให้ ต้องอ่านค่ะ👇👇👇



แม่ๆรู้ไหม จากงานวิจัยของ Harvard Medical School และ Harvard T.H. Chan School of Public Health ได้ทำการศึกษาและพบว่าการทานอาหารส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ (Diet and Fertility : A review, 2017)


การรับประทานอาหารถูกต้องตามหลักโภชนาการส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมไปถึง lifestyle การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย การพักผ่อน ก็ส่งผลต่อคุณภาพของเซลล์ไข่และสเปิร์มเช่นกัน


วันนี้ครูก้อยรวบรวมข้อมูลสารอาหารที่แม่ๆวางแผนท้องควรรับประทานเพื่อช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลากหลาย ได้สารอาหารครบ และส่งผลให้ลูกในครรภ์แข็งแรง "บำรุงดี เบบี๋มาไว" นะคะ👶


1. Folic (โฟลิก)


กรดโฟลิก (Folic Acid) หรือเรียกอีกอย่างว่า “โฟเลต” คือวิตามินชนิดหนึ่งที่พบได้ในอาหารตามธรรมชาติ และเป็น Superfood สำหรับผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ รวมถึงตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้ว เพราะกรดโฟลิกนั้นมีส่วนช่วยในการสร้างตัวอ่อน ช่วยป้องกันและลดความผิดปกติของระบบประสาท ทั้งภาวะไม่มีเนื้อสมอง ภาวะไขสันหลังไม่ปิดจากการขาดโฟลิก นอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมพันธุกรรม ควบคุมการสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นในการแบ่งเซลล์ ไปจนถึงการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวในไขกระดูกของลูกน้อยในครรภ์ได้อีกด้วย



โฟลิกหรือวิตามินบี 9 พบในไข่แดง ตับ ผักใบเขียวเข้ม ผักคะน้า ผักบุ้ง ตำลึง แครอต แคนตาลูป ฟักทอง ถั่ว หรือวิตามินโฟลิกในรูปแบบเม็ด ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้ปรับนิสัยการรับประทานอาหาร โดยทานผักใบเขียวที่มีโฟเลตสูงให้ได้อย่างน้อย 0.4 มิลลิกรัม ต่อวัน หากไม่ได้ทานอาหารที่ให้โฟลิกในแต่ละวันการทานกรดโฟลิกเป็นเม็ดเสริมจึงมีความจำเป็น ซึ่งกรดโฟลิกหาซื้อง่ายและมีราคาถูก



หากวางแผนจะมีเบบี๋ต้องทานอาหารที่มีโฟเลตสูงและทานวิตามินโฟลิกเสริมเตรียมตัวล่วงหน้านะคะ อย่ารอให้ท้องก่อนแล้วจึงค่อยทาน เพราะเหตุใด เราไปศึกษาพร้อมกันเลยค่ะ


ควรทานกรดโฟลิกปริมาณเท่าใดต่อวัน ?



👉องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้หญิงวางแผนตั้งครรภ์ได้รับกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน


โดยแนะนำให้ได้รับกรดโฟลิก 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์และได้รับต่อเนื่อง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์


👉สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรได้รับกรดโฟลิก

800 ไมโครกรัมต่อวัน



ควรเริ่มทานกรดโฟลิกเมื่อใด?


ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ วสันต์หัวหน้าโครงการระดับชาติพัฒนาต้นแบบจังหวัดและอำเภอเพื่อป้องกันและดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิดในประเทศไทย สสส.และนายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด กล่าวว่า....


หญิงที่ต้องการจะมีลูกต้องกินกรดโฟลิกก่อนตั้งท้อง 3 เดือน ต่อเนื่องจนถึง 3 เดือนแรกของการตั้งท้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความพิการของทารก ได้แก่


👉หลอดประสาทไม่ปิด (Neural Tube Defects)

👉ปากแหว่งเพดานโหว่

👉ความผิดปกติของแขนขา

👉หัวใจพิการแต่กำเนิด

👉ระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ

👉ไม่มีรูทวารหนัก และ

👉กลุ่มอาการดาวน์



ทำไมต้องกินกรดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์?


ยังมีความเข้าใจที่ผิดว่าเมื่อตั้งครรภ์ถึงจะรับประทานวิตามินโฟลิก แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องกินก่อนท้อง เพราะวิตามินโฟลิก ช่วยในการสร้างและแบ่งเซลล์ในตัวอ่อนให้สมบูรณ์ตั้งแต่หลังปฏิสนธิภายใน 28 วัน จึง


ดังนั้นการเสริมกรดโฟลิกสามารถทำได้ตั้งแต่วางแผนมีบุตร หรือก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน เพราะหากรอจนทราบว่าตั้งครรภ์ก่อนแล้วค่อยทานอาจจะสายเกินไป เพราะในช่วงอายุครรภ์ที่ 3-4 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ จะเป็นช่วงที่พัฒนาการของสมองและระบบประสาทของทารกจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลอดประสาทจะปิดอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งนั่นอาจช้าเกินไปที่จะแก้ไขความผิดปกติ


และทานต่อไปอีกหลังเริ่มตั้งครรภ์ยาวไปจนอายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์เพราะความต้องการโฟเลตหรือกรดโฟลิกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ตัวอ่อน (embryo) กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว


วิตามินเตรียมตั้งครรภ์ OvaAll ครบ จบในซองเดียว ประกอบด้วย โฟลิก Fish Oil Q10 และ วิตามืนและแร่ธาตุรวม ทานบำรุงล่วงหน้า 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เพิ่ม


โอาสท้องและช่วยป้องกันทารกพิการแต่กำเนิด


💊เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ OvaAll วิตามิน​ตัวจบ สยบ​ทุก​ปั​ญหาท้องยาก​ วิตามิน​บำรุงไข่​ที่ครบที่สุด เพื่อผู้​มีบุตรยาก​

คลิกลิ้งค์นี้ค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/ovaall/


.


2.Zinc (ธาตุสังกะสี)


Zinc เป็นแร่ธาตุที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง


📚จากงานวิจัยของ Pennsylvania State University ที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการ the American Physiological Society annual meeting เปิดเผยว่า การขาดแร่ธาตุ Zinc จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ไข่ (egg development) อาจทำให้เซลล์ไข่แบ่งตัวผิดปกติ ส่งผลต่ออัตราการปฏิสนธิที่ลดลง และ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน (embryo


development)


ดังนั้นเซลล์ไข่ที่ได้รับ Zinc จะโตสมบูรณ์ เป็นไข่สุกพร้อมปฏิสนธิ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์


อาหารที่ให้ Zinc สูงได่แก่ เมล็ดฟักทอง แม่ๆควรรับประทานวันละ 1 กำมือ ทานง่ายๆ เป็นของกินเล่น หรือจะโรยบนข้าว หรือ ซุป ก็อร่อย กรอบ มัน ได้ประโยชน์บำรุงไข่ค่ะ


🎃เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ Pure Seed เมล็ดฟักทองออแกนิค อบพร้อมทาน

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/pure-seed-roasted-pumpkin-seeds/


.


3.Omega3 (โอเมก้า3)


โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันดีที่ช่วยเสริมฮอร์โมนเพศ ทำให้ฮอร์โมนเพศสมดุล ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ


ปรับวงจรการตกไข่ให้เป็นปกติ


และส่งผลดีต่อการสร้งสมองและระบบสายตาของทารกในครรภ์


โอเมก้า 3 พบในปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน หรือ ทูน่า และยังพบมากในแฟล็กซีดซึ่งให้โอเมก้า 3 ชนิดเดียวกับ fish oil จนได้รับขนานนามว่าเป็นโอเมก้า 3 บนดิน


ซึ่งการทานจากธัญพืชให้ความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนมากกว่าทานจากปลาที่อาจปนเปื้อนสารเคมี เช่น ปรอท และเหมาะกับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ก็สามารถได้แหล่งโอเมก้า 3 จากแฟล็กซีด

โดยแฟล็กซีด 100 กรัม ให้โอเมก้า 3,6 ถึง 28.73 กรัม


แฟล็กซีดให้โอเมก้า 3 ชนิด Alpha-Linolenic Acic (ALA) ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องรับประทานจากอาหารเข้าไปเท่านั้น


แฟล็กซีดมี "ลิกแนน" สูงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์มะเร็ง ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง มีการศึกษาพบว่าแฟล็กซีดมีลิกแนนสูง


มากกว่าพืชชนิดอื่นถึง 800 เท่า



📚มีงานวิจัยชื่อว่า Dietary fat intake and reproductive hormone concentrations and ovulation in regularly menstruating women ตีพิมพ์ในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition เมื่อปี 2016

ศึกษาพบว่าการรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงมีส่วนในการ " #ช่วยลดภาวะไข่ไม่ตก"

#นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวสำคัญในการทำให้มดลูกหนาตัวเตรียมพร้อมรับการตั้งครรภ์


แฟล็กซีดเหมาะกับผู้ที่มีบุตรยากเพราะไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS ) ที่สาเหตุหนึ่งมาจากภาวะดื้ออินซูลิน เนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป Flaxseed มีไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายในน้ำ (Insoluble Fiber) ที่ช่วยทำให้การปล่อยน้ำตาลเข้ากระแสเลือดช้าลง ดีต่อผู้ป่วยเบาหวานอีกด้วย


📚โดยมีงานวิจัยศึกษาไว้ชื่อว่า Effect of flaxseed gum on reduction of blood glucose and cholesterol in type 2 diabetic patients ตีพิมพ์ใน


วารสาร International Journal of food and Nutrition เมื่อปี 2009


🌰เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ Good Grain ธัญพืชออแกนิคพร้อมชงจากธรรมชาติ100%

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/good-grain/



.


4.Probiotics (โพรไบโอติกส์)


โพรไบโอติกส์ คือ กลุ่มแบคทีเรียหรือยีสต์ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร และระบบอื่นๆ ของร่างกาย ที่เมื่อมีอยู่ในประมาณที่เหมาะสมจะช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหารและระบบอื่นๆ ของร่างกายเนื่องจากจุลินทรีย์ที่เป็นมิตรเหล่านี้มีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร การป้องกันโรค การรักษาภาวะที่ผิดปกติของร่างกาย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทำให้ร่างกายแข็งแรงในองค์รวม


แม่ๆที่วางแผนท้องควรได้รับโพรไบโอติกในปริมาณที่


เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง โดยอาหารที่โพรไบโอติกได้แก่ ผักดอง นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ซุปมิโซะ และ น้ำผึ้งชันโรง


"น้ำผึ้งชันโรง" เป็นน้ำผึ้งจากเกสรดอกไม้ 100% ไม่ป่านการสเตอริไลซ์ จึงรักษาวิตามินและโพรไบโอติกเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ใช่น้ำผึ้งเลี้ยงอุตสาหกรรม ไม่มีน้ำตาล แถมยังให้สารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย รวมถึงเซลล์ไข่ของแม่ๆด้วย แนะนำทานวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ราดบนอโวคาโด้ หรือ ใช้แทนน้ำสลัด ได้ประโยชน์สุดๆ ค่ะ



🐝เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง (Stingless Bee Honey) Super food ระดับโลก

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/stingless-bee-honey/


.



5. Iron (ธาตุเหล็ก)


ธาตุเหล็กจำเป็นอย่างมากเพราะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้เลือดนำพาสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายได้อย่างเพียงพอ แม่ๆที่วางแผนท้องควรได้รับธาตุเหล็กให้เพียงพอเพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ช่วยสร้างผนังมดลูกให้แข็งแรง อยู่ในสภาวะที่เหมาะกับการฝังตัว และสามารถช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้


📚จากงานวิจัยเรื่อง Iron intake and risk of ovulatory infertility ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Obstetrics and Gynecology


ศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กให้เพียงพอ เพราะธาตุเหล็กช่วยลดปัญหาเรื่องภาวะการตกไข่ผิดปกติได้


อาหารที่ให้ธาตุเหล็กสูง ได้แก่ ไข่แดง ตับ เครื่องในสัตว์ แต่อาหารดังกล่าวอาจมีไขมันสูง การรับประทานธัญพืชก็ได้ธาตุเหล็กเช่นเดียวกัน และไม่เสี่ยงการได้รับไขมันมากเกินไป เช่น งาดำ ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ ข้าวไม่ขัดสี หรือ ผักใบเขียว เช่น บร็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง มะรุม



🖤เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ Pure Black งาดำออแกนิคคั่วเตาถ่าน

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/pure-black/


.


6.Magnesium (ธาตุแมกนีเซียม)


แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญมากต่อภาวะเจริญพันธุ์เพราะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และ ลดความดันโลหิต


แมกนีเซียมช่วยผู้หญิงที่ประสบปัญหาภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS) โดยปรับสมดุลฮอร์โมนและระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงนี้ทำให้ร่างกายอักเสบ และ ส่งผลให้อาการ PCOS แย่ลงเพราะจะไปเพิ่มภาะดื้ออินซูลิน ทำให้มีฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น ส่งผลให้ไข่ไม่ตกเรื้อรัง


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Gynecology and Endocrinology


เปิดเผยว่า ผู้หญิงที่ขาดแร่ธาตุแมกนีเซียมมีแนวโน้มประสบกับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS) ถึง 19 เท่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ได้รับแมกนีเซียมเพียงพอ


อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ได้แก่ ธัญพืช และถั่วต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง แฟล็กซีด และ อัลมอนด์ โดยถั่วอัลมอนด์ นอกจากจะให้แมกนีเซีนมสูงแล้ว ยังอุดมไปด้วยโปรตีน และกรดไขมันดีที่ช่วยเสริมฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วยค่ะ


.


7.Choline (โคลีน)


โคลีน (Choline) เป็นหนึ่งในสารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และจัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม โดยโคลีนจะทำงานร่วมกับอิโนซิทอลในกระบวนการใช้ไขมันและคอเลสเตอรอลของร่างกาย โดยโคลีนจะตรงเข้าไปยังเซลล์สมองเพื่อผลิตสารเคมีที่ช่วยในเรื่องความทรงจำ และยังช่วยในการกระจายตัวของคอเลสเตอรอล ไม่ให้คอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังเส้นเลือดแดงหรือผนังของถุงน้ำดี


โดยแม่ๆที่วางแผนท้องต้องควบคุมระดับของคเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากระดับคอเลสเตอรอลส่งผลต่ออัตราการตั้งครรภ์


📚จากงานวิจัยเรื่อง Lipid Concentrations and Couple Fecundity: The LIFE Study ที่ตีพิมพ์ในThe Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism เมื่อปี 2014


นักวิจัยจาก National Institues of Health, the University at Buffalo (New York) และ Emory University in Atlanta, USA เปิดเผยว่า คู่สามีภรรยาที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงจะใช้เวลานานกว่าในการที่จะตั้งครรภ์


การได้รับโคลีนจึงช่วยรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ พืชที่ให้โคลีนสูง ถือเป็น super foodได้แก่ วีทกราส ซึ่งให้โคลีนสูง และยังมีคลอโรฟิลล์สูงถึง 70% ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้เลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดี และยังเป็นแหล่งของแมกนีเซียมที่ช่วยให่ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงทำงานได้เป็นปกติ


ทานวีทกราสง่ายๆ แค่ชงผงผัก Pure Green ดื่มทุกวัน ผงผักสีเขียวประกอบด้วย วีทกราส อัลฟัลฟ่า สากร่าย


สไปรูลิน่าและมะรุม


🥦เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผงผักสีเขียว Pure Green ดีท็อกซ์ระบบเลือด ปรับสมดุลฮอร์โมน

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/pure-green/


.


8. Selenium (ซีลีเนียม)


ซีลีเนียม เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันและชะลอความชรา โดยซีลีเนียมและวิตามินอีจะทำงานเสริมกัน ซึ่งต่างก็ช่วยให้อีกฝ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยซีลีเนียมมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการสร้างกลูตาไธโอนเพอรอกซิเดส ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลักของร่างกายที่พบได้ในทุกเซลล์ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ รวมถึงเซลล์ไข่และสเปิร์ม


📚จากงานวิจัยเรื่อง Maternal Selenium, Copper and Zinc


Concentrations in Early Pregnancy, and the Association with Fertility ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2019 ศึกษาพบว่า ซีลีเนียมช่วยรักษาสภาวะของ follicular fluid หรือ ของเหลวในถุงหุ้มไข่ ให้อยู่ในสภาวะปกติ ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของเซลล์ไข่


และยังมีการศึกษาพบว่าการได้รับปริมาณซีลีเนียมที่เพียงพอในร่างกายช่วยป้องกันการแท้งในระยะเริ่มต้นได้อีกด้วย

แหล่งอาหารที่มีซีลีเนียมสูง ได้แก่ ไข่แดง นมแพะ เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ถั่วเมล็ด


แห้ง เช่น ถั่วเหลือง ถั่วบราซิล (Brazil nut) และยังพบมากในกระเทียม


🐐เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์นมแพะคัดเกรด

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/goats-milk/


.


9. Beta-carotene (เบต้าแคโรทีน)


เบต้าแคโรทีน เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์

เป็นสารพฤษเคมีที่ทรงพลัง มีคุณสมบัติเป็นทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็งที่เยี่ยมยอด แคโรทีนอยด์คือเม็ดสีชนิดละลายในไขมัน พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง แดง และเขียว ได้แก่ แครอท มะเขือเทศ ฟักทอง กวางตุ้ง บร็อคโคลี่ ผักคะน้า


ข้าวโพดอ่อน มะละกอสุก เป็นต้น


📚มีการศึกษาพบว่า "เบต้าแคโรทีน" มีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็ง โดยยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระ และยังพบว่ามันช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เส้นโลหิตในสมองตีบ และยังช่วยป้องกันโรคต้อกระจกได้อีกด้วย


นอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระแคโรทีนอยด์ในแครอทยังช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย


• เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ช่วยให้เซลล์ไข่เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์


• สารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องเซลล์ไข่จากการทำลายของอนุมูลอิสระ


• วิตามิน C สูงช่วยปรับฮอร์โมนเพศให้สมดุล


• มีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงเลือด เลือดไหลเวียนดี ลดการอุดตันของเลือด



🍅เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผงผักสีแดง Pure Red บำรุงไข่ บำรุงเลือด ประกอบด้วย แครอท มะเขือเทศ บีทรูทและทับทิม

คลิกอ่านเลยค่ะ →

https://www.babyandmom.co.th/product/pure-red/


.


10. Antioxidants (สารต้านอนุมูลอิสระ)


สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร?


สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) หมายถึงสารที่ช่วยต่อต้านหรือกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาออกซิเดชันภายในร่างกาย ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวสามารถพบได้จากหลากหลายรูปแบบตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนออกซิเดชั่นที่ทำให้เหล็กกลายเป็นสนิม น้ำมันพืชที่มีกลิ่นเหม็นหืน


ผลแอปเปิลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล


แต่หากเป็นในร่างกายเราจะพบได้จากกระบวนการการย่อยสลายโปรตีนและไขมัน ซึ่งมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป การรับเอามลพิษทางอาการ ควันบุหรี่ เชื้อโรค ฝุ่นละออง การรับเอารังสียูวีจากแสงแดด


หรือแม้กระทั่งการหายใจก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ กลายเป็นสารอนุมูลอิสระล่องลอยอยู่ภายในร่างกายและสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ต่างๆ การมีสารอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมากในร่างกายจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยและโรคภัยที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็ง และโรคเบาหวาน เป็นต้น



สารต้านอนุมูลอิสระทำงานอย่างไร?


หน้าที่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ก็คือการเข้ากำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และยังทำหน้าที่ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ทำหน้าที่คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวและอวัยวะภายใน ดังนั้นบทบาทหลักของสารต้านอนุมูลอิสระ คือทำหน้าที่ "ลดการสร้าง" อนุมูล


อิสระภายในร่างกาย และ "ลดอันตราย" ที่เกิดขึ้น


การเข้าไปทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ จะเข้าไปจับกับตัวรับที่สามารถยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะทำปฏิกิริยาต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ เข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระจะตรงเข้าขัดขวางปฏิกิริยาดังกล่าว เข้าจับกับสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งไม่ให้เกิดการทำลายเซลล์ในปฏิกิริยาออกซิเดชัน และถูกออกซิไดซ์ โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นตัวรีดิวซ์


📚มีงานวิจัยศึกษาถึงประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีผลต่อภาวะเจริญพันธ์ พบว่า


การทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายที่จะมาทำลายเซลล์ไข่ของแม่ๆค่ะ


ยังช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ จึงช่วยลดความเสื่อมสภาพของร่างกาย ช่วยคงความอ่อนเยาว์ และมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น


ดังนั้น เมื่อแม่ๆ วางแผนตั้งครรภ์จึงต้องบำรุงเซลล์ไข่ให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อจะได้มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพ แม่ๆ ก็


จะมีโอกาสท้องธรรมชาติได้ค่ะ


📚ยังมีงานวิจัยศึกษาพบว่า สำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก) ซึ่ง ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging)


นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก


ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ด้วยการทานอาหารที่มีสาร


ต้านอนุมูลอิสระค่ะ


อาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะนาว มะกรูด ผักผลไม้ เช่น ผักเคล ผักโขม กะหล่ำม่วง มะเขือเทศ บีทรูท แครอท ทับทิม ธัญพืช เช่น ถั่วต่างๆ งาดำ ควินัว แฟล็กซีด


น้ำมะกรูดสดอุดมไปด้วยวิตามินซีสด "ไบโอฟลาโวนอยด์" และสารต้านอนุมูลอิสระ "เควอซิทีน" สูง


(1) วิตามินซี จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ไข่ไม่ให้ถูกทำลาย สมบูรณ์พร้อมรับการปฏิสนธิ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน


(2) ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonids)


ในน้ำมะกรูดสดมีไบโอฟลาโวนอยด์สูงถึง 1,104±74 มิลลิกรัม ต่อมะกรูด 100 กรัม ไบโอฟลาโวนอยด์หรือวิตามินพีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซี และยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และเส้นเลือดฝอย โดยเฉพาะบริเวณมดลูกที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ทำให้มดลลูกแข็งแรง เพราะมีเลือดไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ตัวอ่อนฝังตัวง่ายขึ้น



ไบโอฟลาโวนอยด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะที่มดลูก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการแท้งในระยะเริ่มต้น และ ไบโอฟลาโวนอยด์ยังไปเสริมการทำงานของวิตามินซีที่ช่วยเรื่องการเพิ่มระดับฮอร์โมน โปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการตั้งครรภ์


📚มีงานวิจัยจาก The University of Texas ศึกษาพบว่าผู้หญิง 53% ที่ทานอาหารวิตามินซี และไบโอฟลาโวนอยด์สูงจะมีช่วงลูเตียลเฟส (Luteal Phase) ยาวขึ้น


ลูเตียลเฟส คือระยะหลังการตกไข่ที่ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ร่างกายจะสร้างมดลูกให้หนาขึ้นพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากช่วงระยะเวลานี้สั้นโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนก็ลดลง


(3) สารต้านอนุมูลอิสระ "เควอซิทีน" (Quercetin)


จากการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณ “สารเควอซิทิน”ในผักผลไม้รสเปรี้ยวชนิดต่างๆ พบว่าในมะกรูดมีสารเควอซิทินสูงที่สุดถึง 43±9 มิลลิกรัม ต่อมะกรูด 100 กรัม


ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเควอซิทีนมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงเซลล์ไข่ ป้องกันเซลล์ไข่จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ ทำให้ไข่สวยสมบูรณ์ เพื่มโอกาสตั้งครรภ์


📚จากงานวิจัย ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Oncotarget เมื่อปี 2017 ศึกษาพบว่า สารเควอซิทินช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ไข่ โดยปริมาณสารต่อต้านอนุมูลอิสระ “Quercetin” ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของเซลล์ไข่ลดลงอย่างมาก


โดยเฉพาะการเลี้ยงไข่ที่ 24 ชั่วโมง จะเห็นว่าหากไม่มี “สารต้านอนุมูลอิสระ เควอซิทิน” ไข่จะฝ่อเสียหายเกือบ 80% แต่ในกรณีที่มีเควอซิทินเพียง 10 ไมโครโมลาร์ จะช่วยลดความเสียหายได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในความสำเร็จจนถึงระดับบลาสโตซีสต์ได้อีกเท่าตัว


ดังนั้นการบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ บำรุงไข่ให้สมบูรณ์พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ต้องเน้นทานสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากๆนะคะ โดยมะกรูดเป็นอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง

นอกจากช่วยปกป้องเซลล์ไข่แล้ว ยังดีต่อสุขภาพในองค์รวม เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วยค่ะ





ดู 131 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page