ค้นหา

งานวิจัยเผย!5 สุดยอดสรรพคุณงาดำบำรุงเตรียมตั้งครรภ์



งานวิจัยเผย!

5 สุดยอดสรรพคุณงาดำ

บำรุงเตรียมตั้งครรภ์


⚫แม่ๆ รู้ไหมธัญพืชสีดำเมล็ดจิ๋ว "งาดำ" นั้นมีประโยชน์มาก งาดำเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี สารต้านอนุมูลอิสระสูง ให้กรดไขมันดี เสริมฮอร์โมนเพศอีกด้วย


งาดำนั้นทานได้ทุกเพศทุกวัย บำรุงร่างกาย บำรุงสมองและประสาทถือเป็นยาอายุวัฒนะเลยก็ว่าได้ค่ะ


วันนี้ครูก้อยจะพาไปศึกษาสุดยอดสรรพคุณของงาดำ บอกเลยว่า...คุณแมาบำรุงเตรียมตั้งครรภ์ห้ามพลาด!



⚫1. งาดำมีแคลเซียมสูงมาก


งาดำเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูงมาก โดยงาดำ 100 กรัม จะมีแคลเซียมอยู่ประมาณ 975 มิลลิกรัมและในหนึ่งวันตามมาตราฐานของ Thai RDI แนะนำให้คนทั่วไปได้รับแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายวันละ 800 มิลลิกรัม นั่นแสดงให้เห็นว่า หากเราบริโภคงาดำเพียงวันละ 100 กรัมหรือขีดเดียว ปริมาณแคลเซียมที่เราได้


รับเข้าสู่ร่างกายก็เพียงพอตามมาตรฐานแล้ว


นมโคเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะเราหลายคนถูกสอนกันมาว่า กินนมเยอะๆร่างกายแข็งแรง โตเร็ว โตไวและมีสุขภาพดี ในอีกส่วนหนึ่งก็มีคนจำนวนมากที่บริโภคนมวัวกันเป็นประจำเพราะต้องการแคลเซียมในนมวัวเพื่อการเสริมสร้างและการบำรุงกระดูกและฟัน


นมโคน้ำหนัก 100 กรัม จะมีแคลเซียมเพียง 120 มิลลิกรัมเท่านั้น หากเรานำมาเปรียบเทียบกับงาดำน้ำหนัก 100 กรัมที่มีปริมาณแคลเซียมเท่ากับ 975 มิลลิกรัม จะพบว่างาดำที่น้ำหนักเท่ากับนมวัวมีปริมาณแคลเซียมเป็น 975/120 = 8.125 หรือประมาณ 8 เท่าของนมวัวเลยทีเดียว


ครูก้อยแนะนำว่าที่คุณแม่ที่วางแผนท้องให้ทานงาดำอย่างน้อยวันละ 4 ช้อนชาเพื่อเสริมแคลเซียมให้ร่างกายเตรียมพร้อมต่อการตั้งครรภ์


⚫2. งาดำมีโปรตีนสูงมาก


งาดำจัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนจากพืชสูงมาก โดยมีค่าอยู่ที่ 17% โดยน้ำหนักโปรตีนจากงาดำน้ำหนัก 100 กรัม จะมีปริมาณ 18 กรัม เทียบได้กับการบริโภค


อกไก่ น้ำหนัก 100 กรัม (งาดำและอกไก่มีปริมาณโปรตีนมากพอๆกัน)


การบริโภคไข่ไก่เบอร์ใหญ่ (เบอร์ศูนย์) ประมาณ 3 ฟอง


การบริโภคปลาแซลมอนหรือปลาทู 82 กรัม


คนทั่วไปส่วนมากมักได้รับโปรตีนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ไม่ว่าจะเป็น เนื้อ นมหรือไข่ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับงาดำกับผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์แล้ว ปริมาณโปรตีนที่ได้จากผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์อาจมีโปรตีนอยู่ในระดับที่เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกันกับโปรตีนจากงาดำในน้ำหนักที่เท่ากัน หลายคนจึงมองว่าหากต้องการโปรตีนในปริมาณมากๆก็บริโภคอาหารที่ได้จากสัตว์เอาก็ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างมาก


จริงอยู่การบริโภคอาหารที่ได้จากสัตว์ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนสูงและได้รับในปริมาณที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ผลเสียของการบริโภคโปรตีนจากสัตว์ที่มากเกินไป ก็มีอยู่หลายอย่างตามผลงานวิจัยในหนังสือที่มีชื่อเรื่องว่า The China Study


ข้อสรุปอย่างหนึ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้คือ การบริโภค


โปรตีนจากเนื้อสัตว์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเมื่อเทียบสัดส่วนกับการบริโภคโปรตีนจากพืช กล่าวคือ บริโภคโปรตีนจากสัตว์มากเกินกว่าโปรตีนจากพืชถึง 2 เท่าตัว มีผลทำให้ร่างกายเจ็บป่วยและป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนได้ในระยะยาว


👉โดยเฉพาะผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ การทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างเดียวส่งผลต่อ fertility ด้วย


📚งานวิจัยจาก Harvad School of Public Health พบว่าผู้หญิงกินโปรตีนจากสัตว์จำนวนถึง 39% จะประสบปัญหาภาวะที่มีบุตรยากมากกว่าผู้หญิงที่กินโปรตีนจากพืช อยากจะเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้หันมากินโปรตีนจากพืชกันนะคะ


จากข้อสรุปในงานวิจัยข้างต้น จึงสามารถสรุปได้ว่า คนเราควรบริโภคโปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้น บริโภคโปรตีนจากสัตว์ให้น้อยกว่า งาดำเป็นอาหารที่มีโปรตีนจากพืชสูง จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนทั่วไปอย่างหนึ่ง


ครูก้อยขอแนะนำว่าสำหรับคนวางแผนตั้งครรภ์นั้นการรับประทานโปรตีนให้เพียงพอมีความสำคัญมากค่ะ เพราะโปรตีนจะช่วยเสริมสร้างเซลล์ไข่ให้แข็งแรง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องบำรุงไข่ หรือฉีดกระตุ้นไข่ควรทานโปรตีนให้ได้ในปริมาณ 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1


กิโลกรัมค่ะ


⚫3. งาดำมีไขมันดีสูง


งาดำมีไขมันโดยน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 40% – 50% โดยส่วนประกอบของไขมันที่มีอยู่ในงาดำจะมีทั้งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโมก้า 6 และกรดไขมันโอเมก้า 9 ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรามาก


โดยเฉพาะคนที่วางแผนตั้งครรภ์โอเมก้า 3 จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไหลเวียนไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างสมดุลของฮอร์โมนเพศได้เป็นอย่างดี


ดังนั้น ผู้หญิงที่ทานไขมันดีบ่อย ๆ จึงมักจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงกว่าคนที่ไม่ได้ทานค่ะ



⚫4. งาดำมีเซซามินสูงมาก


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Research and Development in Pharmacy and Life Sciences เมื่อปี 2015 ศึกษาพบว่า งาดำมีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ "เซซา


มิน" (Sesamin) ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนี้มีสรรพคุณในการช่วยป้องกันเซลล์เสื่อม ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ

ซึ่งรวมไปถึงเซลล์ไข่ของแม่ๆด้วยนั่นเองค่ะ


เหตุผลที่ครูก้อยทานงาดำทุกวัน เพราะนอกจากสารเซซามินช่วยบำรุงเซลล์ไข่ให้สวย สมบูรณ์แล้ว คุณค่าทางโภชนาการของงาดำจากงานวิจัยนั้นถือได้ว่าเป็น "โภชนเภสัช" Nutraceutical หรือ Pharmaceutical หรือ คือ เป็นอาหารที่มีสารประกอบบางชนิดให้ฤทธิ์ในการป้องกัน หรือ ให้ฤทธิ์เสมือนทางยา เยียวยาอาการเจ็บป่วยได้


📚จากงานวิจัยศึกษาพบว่า สารเซซามินในงาดำยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยให้ร่างกายไม่เจ็บป่วยง่าย และเป็นตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน


คนที่วางแผนตั้งครรภ์ต้องบำรุงเซลล์ไข่ให้สมบูรณ์เตรียมพร้อม การทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงจะช่วยบำรุงเซลล์ไข่ และซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายได้ค่ะ



⚫5. งาดำมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดี



ในงาดำมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีกล่าวคือ เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายค่อยๆ ย่อยและดูดซึมไปใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือเรียกว่าคาร์บโบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrates) เพราะมีส่วนผสมของไฟเบอร์หรือใยอาหารจากธรรมชาติ มีผลทำให้ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ในการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่เรียกว่า “อินซูลิน” ทำงานน้อยลง ต่างจากคาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดี ที่ทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนัก เพราะระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตับอ่อนจึงจำเป็นต้องหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาเป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว


👉แม่ๆ ที่อยู่ในภาวะ PCOS ควรระมัดระวังเรื่องระดับน้ำตาล เพราะ PCOS สาเหตุอย่างหนึ่งมาจากภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะ PCOS ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ประจำเดือนขาดหาย ไข่ไม่ตกเรื้อรัง คนที่อยู่ในภาวะนี้ควรปรับการรับประทานอาหาร เน้นโปรตีนจากพืช เน้รคาร์บเชิงซ้อน งดข้าวขาว ขนมปัง เบเกอรี่


👉สำหรับคนคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสี่ยงเป็นเบาหวานควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งจะช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง และยังได้รับวิตามิน แร่ธาตุมากกว่า รวมถึงมีกากใยที่ช่วยในเรื่องระบบการขับ


ถ่ายของคนท้องที่มักเป็นปัญหาอีกด้วย


งาดำ สุดยอด super food สรรพคุณอัดแน่นแบบนี้แม่ๆเตรียมบำรุงไข่ เตรียมตั้งครรภ์ต้องรีบหามารับประทานนะคะ



ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ