ค้นหา

How to ปรับสมดุลฮอร์โมนเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์



How to ปรับสมดุลฮอร์โมน

เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์




แม่ๆรู้ไหม❓สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงมีบุตรยากเกิดจาก "ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล" ผู้หญิงเราอาจพบเจอกับอาการต่างๆ มากมายที่กวนใจ เช่น ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน ประจำเดือนขาดหาย สิวขึ้นตลอดเวลา อ่อนเพลียไม่มีสาเหตุ เป็นต้น แต่เราอาจไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันส่งผลมาจากฮอร์โมนที่ผิดปกติ เพราะฮอร์โมนนี่แหละที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ รวมไปถึงฮอร์โมนเพศที่ควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์


.


ฮอร์โมน (Hormone) คือ สารเคมีที่ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มเซลล์ในต่อมไร้ท่อ (eEdocrine Gland) แล้วส่งไปตามกระแสเลือด ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อกระตุ้น หรือยับยั้งกระบวนการต่างๆ ในเซลล์ หรืออวัยวะเป้าหมาย (target cells หรือ target organs) ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการต่างๆในร่างกาย ได้แก่


- ช่วยในการเจริญเติบโต

- การอยากอาหาร

- การย่อยอาหาร

- การนอนหลับ

- รอบเดือน

- อุณหภูมิของร่างกาย

- อารมณ์ และ พฤติกรรมการเข้าสังคม

- ระบบภูมิคุ้มกัน

- กลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย

- รวมไปถึงการทำงานของระบบสืบพันธุ์


ฮอร์โมนไม่สมดุลเกิดขึ้นเมื่อมีการผลิตฮอร์โมนมากหรือน้อยเกินไป ซึ่งไม่แปลกเลยหากเกิดฮอร์โมนไม่สมดุลขึ้น มันจะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกายและสุขภาพโดยรวม เพราะฮอร์โมนคือน้ำหล่อเลี้ยงของทุกระบบที่กล่าวมา


และในเรื่องของ "การตั้งครรภ์" นั้น...แน่นอนว่าหากฮอร์โมนเพศไม่สมดุลจะส่งผลต่อ


✔ประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่

✔ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ

✔ไข่ไม่ตก

✔ไข่ด้อยคุณภาพ


✔รังไข่เสื่อมก่อนวัย

✔ผนังมดลูกไม่หนาตัวพร้อมรับการฝังตัว


ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องยากนั่นเองค่ะ...


.


วันนี้เราไปศึกษาวิธีการปรับสมดุลฮอร์โมนกันค่ะ

ซึ่งทำได้ด้วย #วิธีธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ยา...ฝึกปฏิบัติ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูแลตัวเอง ก็สามารถปรับสมดุลฮอร์โมนได้ค่ะ


1. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด


การนอนน้อยส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม เมื่อเครียดฮอร์โมนความเครียด หรือ ที่เรียกว่า "คอร์ติซอลจะถูกหลั่งออกมามากเกินไป และมันก็จะไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศ ทำให้ฮอร์โมนเพศผิดเพี้ยน แปรปรวน


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Sleep


Medicine Report เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย สมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เราหลับ หรือ ตื่น เช่น ฮอร์โมนเมลาโทนิน และ คอติซอล เป็นสมองส่วนที่กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพศด้วยเช่นกัน ดังนั้นฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ในผู้หญิง และ ฮอร์โมนที่ควบคุมการผลิตสเปิร์มในผู้ชายจึงมีความสัมพันธ์กับคุณภาพของการนอนหลับด้วย


โดยในผู้หญิงนั้น การนอนไม่เพียงพอในระยะยาวส่งผลโดยตรงต่อ


การสร้าง Luteinizing Hormone (LH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่จะมีการตกไข่ มีผลทำให้รังไข่ปล่อยไข่ออกมาเพื่อรอการปฏิสนธิ LH เป็นฮอร์โมนหนึ่งที่จะหลั่งออกมาในช่วงที่มีการตกไข่ของรอบเดือนนั้นๆ หากฮอร์โมน LH ผิดปกติก็จะส่งผลต่อรอบเดือนที่ไม่ปกติ ส่งผลให้ไข่ไม่ตก หรือ ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากนั่นเองค่ะ


📚ส่วนในผู้ชายนั้น มีงานวิจัยของ Boston University School of Public Health เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าการนอนที่เพียงพอนั้นควรนอนหลับ 7-8 ชม.ต่อวัน ผู้ชายที่นอนน้อยกว่า 6 ชม.หรือ นอนมากกว่า 9 ชม.ต่อวัน ส่งผลต่อโอกาสในการทำให้คู่ของตนเองตั้งครรภ์ลดลง 42% ในแต่ละรอบเดือน


💗ดังนั้นคู่ไหนอยากมีลูกต้องชวนกันนอนพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ


.




2. ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก


น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผิดเพี้ยน ส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาตามปกติ ไข่ไม่ตกได้ค่ะ


สำหรับเคสที่อ้วน หรือ น้ำหนักเกิน มีข้อมูลทางการแพทย์เปิดเผยว่าคนอ้วนจะมีปัญหาเรื่องการตกไข่และการมีประจำเดือน #ทำให้ท้องยากกว่าคนน้ำหนักตัวปกติ ถึง 2 เท่า‼


อ้วนไป❓คือ แค่ไหน วัดอย่างไร❓


ความอ้วนสามารถวัดได้ตามหลักของการวัดค่าดรรชนีมวลกายดังนี้


วิธีการหาค่าดัชนีความหนาของร่างกาย หรือที่เราเรียกว่า "ดัชนีมวลกาย" หรือ "บีเอ็มไอ" (BMI - Body Mass Index) มีสูตรคือ


"BMI = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม / ส่วนสูงเป็นเมตร x ส่วนสูงเป็นเมตร"



ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีน้ำหนัก 58 กิโลกรัม และมีส่วนสูง 169 เซนติเมตร ต้องนำส่วนสูงมาคิดเป็นเมตรก่อน คือ 169 เซนติเมตร จะเท่ากับ 1.69 เมตร แล้วนำมาคูณด้วยส่วนสูงที่คิดเป็นเมตรอีกครั้ง คือ 1.69 x 1.69 = 2.856 จากนั้นให้เอาน้ำหนักคือ 58 กิโลกรัม เป็นตัวตั้ง แล้วจึงหารด้วยค่าส่วนสูงที่คำนวณได้คือ 2.856 ก็จะได้ค่า BMI เท่ากับ 20.308



ซึ่งผู้ที่มีค่า BMI อยู่ในระหว่าง 18.5-24.9 (มาตรฐานสากล) ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ


🔸️ถ้าน้อยกว่า 18.5 ก็ถือว่าผอมไป

🔸️ถ้ามากกว่า 24.9 คือมีค่า 25.0 ขึ้นไปก็จะถือว่าอ้วน

🔸️แต่สำหรับมาตรฐานคนเอเชียแล้วเกณฑ์ปกติจะอยู่ที่ 18.5-22.9


ความอ้วนทำให้ท้องยากได้อย่างไร❓


ความอ้วนมีส่วนทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติ โดยเฉพาะการอ้วนลงพุง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนผลิตจากไขมัน เมื่อไขมันมากเกินไป การสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ควบคุมการตกไข่ในเพศ


หญิงอาจเกิดความผิดปกติ

🔸️ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่

🔸️ประจำเดือนมาน้อยแบบกะปริดกะปรอย

🔸️ประจำเดือนขาดหายไป


กรณีที่ผอมไปล่ะ❓


สังเกตุมั้ยคะ คนที่ผอมไป ลีนเกินไป หรือนักกีฬา เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายต่ำเกินไปจะท้องยาก เพราะไขมันเป็นสารตั้งต้นของการสร้างฮอร์โมนเพศค่ะ (แต่เน้นไขมันดีนะ ไม่ใช่พวกทรานส์แฟท หรือ คอเลสเตอรอลที่สูงเกินไป) นายแพทย์ Robert จาก Corado for Reproductive Medicine เผยว่า ผู้หญิงที่สุขภาพดีและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่าหากมีค่า body fat อยู่ที่อย่างน้อย 17-19 อันนี้คือดูที่ body fat นะคะ ไม่ใช่ค่า BMI บางครั้งเราดูที่ค่า BMI โอเค แต่ body fat สูงหรือ ต่ำไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ


.


3. ทานอาหารบำรุงเลือด เพิ่ม blood flow


พฤติกรรมการทานอาหารของเราส่งผลต่อสุขภาพที่เรามีค่ะ อยากมีสุขภาพดีต้องทานอาหารดีๆ You are


what you eat เคยได้ยินกันใช่มั้ยคะแม่ๆ อาหารช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนได้ หากกินแต่อาหารไขมันสูง น้ำตาล ของหวาน แอลกอฮออล์ เหล่านี้ส่งผลต่อฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยน ดังนั้นแม่ๆที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือนต้องหันมาทานอาหารที่ช่วยบำรุงเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนกันค่ะ ได้แก่


🍋น้ำมะกรูด มี "ไบโอฟลาโวนอยด์" สูง ช่วยให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนดีมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า "เควอซิทีน" สูง


📚จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Ovarian Research ปี 2020 ศึกษาพบว่า

"เควอซิทีน"ช่วยลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย


และช่วยเสริมการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญในการสืบพันธุ์ รอบเดือน และการตั้งครรภ์


4. ทานวิตามินช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน


ฮอร์โมนไม่สมดุลส่งผลให้ประจำเดือนผิดปกติ ไข่ไม่ตก เรียกว่าภาวะ PCOS ซึ่งผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีภาวะนี้กันมาก และมันเป็นสาหตุหลักที่ทำให้ท้องยาก


ปัจจุบันการรักษา เยียวยาภาวะนี้สามารถทานวิตามินที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ ปรับวงจรการตกไข่ และไม่มีผลข้างเคียง ได้แก่ กรดโฟลิก + อิโนซิทอล ค่ะ


📚มีงานวิจัยศึกษาการรับประทานกรดโฟลิกร่วมกับอิโนซิทอลที่เยียวยาภาวะ PCOS ได้ และเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง


นักวิจัยเสนอให้ใช้เป็นแนวทางการรักษาผู้มีบุตรยากอันเนื่องมาจากภาวะ PCOS โดยงานวิจัยฉบับนี้ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Endocrinology เมื่อปี 2016 ของประเทศ Germany ได้ทำการศึกษากับผู้หญิงที่มีบุตรยาก 3,602 คน โดยให้ทานกรดโฟลิกและอิโนซิทอลเป็นเวลา 2-3 เดือน


ปริมาณที่ให้ทานคือ โฟลิก 400 ไมโครกรัม + อิโนซิทอล 4 กรัม ต่อวัน


ผลการศึกษาพบว่า...


✔70% ของผู้หญิงที่ทำการทดลอง มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติ 545 คนตั้งครรภ์ คิดเป็น 15.1%

✔ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนลดลง

✔ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนจำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ ช่วยให้ผนังมดลูกฟอร์มตัวหนาขึ้น พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน


.


📚อีกงานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the Turkish-German Gynecological Association เมื่อปี 2018 ได้รวบรวมผลการศึกษาการเยียวยาผู้หญิงที่มีภาวะ PCOS โดยการให้ทานกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมร่วมกับอิโนซิทอล


1. ทดลองกับผู้หญิง 92 คนที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือนขาด ประจำเดือน มาน้อย หรือมาห่างกันเกิน 35 วัน (oligomenorrhea) และมีภาวะ PCOS


โดยให้ทานโฟลิก 400 ไมโครกรัม + อิโนซิทอล 4 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 12-16 สัปดาห์ พบว่า


✔มีอัตราไข่ตกเพิ่มขึ้น

✔น้ำหนักลดลง

✔ฟองไข่เจริญเติบโตดีขึ้น

✔ไขมันดี (HDL) เพิ่มขึ้น


2. ทดลองในผู้หญิง 25 คนที่มีภาวะประจำเดือนขาดหาย หรือ ขางรายไม่มีประจำเดือนเลยตั้งแต่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (amenorrhea) และมีภาวะ PCOS


โดยให้ทานโฟลิก + อิโนซิทอล อย่างละ 4 กรัม ต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน พบว่า


✔รอบเดือนเริ่มกลับมาเป็นปกติขึ้น

✔สมรรถภาพของรังไข่ดีขึ้น

✔ฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรนลดลง


3. ทดลองในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 42 คน (ช่วงอายุ 18-40 ปี) ที่มีภาวะ PCOS


โดยให้ทานโฟลิก 400 ไมโครกรัม + อิโนซิทอล 4 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 12-16 สัปดาห์ พบว่า



✔ระดับอินซูลินและฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนลดลง

✔ช่วยเพิ่มค่าความทนต่อน้ำตาล (glucose tolerance) ซึ่งส่งผลดีต่อการลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน




ดังนั้นในการปรับสมดุลฮอร์โมน แม่ๆ ต้องหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องหันมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอและปรับการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามผ่อนคลายจัดการกับความเครียด เมื่อฮอร์โมนกลับมาสมดุล การทำงานของระบบสืบพันธุ์ปกติก็เป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ค่ะ



ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ