ค้นหา

ไข่จ๋า... อยู่ไหน ? ทำไมไข่ไม่ตก ?

อัปเดตเมื่อ 4 ส.ค. 2564



พยายามปั๊มเบบี๋กันมาเป็นปี แต่ไม่ท้องสักที เคยเช็ควันไข่ตกกันมั้ยคะแม่ๆ บางคู่ไม่เคยเช็คเลย แถมยังไม่รู้ว่าไข่ตกช่วงไหน ทำการบ้านเสียเปล่าไปทุกรอบ บางคู่เช็คทุกเดือนแต่ก็เทสไม่เจอไข่ตกเลย..โอกาสท้องก็ริบหรี่ค่ะ


แม่ๆรู้ไหม❓ภาวะตกไข่ผิดปกติพบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในผู้หญิงได้บ่อย โดยพบได้มากถึง 40% ของผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก‼️


🤰 การตั้งครรภ์นั้นเกิดจากอสุจิเข้าเจาะไข่ที่ตกลงมาในแต่ละรอบเดือนแล้วเกิดการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน ฝังตัวในโพรงมดลูกเติบโตเป็นทารกน้อยๆในครรภ์ต่อไป


🗓 การนับไข่ตกนั้นให้แม่ๆ นับรอบเดือนของตัวเองให้เป็นก่อนว่าเป็นคนมีรอบเดือนกี่วัน ซึ่งรอบเดือนของผู้


หญิงแต่ละคนจะสั้น-ยาวไม่เท่ากันค่ะ โดยปกติรอบเดือนจะอยู่ที่ 28 วัน ให้นับวันที่ประจำเดือนมาครั้งแรกเป็นวันที่ 1 และวันสุดท้ายคือวันก่อนที่มีประจำเดือนรอบถัดไป


เช่น ประจำเดือนมาวันแรกวันที่ 1 มีนาคม และ มาอีกครั้งในวันที่ 29 มีนาคม แสดงว่า มีรอบเดือน ตั้งแต่วันที่ 1-28 มีนาคม คือ 28 วัน


#ทีนี้มาดูกันต่อว่าไข่ตกวันไหนของรอบเดือน


โดยปกติไข่จะตกในวันที่ 14 ของรอบเดือน ดังนั้นหากคุณมีรอบเดือน 28 วัน ไข่ก็จะตกในวันที่ 14 ของรอบเดือน (คิดง่ายๆคือให้เอาจำนวนรอบเดือน - 14 ก็จะได้วันไข่ตกค่ะ)


เช่น ถ้ามีรอบเดือน 30 วัน ไข่จะตกในวันที่ 16 ของรอบเดือน

ถ้ามีรอบเดือน 21 วัน ไข่จะตกในวันที่ 7 ของรอบเดือนค่ะ


อย่างไรก็ตามรอบเดือนที่สั้นหรือยาวกว่าปกติ ไข่ที่ตกลงมาอาจไม่มีคุณภาพเท่ารอบปกตินะคะ และการนับวันไข่ตกนี้จะแม่นยำก็ต่อเมื่อคุณมีรอบเดือนที่สม่ำเสมอค่ะ


แม่ๆสารมาถเช็คให้ชัวร์ด้วยการเช็คจากปัสสาวะโดยใช้แถบวัดฮอร์โมนไข่ตก หรือ LH หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ


🎯 เมื่อรู้วันไข่ตกแล้วก็จะได้สะกิดสามีให้ทำการบ้านถูกวันค่ะ มีเคล็ดลับที่ควรรู้ คือ อสุจิของคุณสามีสามารถมีชีวิตอยู่ในช่องคลอดของฝ่ายหญิงได้ถึง 3-5 วัน แต่ไข่เมื่อตกลงมาแล้วจะอยู่ได้แค่ 12-24 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ ดังนั้นเมื่อนับวันไข่ตกเป็นแล้ว ควรเรียกให้สามีทำการบ้านล่วงหน้ารอก่อนไว้ได้เลยค่ะ เมื่อไข่ตกปุ๊บ อสุจิที่รออยู่แล้วก็สามารถว่ายเข้าเจาะไข่ได้ปั๊บค่ะ


ดังนั้นหากไข่ไม่ตกลงมา เจ้าอสุจิก็ไปรอเก้อนั่นเองค่ะ แล้วมีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ไข่ไม่ตก ครูก้อยรวบรวมมาให้แล้ว ไปศึกษาพร้อมกันเลยค่ะ


🔴 1. ท่อนำไข่อุดตัน


ประเด็นนี้คือ ไข่อาจจะตกปกตินะคะ แต่สะพานรักถูกปิดตาย เจ้าสเปิร์มจึงมาเจอกับไข่ไม่ได้ โดยปกติไข่จะตกลงมาที่ท่อนำไข่นั่นเองค่ะ เมื่อทำการบ้านสเปิร์มก็จะว่ายมาเจอไข่ตรงจุดนี้ หากท่อนำไข่อุดตันก็หมดสิทธิ์ท้องธรรมชาติค่ะ แต่ยังสามารถท้องได้ด้วยการทำเด็กหลอดแก้วนะคะ เพราะเป็นการเก็บไข่มาปฏิสนธิภายนอก


🔴 2. ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome (PCOS)


คือ ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้ผู้ป่วยมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แอนโดรเจน และอินซูลินอยู่ในภาวะที่ไม่สมดุล เกิดถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนหลายใบอยู่ในรังไข่ ซึ่งอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง รังไข่จึงมีขนาดโตขึ้น และอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไข่ไม่ตกเรื้อรัง สิวขึ้น ขนดก หรือมีบุตรยาก โดยมักพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นหลัก


🔴 3. น้ำหนักน้อยหรือมากเกินไป


การที่มีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไปเป็นสาเหตุของ


ภาวะไข่ไม่ตก ความอ้วนมีส่วนทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติ โดยเฉพาะการอ้วนลงพุง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนผลิตจากไขมัน เมื่อไขมันมากเกินไป การสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ควบคุมการตกไข่ในเพศหญิงอาจเกิดความผิดปกติ #ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่ #ประจำเดือนมาน้อยแบบกะปริดกะปรอย #ประจำเดือนขาดหายไป


โดยทางการแพทย์จะวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI)เพื่อประเมินภาวะโรคอ้วน หากมีค่า BMI อยู่ในช่วง 20-22 ยังถือว่าปกติ หากอยู่ในช่วง 25-30 ถือว่าอ้วนแล้วค่ะ


กรณีน้ำหนักตัวน้อยเกินไปก็เช่นกันจะส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยเกินไป การเพิ่มน้ำหนักตัวหรือลดการออกกำลังกายลงก็เพียงพอต่อการให้มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติ หากมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนัก 10% จากเดิมก็สามารถช่วยให้มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติได้ค่ะ


🔴 4. ภาวะระดับโปรแลคตินสูง


👉 ภาวะระดับโปรแลคตินสูง (Hyperprolactinemia) คือ ภาวะที่พบความผิดปกติของระดับโปรแลคตินในเลือด (ค่าปกติ น้อยกว่า 25 mcg/L ในผู้หญิง และ 20 mcg/L ในผู้ชาย) สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ


👉 โปรแลคติน (Prolactin)เป็นฮอร์โมนผลิตออกมาจากสมองส่วนหน้าเช่นเดียวกับ FSH และ LH มีหน้าที่กระตุ้นต่อมน้ำนมให้สร้างน้ำนมเพื่อเลี้ยงทารก ระดับโปรแลคตินจะสูงในสตรีขณะตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตรมันมีอำนาจยับยั้งการหลั่งของ FSH และ LH เมื่อ FSH และ LH ลดลง การกระตุ้นการทำงานของรังไข่ก็ลดลง ทำให้การผลิตฮอร์โมนจากรังไข่ลดลง และไม่ตกไข่


👉 ภาวะโปรแลคตินสูงในสตรีที่ไม่ตั้งครรภ์ และไม่ได้ให้นมบุตร จะมีผลกระทบต่อการทำงานของรังไข่ด้วย มีความรุนแรงต่างกันแล้วแต่ระดับของฮอร์โมนที่ผิดปกติและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตั้งแต่มีการตกไข่ปกติ, มีการตกไข่แต่ระดับโปรเจสเตอโรนต่ำ, การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตกไข่เลย ทำให้บางครั้งประจำเดือนไม่สม่ำเสมอหรือขาดประจำเดือน