ค้นหา

อัตราประสบความสำเร็จจากการทำ ICSI ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง ?

อัปเดตเมื่อ 4 ส.ค. 2564



การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์วิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตามการทำ ICSI ไม่ได้หมายความว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ 100% เพราะปัจจัยหลักในการประสบความสำเร็จมาจาก "วัตถุดิบตั้งต้น" ซึ่งได้แก่ คุณภาพของเซลล์ไข่ และ คุณภาพของสเปิร์ม นอกจากนี้ความสมบูรณ์ของมดลูกก็เป็นปัจจัยหลักที่จะชี้ว่าตัวอ่อนจะฝังตัวได้หรือไม่ และยังประกอบกับอีกหลายปัจจัยค่ะ วันนี้ครูก้อยจะพาไปศึกษาปัจจัยเหล่านั้นกันค่ะ เพื่อแม่ๆจะได้เตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทำ ICSI เป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ค่ะ🤰


🔴 1. อายุของฝ่ายหญิง


อายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่ออัตราความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไข่ที่เพิ่มขึ้น เซลล์ไข่ที่มีความผิดปกติทางโครโมโซมส่งผลต่อการไม่ปฏิสนธิ หรือ อัตราปฏิสนธิลดลง หรือถ้า ปฏิสนธิก็อาจแบ่งเซลล์ไม่สมบูรณ์ ในกรณีทำ ICSI เมื่อเลี้ยงตัวอ่อน ตัวอ่อนก็จะตายก่อนถึงระยะ Day 5 หรือ ถ้าไม่ตายก็เป็นตัวอ่อนที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม เมื่อย้ายกลับมาฝังที่โพรงมดลูกก็จะไม่ติด เกิดท้องลม


📚 โดยสถิติความผิดปกติของโครโซมของเซลล์ไข่ในแต่ละช่วงอายุปรากฏตามข้อมูล ดังนี้


🔹️อายุ 25 โครโมโซมผิดปกติ 25%

🔹️อายุ 35 โครโมโซมผิดปกติ 50%

🔹️อายุ 40 โครโมโซมผิดปกติ 85-90%


📚 จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร ศรีนครินทร์เวชสาร เมื่อปี 2015 ได้ศึกษาอัตราการปฏิสนธิโดย


การทำ ICSI ในกลุ่มผู้หญิงอายุแตกต่างกัน พบว่า

กลุ่มอายุ 26-30 ปี มีอัตราปฏิสนธิ 87.3%

กลุ่มอายุ 36-40 ปี มีอัตราปฏิสนธิ 84.1%

กลุ่มอายุ 41-45 ปี มีอัตราปฏิสนธิ 71.6%


🔴 2. จำนวนไข่


ในการทำ ICSI ยิ่งเก็บไข่ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะมีโอกาสปฏิสนธิและเลี้ยงเป็นตัวอ่อนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามจำนวนไข่ที่เก็บได้ ไม่ได้นำไปปฏิสนธิได้ทุกใบ นักวิทย์จะคัด "ไข่สุก" เท่านั้นที่สามารถนำไปปฏิสนธิได้


โดยไข่สุกจะสังเกตุได้จากจุดเล็กๆที่งอกออกมาจากเซลล์ไข่ เรียกว่า Polar Body (PB)

PB ตัวนี้เป็นตัวที่บอกว่า..ไข่ใบนั้นสุกแล้ว ถ้าไข่อ่อนจะไม่มีจุดเล็กๆ จุดนี้ค่ะ นั่นก็คือไข่อ่อนจะไม่สามารถนำมาปฏิสนธิได้


👉 ดังนั้นไข่ที่เก็บออกมาจะใช้ได้กี่ใบต้องมาดูว่าใบไหนเป็น"ไข่สุก" ใบไหนเป็น "ไข่อ่อน" นั่นเองค่ะ


💗 อย่าลืมนะคะ จำนวนไข่ที่มาก ไม่สำคัญเท่าคุณภาพของเซลล์ไข่ ครูก้อยจึงเน้นย้ำเรื่องการบำรุงไข่ให้สมบูรณ์ก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ บำรุงไปดีอย่างน้อยล่วงหน้า 3 เดือนก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ นำ "วัตถุดิบตั้งต้น" ที่ดีไปให้คุณหมอ ไม่ต้องใช้ดวง แต่ใช้ความพยาม อดทน มีวินัยตั้งใจของแม่ๆเองนี่แหละค่ะ และผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไปสมดังใจหวังค่ะ


👩‍🦰 ศึกษาการบำรุงไข่ล่วงหน้า 3 เดือนก่อนไปทำ IUI,IVF,ICSI

👇👇👇👇 (คลิกอ่านเลยค่ะ)

https://www.babyandmom.co.th/ivf-iui-icsi


📱 ชมครูก้อย Live เตรียมตัวอย่างไรก่อนเก็บไข่ทำ ICSI? 👇👇👇👇 (คลิกชมเลยค่ะ)

https://youtu.be/ds5A89bUmJw


🔴 3.คุณภาพของเซลล์ไข่


เซลล์ไข่ที่อยู่ในรังไข่ของแม่ๆ เราจะไม่มีทางประเมินคุณภาพได้เลย จนกว่าจะเก็บออกมาแล้ว ซึ่งคุณภาพของเซลล์ไข่นี้ #ต้องบำรุงเตรียมมาให้พร้อมก่อนเก็บไข่ เมื่อเก็บไข่ออกมาแล้วไม่สามารถมาปรับปรุงคุณภาพได้แล้วค่ะ เทคโนโลยีที่ช่วยตรงนี้คือการคัดเลือกไข่ที่สุก และประเมินคุณภาพเบื้องต้นว่าดีแล้วนำมาปฏิสนธิ ซึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้อีกว่าเซลล์ไข่ที่สุก รูปร่างดีนั้นโครโมโซมปกติหรือไม่ จนกว่าจะเลี้ยงเป็นตัวอ่อนถึงระยะ Day5 แล้วมาคัดโครโมโซมเพื่อเช็คความผิดปกติกครั้งค่ะ


📚 จากการศึกษาเรื่อง Intracytoplasmic Sperm Injection Factors Affecting Fertilization

ได้สรุปสาเหตุที่มาจากคุณภาพของเซลล์ไข่ต่ออัตราการปฏิสนธิในการทำ ICSI ดังนี้


✔ Oocyte Maturity (ความสมบูรณ์ เติบโตพร้อมที่จะปฏิสนธิ) คือ ไข่สุก นั่นเอง หากไข่ที่เก็บได้เป็นไข่ที่ยังไม่สุก ไข่สุกสังเกตได้จาก Polar Body ซึ่งจะเป็นจุดเล็กๆยื่นออกมาจากเซลล์ไข่ หากไข่ไม่สุกอัตราปฏิสนธิก็จะลดลง


✔ Oocyte Morphology (รูปร่าง ลักษณะของ


เซลล์ไข่) ที่สามารถบ่งชี้คุณภาพของเซลล์ไข่ได้

👉 ความเรียบเนียนเนื้อไข่

👉 ความยืดหยุ่นขณะทำ ICSI

👉 รูปร่างทั่วไป สีไม่คล้ำ ไม่มีขยะเซลล์

👉 มี 1 polar body และจุดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป

👉 ไซโตพลาสซึมมีลักษณะไม่หยาบ สีไม่คล้ำ

👉 เซลล์ไข่ที่ดี ไม่ควรมีช่องว่างระหว่างไซโตพลาสซึม กับ zona pellucida (perivitelline space) มากเกินไป