ค้นหา

งานวิจัยเผย น้ำมะกรูดสดมีสารเควอซิทีน สูงที่สุด!ตัวช่วยบำรุงไข่ ลดไข่ฝ่อ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์


งานวิจัยเผย น้ำมะกรูดสดมีสารเควอซิทีน สูงที่สุด!

ตัวช่วยบำรุงไข่ ลดไข่ฝ่อ เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์


เควอซิทีน เป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ หมายถึง สารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบเฉพาะในพืช สารกลุ่มนี้อาจเป็นสารที่ทำให้พืชผักชนิดนั้นๆ มีสี กลิ่นหรือรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว


เควอซิทีน เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ เป็นสารที่ให้ฤทธิ์ในการต้านออกซิเดชั่นสูงที่สุด ให้ฤทธิ์ในการป้องกันดังนี้

  • ป้องกันการอักเสบของเซลล์

  • ป้องกันแบคทีเรียและไวรัส

  • ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค

  • ควบคุมการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน

  • ช่วยป้องกันอาการแพ้

  • ป้องกันการแข็งตัวของเลือด

  • ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นในหลอดเลือด

  • ป้องกันหลอดเลือดเลี้ยงสมองอุดตัน

  • ป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด

  • มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง

  • ยังยับยั้งวงจรชีวิตเซลล์ หยุดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง

  • ยับยั้งการเกิดเกิดอะพ็อพโทซิส (apoptosis) หรือการตายหรือเสื่อมของเซลล์


วันนี้ครูก้อยนำข้อมูลงานวิจัย 10 อันดับ พืชผักทั่วโลกที่ให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า “เควอซิทีน” สูงสุด (ต่อปริมาณ 100 กรัม)มาฝากค่ะ ตัวไหนเยอะสุดไปดูกันเลย!!!


  • อันดับ 10 ลูกแพร์ มีปริมาณสารเควอซีทีน 4.5 mg

  • อันดับ 9 แอปเปิ้ลแดง มีปริมาณสารเควอซีทีน 4.7 mg

  • อันดับ 8 บลูเบอรี่ มีปริมาณสารเควอซีทีน 5.1 mg

  • อันดับ 7 ผักเคล มีปริมาณสารเควอซีทีน 7.7 mg

  • อันดับ 6 พริกเขียว มีปริมาณสารเควอซีทีน 15 mg

  • อันดับ 5 แครนเบอรี่ มีปริมาณสารเควอซีทีน 15 mg

  • อันดับ 4 หอมใหญ่ มีปริมาณสารเควอซีทีน 21 mg

  • อันดับ ดับ 3 หอมแดง มีปริมาณสารเควอซีทีน 33 mg

  • อันดับ 2 เอลเด้อเบอร์รี มีปริมาณสารเควอซีทีน 42 mg

  • อันดับ 1 มะกรูด มีปริมาณสารเควอซีทีน 44 mg


จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารInternational Journal of Food Sciences and Nutrition เมื่อปี 2009 ศึกษาพบว่า สาร”เควอซิทิน” มีมากในกลุ่มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว (Citrus fruits) โดยเฉพาะผลไม้จำพวกมะกรูด (Kariff lime หรือ Citrus hystrix) ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์หลายชนิดมาก โดยตัวอย่างสดมีสารฟลาโวนอยด์รวม 1,104±74 มิลลิกรัม ต่อ มะกรูด 100 กรัม (ประมาณ 1.1 ส่วนในน้ำหนักร้อยส่วน) ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณ Antioxidant รวมที่สูงมาก และเป็นเควอซิทิน 43±9 มิลลิกรัม ต่อมะกรูด 100 กรัม โดยการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารเควอซิทินในผักผลไม้ชนิดต่างๆ พบว่าในมะกรูดมีสาร Quercetin สูงสุด


มะกรูดเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างไร?

จากการศึกษาเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) กับการชะลอการเสื่อมของเซลล์ไข่สำหรับผู้มีบุตรยาก ผลการศึกษาพบว่าหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวการณ์มีบุตรยากของเพศหญิง คือการที่อนุมูลอิสระ (Oxidant หรือ Free Radical) เข้าไปทำลายระบบต่างๆ ภายในเซลล์ไข่ เช่น การรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้นลิพิด (Lipid) ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ไข่ทำให้เซล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging)

โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ

ในด้านระบบสืบพันธ์ของเพศหญิงนั้น อนุมูลอิสระจะเข้าไปทำลายเซลล์ไข่ ทำให้เซลล์ไข่เสื่อม และยังทำให้รังไข่ทำงานไม่เป็นปกติ ผลิตไข่ที่ด้อยคุณภาพ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และกระทบต่อความสมดุลของฮอร์โมน

การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระชะลอความเสื่อมถอยของการทำงานของระบบสืบพันธุ์ และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในองค์รวมค่ะ


สารเควอซิทีนลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ไข่ได้อย่างไร?

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Oncotarget ในปี 2017 ที่ทดลองในหนู ศึกษาพบว่าปริมาณสารต่อต้านอนุมูลอิสระ “Quercetin” ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของเซลล์ไข่ลดลงอย่างมากโดยเฉพาะการเลี้ยงไข่ที่ 24 ชั่วโมง จะเห็นว่าหากไม่มี “สารต้านอนุมูลอิสระ เควอซิทีน” ไข่จะฝ่อเสียเกือบ 80% แต่ในกรณีที่มีเควอซิทินเพียง 10 ไมโครโมลาร์ จะช่วยลดความเสียหายได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในความสำเร็จจนถึงระดับบลาสโตซีสต์ได้อีกเท่าตัว

สารเควอซิทีนช่วยบาลานซ์ฮอร์โมนเพศ

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารJournal of Ovarian Research เมื่อปี 2020 ศึกษาเกี่ยวกับสารเควอซิทีนที่ส่งผลต่อ “ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง” (PCOS) พบว่า สารเควอซิทีนช่วยบาลานซ์ฮอร์โมนเพศหญิง เควอซิทีนช่วยปรับระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย และช่วยเสริมการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และ เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญในการสืบพันธุ์ และการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยังช่วยปรับระดับฮอร์โมน LH ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ ซึ่งผู้ที่อยู่ในภาวะ PCOS จะมีฮอร์โมนตัวนี้สูงเกินไป ส่งผลให้รังไข่ทำงานไม่เป็นปกติ



ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ