top of page
ค้นหา

จุลินทรีย์ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายคุณแม่เตรียมท้องอย่างไร



การเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่อยากมีเจ้าเบบี๋ และวันนี้ครูก้อยจะพามาทำความรู้จักกับจุลินทรีย์ดีชนิดหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่เตรียมท้องมีโอกาสตั้งครรภ์มากยิ่งขึ้น ว่าแต่จะเป็นจุลินทรีย์ชนิดไหน มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร แล้วพบได้ในไหนบ้าง มาอ่านไปด้วยกันเลยค่ะ


จุลินทรีย์ดีคืออะไร


เป็นจุลินทรีย์ที่มีทั้งแบบอาศัยอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ บริเวณลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ รวมถึงจุลินทรีย์ที่พบได้ในอาหาร เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ชาหมัก ถั่วหมัก กิมจิ ฯลฯ จุลินทรีย์มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรคที่อาจเข้าสู่ร่างกายมาพร้อมกับอาหารหรืออากาศหายใจ กระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ลดลง สำหรับจุลินทรีย์ชนิดดีที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือโพรไบโอติกส์ (Probiotic)


โพรไบโอติกส์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง


1. แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus)


เป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ย่อยแลคโตสในนมไม่ได้ พบได้ในนมเปรี้ยว โยเกิร์ต และอาหารหมักดอง แลคโตบาซิลลัสมีหลายชนิด ได้แก่

  • Lactobacillus rhamnosus HN001 และ Lactobacillus acidophilus La-14 ช่วยสร้าง H2O2 และลด pH ในช่องคลอดเพื่อปรับจุลินทรีย์ในช่องคลอดที่เกิดจากการเติบโตของแบคทีเรียผิดปกติมากเกินไป

  • Lactobacillus acidophilus NCFM ช่วยต่อต้านเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารและจุลินทรีย์ที่มาจากอาหาร ส่งผลให้ระดับแบคทีเรียชนิดดีเพิ่มขึ้น อีกทั้งช่วยลดเวลาลำเลียงและขนส่งอาหารภายในลำไส้ ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานสบายขึ้น

2. ไบฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium)


เป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่ผลิตสารตั้งต้นของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน พบได้ในอาหารที่ทำมาจากนม สำหรับไบฟิโดแบคทีเรียมที่มีประโยชน์ต่อคุณแม่เตรียมท้อง ได้แก่

  • Bifidobacterium lactis HN019 (Howaru Balance) ช่วยสนับสนุนการตอบสนองและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

  • Bifidobacterium longum BB536 (Morinaga) ช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการภูมิแพ้ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรคในลำไส้ ช่วยปรับปรุงสภาพผิวให้ชุ่มชื่น ลดเรือนริ้วรอยและจุดด่างดำ และปรับสมดุลเมตาบอลิซึม (Metabolism) เพื่อให้ร่างกายยังคงทำงานได้เป็นปกติ

  • Bifidobacterium breve M-16V (Morinaga) ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเนื้อร้ายในลำไส้เล็กส่วนต้น (NEC) และการเสียชีวิตของทารก เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการโรคผิวหนังภูมิแพ้ อีกทั้งช่วยยับยั้งเชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับอาการจุกเสียด

  • Bifidobacterium breve B-3 (Morinaga) ช่วยปรับระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ค่าอักเสบลดลง การทำงานของตับดีขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักลดลงไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน

3. แซคคาโรไมซิส (Saccharomyces boulardii)


เป็นยีสต์ชนิดดีที่ไม่สามารถพบได้ในร่างกายของมนุษย์ ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร


โพรไบโอติกส์มีประโยชน์อะไรบ้าง

  • ป้องกันภาวะท้องเสียเรื้อรังจากปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

  • รักษาอาการท้องเสียเฉียบพลันจากการติดเชื้อ Clostidium difficile บริเวณลำไส้ใหญ่

  • ปรับระบบทางเดินอาหารและลำไส้ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

  • ปรับลดปริมาณจุลชีพภายในลำไส้ ช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

  • เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันภายในลำไส้และกระแสเลือด

  • ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จากการรับประทานอาหารที่มีไขมันและเนื้อสัตว์มากเกินไป

  • บรรเทาและป้องกันอาการท้องผูก เบ่งอุจจาระลำบาก อุจจาระน้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

  • ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน

โพรไบโอติกส์ดีต่อคุณแม่เตรียมท้องอย่างไร

  • ช่วยปรับจุลินทรีย์ในมดลูกให้สมดุล

  • ส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์และใส่ตัวอ่อน

  • ลดความเสี่ยงต่อภาวะทารกหลุด (เหมาะสำหรับผู้ที่ทำ IVF และ ICSI)

  • ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอด ช่วยลดการอักเสบและติดเชื้อในช่องคลอด

  • ปรับค่า PH ให้เหมาะต่อการมีชีวิตอยู่ของสเปิร์มซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น

  • ช่วยปรับสมดุลลำไส้ให้มีจุลินทรีย์ชนิดดี ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

  • ลดอาการท้องผูก ขับถ่ายดีขึ้น บ่อยขึ้น และขับถ่ายเป็นเวลา

  • ลดแก๊สเสียในลำไส้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อน

  • ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์


แม้ว่าโพรไบโอติกส์จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพคุณแม่เตรียมท้องมากแค่ไหน แต่ครูก้อยขอเตือนว่าอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่นควบคู่กันไปด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบพอดี ไม่ละเลยหรือหักโหมออกมากจนเกินกำลัง งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่เป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 7 - 8 ชั่วโมงต่อวัน จัดการความเครียดให้เหมาะสม ไม่ให้มารบกวนการนอนหรือการทำงานมากเกินไป


หรือหากต้องการรับประทานอาหารเสริมที่มีโพรไบโอติกส์เพื่อบำรุงตัวเอง ก็ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดด้วยนะคะ เพราะในปัจจุบันนี้อาหารเสริมโพรไบโอติกส์มีมากมาย มีทั้งแบบผงแป้งและแบบสูตรผสม หากผสมเองในอัตราส่วนที่ไม่เหมาะต่อร่างกาย อาจเสี่ยงต่อภาวะท้องอืดท้องเฟ้อขึ้นได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้โพรไบโอติกส์ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องจากเคมีบำบัด, ผู้ป่วยอยู่ในขั้นวิกฤติ และผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดมาไม่นาน หากต้องการรับประทานจริง ๆ ครูก้อยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุดค่ะ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: คลิก


บทความที่น่าสนใจ


ดู 51 ครั้ง0 ความคิดเห็น

ความคิดเห็น


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page