top of page
ค้นหา

📣 8 ข้อเช็กลิสต์คู่เราควรทำ ICSI แล้วหรือยัง ?



เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technologies, ART) ในปัจจุบันเจริญก้าวหน้าไปมากและสามารถช่วยรักษาคู่สมรสที่มีบุตรยากให้มีลูกน้อยได้สมใจ คู่สมรสหลายคู่อาจกำลังวางแผนจะปรึกษาแพทย์เพื่อใช้เทคโนโลยีช่วยตั้งครรภ์ มาเช็คกันหน่อยว่า 2022 นี้คู่เราถึงเวลาควรทำ ICSI แล้วหรือยัง



●ICSI คืออะไร?


Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการปฏิสนธิภายนอกซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสุด ณ ปัจจุบัน ICSI คือการคัดเลือกเอาสเปิร์มที่ดีที่สุดหนึ่งตัวผสมกับไข่ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมในการปฏิสนธิหนึ่งใบ โดยการใส่สเปิร์มเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง



วิธีการนี้ให้ผลการปฏิสนธิเป็นที่น่าพึงพอใจ ช่วยลดปัญหาการปฏิสนธิแบบผิดปกติอันเนื่องมาจากไข่และสเปิร์ม เช่น การเกิดการผสมด้วยสเปิร์มหลายตัว หรือ สเปิร์มไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่เพื่อเข้ามาปฏิสนธิได้ หรือ สเปิร์มไม่ว่าย สเปิร์มำม่มีคุณภาพเป็นต้น เพราะจะใช้การคัดเลือกเอาตัวสเปิร์มที่คุณภาพดีที่สุเท่านั้น



โดยขั้นแรกฝ่ายหญิงต้องฉีดยากระตุ้นไข่ จากนั้นก็จะถูกเก็บไข่ออกมา ฝ่ายชายก็มาเก็บน้ำเชื้อในวันเดียวกันกับที่ฝ่ายหญิงเก็บไข่



จากนั้นนักวิทย์จะคัดสเปิร์มที่ดีที่สุดจับเจาะไข่โดยตรง เกิดการปฏิสนธิเลี้ยงเป็นตัวอ่อน เมื่อถึงระยะที่เหมาะสม จึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก



โดยสามารถคัดโครโมโซมตัวอ่อนและแช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อนได้ จากนั้นมาเตรียมผนังมดลูกให้พร้อม เพื่อทำการย้ายตัวอ่อนต่อไป



.



●คู่เราควรทำ ICSI หรือยัง?



1. ฝ่ายหญิงมีอายุมาก 35 ปีขึ้นไป ไข่เริมเสื่อมตุณภาพ ไข่ไม่ตก ท้องธรรมชาติยาก ต้องใช้การกระตุ้นไข่ เพื่อให้ได้ไข่หลายใบ และเก็บออกมาปฏิสนธิภายนอก จะเป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้น



2. ฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่ตีบตันทั้งสองข้าง ตามธรรมชาติไข่จะตกลงมาแล้วเจอกับอสุจิที่ท่อนำไข่ หากท่อนำไข่ตันทั้งสองข้าง ก็ไม่มีโอกาสท้องธรรมชาติค่ะ



3. ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่รุนแรง ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัว การทำ ICSI สามารถมีเวลาเตรียมผนังมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนได้ รักษาปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับมดลูกให้เรียบร้อยก่อนย้ายตัวอ่อน ก็จะเพิ่มโอกาสในการฝังตัวค่ะ



4. ฝ่ายหญิงรังไข่เสื่อม มีภาวะ PCOS หรือ ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง เมื่อไข่ไม่ตกการท้องธรรมชาติก็มีโอกาสน้อยลงค่ะ



5. ฝ่ายชายมีสเปิร์มที่อ่อนแอมากๆ ทั้งทางด้านรูปร่างของ ความสามารถในการเคลื่อนที่ รวมถึงจำนวนของสเปิร์มมีน้อย หรือ ฝ่ายชายที่เป็นหมันหรือทำหมัน แต่ยังคงมีการสร้างสเปิร์มและสามารถนำสเปิร์มออกมาได้จากวิธีการผ่าตัด เช่น การทำ PESA, TESE เป็นต้น



6. ฝ่ายหญิงเคยแท้งหลายครั้ง เพราะมาจากอายุมาก ไข่จะมีโครโมโซมผิดปกติ ปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติก็จะแท้งไปตามธรรมชาติ การทำ ICSI สามารถคัดโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้ายกลับสู่โพรงมดลูกได้ จึงลดอัตราการแท้งค่ะ



7. คู่สมรสที่เคยไม่ประสบความสำเร็จในการปฏิสนธินอกร่างกายด้วยวิธี IUI ทำมาแล้ว 4 ครั้งยังไม่สำเร็จ



8. ไม่ทราบสาเหตุ หากพยายามมาเป็นปี แล้วยังไม่ท้อง ควรไปพบแพทย์แล้วค่ะ อย่ารอ ยิ่งหากฝ่ายหญิงอายุเกิน 35 ทำการบ้านแค่ 6 เดือนยังไม่ท้องควรไปปรึกษาแพทย์ทั้งชาย หญิง เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจภายในอย่างละเอียด ฝ่ายชายก็ต้องตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ จะได้วางแผนรักษาต่อไปค่ะ



.


.



ปีนี้ควรจูงมือกันไปพบแพทย์ ตรวจหาสาเหตุ และเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ ที่สำคัญที่สุด



ก่อนเข้ากระบวนการเก็บไข่และเก็บน้ำเชื้อเพื่อทำ ICSI


ครูก้อยแนะนำให้ทานอาหารบำรุงไข่ บำรุงสเปิร์มล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อบำรุงให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพจากทั้งฝั่งคุณพ่อและคุณแม่ บวกกับความช่วยเหลือของเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ไม่เสียเงินและเสียเวลาไปเปล่าๆค่า บำรุงไปดี โอกาสได้ตัวอ่อนที่มีคุณภาพมีสูงขึ้น อัตราความสำเร็จก็สูงขึ้นค่ะ


ดู 5 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page