สีประจำเดือน...บอกอะไรเรื่อง "การมีลูก" ได้บ้าง?
- 28 ก.ค.
- ยาว 1 นาที

แม่ๆ ที่กำลังพยายามมีลูกอยู่รู้ไหมคะ สีของประจำเดือนในแต่ละเดือน ไม่ได้บอกแค่ว่า "ปกติหรือไม่ปกติ" เท่านั้น แต่บางสียังเป็นเบาะแสเล็กๆ ที่ช่วยบอกได้ด้วยว่า ร่างกายของแม่ๆ กำลังเอื้อหรือเป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์อยู่หรือเปล่า
วันนี้ครูก้อยจะพาแม่ๆ ไปดู 9 สีของประจำเดือน พร้อมเจาะลึกว่าสีไหนบ้างที่อาจเกี่ยวข้องกับ "ภาวะมีลูกยาก" และเพราะอะไร มาฝากแม่ๆ ค่ะ
1. สีแดงสดเป็นสีปกติที่พบบ่อยที่สุด บ่งบอกว่าเลือดไหลเวียนออกมาสดใหม่ ไม่ค้างนาน โดยทั่วไปไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมีลูกค่ะ ถือเป็นสัญญาณที่ดี
2. สีแดงเข้มส่วนใหญ่แค่เลือดค้างในโพรงมดลูกก่อนถูกขับออกช้ากว่าปกติเล็กน้อย ไม่ค่อยเกี่ยวกับมีลูกยากโดยตรง แต่ถ้าแม่ๆ เจอสีนี้ทุกเดือน ร่วมกับปวดประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะมีลูกยากค่ะ ควรสังเกตอาการปวดควบคู่ไปด้วย
3. สีดำ มักเป็นเลือดเก่าที่ตกค้างในร่างกายมาสักระยะ ถ้าเจอซ้ำๆ ทุกเดือนร่วมกับปวดท้องน้อยเรื้อรัง อาจสัมพันธ์กับพังผืดในโพรงมดลูกหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งอาจกีดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนได้ค่ะ
4. สีชมพูจุดนี้สำคัญมากสำหรับแม่ๆ ที่อยากมีลูกค่ะ เพราะสีชมพูมักสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen ฮอร์โมนเพศหญิง) ที่ต่ำกว่าปกติ
ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีหน้าที่สำคัญ 2 อย่างคือ สร้างเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) ให้หนาพอสำหรับตัวอ่อนฝังตัว และสร้างมูกปากมดลูกให้เหนียวใสพอที่จะช่วยให้อสุจิว่ายผ่านไปเจอไข่ได้สะดวก
หากเอสโตรเจนต่ำ เยื่อบุมดลูกอาจบางเกินไปจนตัวอ่อนฝังตัวยาก หรือมูกน้อยเกินไปจนอสุจิเดินทางลำบากขึ้นค่ะ
5. สีส้ม
เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในช่องคลอด ซึ่งส่งผลต่อการมีลูกได้เหมือนกันค่ะ เพราะการติดเชื้อจะเปลี่ยนสภาพความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอด ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะกับอสุจิ อสุจิอาจตายเร็วขึ้นก่อนจะไปถึงไข่ โอกาสปฏิสนธิจึงลดลง
6. สีน้ำตาล
พบได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามธรรมชาติ โดยเฉพาะแม่ๆ ที่ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ซึ่งช่วงนี้มักมาพร้อมกับปริมาณและคุณภาพไข่ที่ลดลงตามอายุ ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลงไปด้วยค่ะ
7. สีม่วงเข้ม/สีเทา
อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในช่องคลอด โดยเฉพาะถ้ามีอาการคันหรือกลิ่นผิดปกติร่วมด้วย หากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามขึ้นไปถึงอุ้งเชิงกราน ทำให้ท่อนำไข่ตันหรือมีพังผืดเกาะ ซึ่งกีดขวางไม่ให้ไข่กับอสุจิมาเจอกันได้ค่ะ
8. สีเหลือง
(กลุ่มเสี่ยงอักเสบ)หากมีมูกหรือหนองปนมาด้วย บ่งบอกถึงการอักเสบหรือติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ค่ะ จุดนี้ครูก้อยอยากเน้นเป็นพิเศษ เพราะหากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจลุกลามเป็นโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease หรือ PID) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ของภาวะท่อนำไข่ตันที่ทำให้มีลูกยากค่ะ แม่ๆ ที่เจอสีนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ตรวจเพิ่มเติมนะคะ
9. สีเขียว
(กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ)มักสัมพันธ์กับช่องคลอดอักเสบ หรืออุ้งเชิงกรานอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย มีความเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดในท่อนำไข่ไม่ต่างจากสีเหลือง ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีลูกยากมากขึ้นเท่านั้นค่ะสรุปง่ายๆ คือ สีในกลุ่ม "ติดเชื้อ" อย่างสีส้ม สีเหลือง สีเขียว และสีม่วงเทาที่มีอาการร่วม เป็นกลุ่มที่ครูก้อยอยากให้แม่ๆ ใส่ใจที่สุด เพราะเสี่ยงลุกลามไปทำให้ท่อนำไข่ตันหรือมีพังผืด
ส่วนสีชมพูและสีน้ำตาล มักเชื่อมโยงกับเรื่องฮอร์โมนและปริมาณไข่โดยตรง ซึ่งส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์เช่นกันค่ะหากแม่ๆ สังเกตเห็นสีเหล่านี้บ่อยๆ โดยเฉพาะร่วมกับอาการผิดปกติอื่น อย่าปล่อยผ่านนะคะ การตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แม่ๆ วางแผนมีลูกได้ทันเวลามากขึ้นค่ะ
