ค้นหา

ลูกไม่มา เพราะสเปิร์มไม่ปัง 4 เคล็ดลับบำรุงสเปิร์ม !



พยายามกันมาเป็นปีแต่ยังไม่มีเบบี๋ สาเหตุที่มาจากฝ่ายหญิง ได้แก่ อายุมาก ไข่ด้อยคุณภาพ มดลูกมีปัญหา ผนังมดลูกบาง ท่อนำไข่ตัน ไข่ไม่ตก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นต้น ส่วนสาเหตุหลักที่มาจากฝ่ายชาย ได้แก่ สเปิร์มไร้คุณภาพ ซึ่งการจะรู้ว่าสเปิร์มของคุณสามีมีคุณภาพหรือไม่ ต้องจูงมือคุณสามีไปพบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์อสุจิ (Sperm Analysis) โดยในทางการแพทย์มีการประเมินคุณภาพของสเปิร์ม ดังนี้


✅ 1.ปริมาตรของน้ำเชื้อที่หลั่ง (Volume)

ต้องหลั่งได้ไม่น้อยกว่า 1.5 cc. ต่อการหลั่ง 1 ครั้ง


✅ 2.จำนวนสเปิร์ม (Concentration)

ต่อการหลั่ง 1 ครั้ง ต้องไม่น้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อ 1 cc.


✅ 3.อัตราการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม (Motility)

ต้องมีเปอร์เซ็นการเคลื่อนไหวไม่ต่ำกว่า 40%


✅ 4.รูปร่างของสเปิร์ม (Morphology)

ต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ ปกติ ไม่น้อยกว่า 4%


นี่คือเกณฑ์เบื้องต้นที่คุณผู้ชายสามารถทำให้ภรรยามีโอกาสท้องธรรมชาติได้ (ต้องดูฝ่ายหญิงด้วยว่า ไข่ตกปกติ ไม่มีปัญหา) อย่างไรก็ตาม จากสถิติทางการแพทย์ปัญหาการมีบุตรยากจากฝ่ายชายมีสูงถึง 40% เลยทีเดียวค่ะ วันนี้เราไปดู 4 เคล็ดลับที่จะช่วยบำรุงและปรับปรุงคุณภาพสเปิร์มของคุณสามีให้ดีขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ค่ะ


🔴 1. #เลิกพฤติกรรมทำลายอสุจิ


👉 งดสูบบุหรี่

📚 มีการศึกษาพบว่า การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อคุณภาพของเชื้ออสุจิ โดยทำให้ความเข้มข้นของเชื้ออสุจิลดลง การเคลื่อนที่ของเชื้ออสุจิแย่ลง ทำให้เชื้ออสุจิที่มีรูปร่างปกติมีจำนวนลดลง และทำให้ DNA ภายในเซลล์อสุจิเกิดความเสียหายได้


👉 งดแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ชา กาแฟ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงสารเสพติด และกัญชาใน


ทุกรูปแบบ ควรงด เพื่อป้องกันมิให้สเปิร์มมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ มีรูปร่างที่ผิดปกติรวมถึงการที่สเปิร์มตายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติดต่างๆ


นอกจากนี้ควรงดชาดำที่มีความเข้มข้นสูง เนื่องจากจะส่งผลต่อการหลั่งน้ำอสุจิ


👉 หยุดการแช่น้ำอุ่น

อสุจินั้นชอบอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นสบาย ยิ่งถ้าเป็นอุณหภูมิราวๆ 25-28 องศาเซลเซียสจะเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมต่ออสุจิ ดังนั้นช่วงวางแผนมีลูกควรงดกิจกรรมที่ทำให้ส่งป่านความร้อนไปในอัณฑะ เช่นแช่น้ำอุ่น อบซาวด์น่า หรือทำงานโดยใช้โน้ตบุ๊ควางบนตักเป็นเวลานานๆค่ะ


👉 อย่านอนดึก นอนให้เพียงพอ

📚 จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Sleep Medicine Report เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่า...จำนวนชั่วโมงในการนอน และ การนอนดึกส่ง


ผลต่อคุณภาพสเปิร์ม ทั้งในด้านจำนวน เปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหว และอัตราการมีชีวิตของสเปิร์ม

📚 และงานวิจัยของ Boston University School of Public Health เมื่อปี 2016 ศึกษาพบว่าการนอนที่เพียงพอนั้นควรนอนหลับ 7-8 ชม.ต่อวัน ผู้ชายที่นอนน้อยกว่า 6 ชม.หรือ นอนมากกว่า 9 ชม.ต่อวัน ส่งผลต่อโอกาสในการทำให้คู่ของตนเองตั้งครรภ์ลดลง 42% ในแต่ละรอบเดือน


👉 อย่าใช้มือถือนานเกินไป (หลีกเลี่ยงรังสีจากหน้าจอ)

📚 มีผลวิจัยพบว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แพร่กระจายออกมาจากโทรศัพท์มือถือ อาจมีผลต่อระดับฮอร์โมนเพศชาย และการเจริญพันธุ์ โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจเพิ่มจำนวนเซลล์ ในส่วนที่ผลิตเทสโทสเตอโรน แต่ลดระดับ LH ซึ่งสกัดกั้นการแปลงเทสโทสเตอโรนปกติ ให้เป็นฮอร์โมนที่มีศักยภาพมากขึ้น ในการผลิตอสุจิและความสามารถในการเจริญพันธุ์


🔴 2. #ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ


จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Reproduction เมื่อปี 2017 เปิดเผยสาเหตุที่ "ภาวะอ้วน" ส่งผลต่การทำลายคุณภาพของสเปิร์ม และส่งผลต่อการมีบุตรยากดังนี้ค่ะ


👉 1. Obesity leads to hypogonadism (โรคอ้วนนำไปสู่ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ)


เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายได้ไม่เพียงพอ ซึ่ง


ฮอร์โมนชนิดนี้มีส่วนช่วยในการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลิกทางเพศ เมื่อขาดฮอร์โมนชนิดนี้จะส่งผลให้ร่างกายไม่มีแรง ความรู้สึกและอารมณ์ทางเพศลดลง และมีการผลิตอสุจิน้อยลงในเพศชายซึ่งนำไปสู่ภาวะมีลูกยากได้


👉 2. Obesity induces inflammation (โรคอ้วนเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย)

โดยการอักเสบในร่างกายจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของ


สเปิร์ม (Sperm maturation) เนื่องจากเมื่อร่างกายอักเสบจะส่งผลไปเปลี่ยนสภาวะในหลอดเก็บตัวอสุจิทำให้รบกวนการเจริญเติบโตของสเปิร์มและลดความสามารถในการปฏิสนธิของสเปิร์มลงอีกด้วย


👉 3.Obesity enhance oxidative stress (โรคอ้วนเสริมอนุมูลอิสระ)

โรคอ้วนส่งผลต่อการสร้างอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอนุมูลอิสระจะทำลาย DNA ของสเปิร์ม ลดอัตราการเคลื่อนไหว