top of page
ค้นหา

ผิวเครียดคืออะไร ส่งผลเสียต่อผิวสวยอย่างไรบ้าง

อัปเดตเมื่อ 25 ก.ย. 2566



ไม่ใช่แค่สภาพจิตใจของคนเราเพียงอย่างเดียวนะคะที่สามารถเครียดได้ แต่ยังมีอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญของร่างกายอย่างผิวพรรณที่มีภาวะเครียดได้ด้วยเช่นกัน ว่าแต่ภาวะผิวเครียดคืออะไร มีสาเหตุเกิดจากอะไร มีผลเสียต่อสุขภาพผิวอย่างไร แล้วมีวิธีดูแลผิวพรรณอย่างไรไม่ให้เกิดภาวะดังกล่าว วันนี้ครูก้อยจะขอเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ


ผิวเครียดคืออะไร


เป็นโรคทางจิตวิทยาผิวหนังที่มีชื่อว่า Psychodermatology เกิดจากความเครียดภายในจิตใจที่สะสมเป็นเวลานาน หรือเกิดจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายในร่างกายกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมามากกว่าความจำเป็นของร่างกาย ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสียสมดุล ส่งผลให้ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย ผิวอักเสบติดเชื้อง่าย นอกจากนี้ฮอร์โมนคอร์ติซอลยังเข้าไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสี (Melanin) ส่งผลให้ผิวคล้ำหมองง่าย ใบหน้ามีฝ้ากระสะสมจำนวนมาก อีกทั้งยับยั้งการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้ผิวพรรณแห้งเหี่ยวง่าย มีริ้วรอยก่อนวัยอันควรง่ายขึ้น หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอและเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาในระยะยาวอีกด้วยค่ะ


สาเหตุของผิวเครียด

  • ภาวะความเครียดสะสม

  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 7 ชั่วโมง)

  • มลภาวะจากนอกบ้าน เช่น ฝุ่น PM 2.5, รังสี UV จากแสงแดดและหลอดไฟ, ไวรัส ฯลฯ

  • รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง

  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น

อาการของผิวเครียดมีอะไรบ้าง

  • สิวขึ้นง่าย แต่รักษาให้หายยากกว่าสิวทั่วไป

  • ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

  • ผิวแพ้ง่าย มีผื่นทุกครั้งมีรู้สึกหงุดหงิด เหนื่อยล้า หรือหลังออกกำลังกาย

  • ผิวลอกเป็นขุยเนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น หากปล่อยไว้นานอาจเกิดโรคสะเก็ดเงินหรือผื่นแพ้อักเสบ

  • มีริ้วรอยก่อนวัยอันควร เนื่องจากฮอร์โมนคอร์ติซอลจะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ผิวจึงยืดหยุ่นน้อยลงและเกิดริ้วรอยตามมา


ผลข้างเคียงจากผิวเครียดต่อผู้ป่วยโรคอื่น


หากผู้ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังอยู่แล้ว เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis), โรคสิวหน้าแดง (Rosacea), ภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Chronic Eczema) อาจทำให้อาการของโรคเหล่านี้รุนแรงมากยิ่งขึ้น หรือหากใครไม่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับผิวหนังมาก่อนก็อาจเป็นโรคผิวหนังบางชนิดได้อย่างเช่น โรคผื่นลมพิษ, โรคตุ่มน้ำพอง (โรคภูมิเพี้ยน), โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease) เป็นต้น


ผิวเครียด กำเริบช่วงไหนบ้าง

  • ช่วงที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

  • ช่วงที่ออกกำลังกายอย่างหักโหม

  • ช่วงที่ร่างกายตึงเครียด เช่น มีประจำเดือน

  • ช่วงที่อยู่ในภาวะตึงเครียดหรือหงุดหงิด

  • ช่วงที่ร่างกายอยู่ในภาวะเหนื่อยล้าสะสม

ผิวเครียด รักษาอย่างไร


กรณีที่มีปัญหาผื่นคันตามผิวหนัง สามารถทาคาลาไมน์ (Calamine Lotion) หรือโลชั่นทาผิวเพื่อบรรเทาความร้อนของผิวหนัง และที่สำคัญไม่ควรเกาบริเวณที่คันเด็ดขาด เนื่องจากร่างกายยังอยู่ในสภาวะผิวเครียดและทำให้ผิวหนังระคายเคืองง่าย หากเกาบริเวณที่คันเมื่อไหร่ อาจทำให้ผิวหนังเป็นแผลและอักเสบ ติดเชื้อง่ายขึ้นนะคะ แต่ในกรณีที่ผิวมัน แพ้ง่าย แนะนำให้ใช้ครีมบำรุงผิวสูตรอ่อนโยนเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ป้องกันริ้วรอยก่อนวัยและป้องกันการอักเสบระคายเคืองอีกด้วยค่ะ


ผิวเครียด ป้องกันง่าย ๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้


1. ทำกิจกรรมทำแก้เครียด


การได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ถักนิตติ้ง อ่านหนังสือ เดินเล่นหรือกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อนนอกเหนือจากการทำงาน สามารถเติมเต็มความรู้สึกทางใจให้รู้สึกสบายใจและลดภาวะความเครียดให้ใครหลายคนได้เป็นอย่างดีนะคะ


2. พักผ่อนให้เพียงพอ


การนอนหลับพักผ่อนประมาณ 7 - 9 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการนอนน้อยได้อีกด้วยนะคะ สำหรับช่วงเวลาการพักผ่อนที่ดีต่อร่างกายมากที่สุดคือช่วงเวลา 20.00 - 22.00 น. และตื่นเวลา 05.30 - 06.00 น. หากคุณไม่เคยนอนช่วงเวลานี้มาก่อน แนะนำให้ลองงดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการนอนยาก เช่น งดเล่นมือถือบนเตียงนอน เพื่อให้ร่างกายจดจำว่าเตียงนอนมีไว้สำหรับนอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้อย่าลืมปิดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีแสงบลูไลท์ด้วยนะคะ เพราะแสงชนิดนี้จะกระตุ้นการทำงานของสมอง ส่งผลให้นอนหลับยาก และที่สำคัญงดดื่มน้ำก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมงค่ะ เพื่อป้องกันการลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อย


3. คอยเติมคอลลาเจนให้ร่างกายอย่างสม่ำเสมอ


เพราะผิวของคนเราประกอบไปด้วยสารสำคัญอย่างคอลลาเจนที่คอยบำรุงผิวให้สว่างกระจ่างใส กระชับเต่งตึง แต่เมื่ออายุคนเรามากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายก็จะช้าลง เป็นเหตุทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัยง่ายขึ้น ดังนั้นการเติมคอลลาเจนให้ร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคอลลาเจนมีส่วนช่วยลดความ หมองคล้ำจากรังสี UV และป้องกันการเบิร์นของแสงแดด ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว อีกทั้งกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนบริเวณผิวหนังและลดการสูญเสียอีลาสติน (Elastin) ในชั้นผิว จึงช่วยให้ผิวแข็งแรง มีสุขภาพดี


ทำไมต้อง Colla Telo By KruKoy คอลลา เทโล บาย ครูก้อย


Colla Telo By KruKoy คอลลา เทโล บาย ครูก้อย ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเพียง 1 เดียวที่ถูกออกแบบมาเพื่อแม่ ๆ ที่กำลังเตรียมตัวมีน้องแต่ยังคงรักในผิวสวย ครูก้อยได้เลือกสรรสารสกัดทุกตัวด้วยตนเอง ร่วมกับคณะทีมนักวิทย์ ฯ ที่ปรึกษาเฉพาะด้านผิวพรรณสำหรับสตรีเตรียมตั้งครรภ์โดยเฉพาะ Colla Telo By KruKoy คอลลา เทโล บาย ครูก้อย 1 กล่อง 30 ซอง ราคากล่องละ 1,990 บาท สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม >> คลิก


บทความที่น่าสนใจ

ดู 18 ครั้ง0 ความคิดเห็น

תגובות


ครูก้อย.jpg

คุยกับครูก้อย/ทีมงาน

ครูก้อยเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นเจ้าของเพจ BabyAndMom.co.th (เพจให้ความรู้สำหรับผู้มีบุตรยาก) ครูก้อยยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านใดที่ต้องการคุยกัน สามารถทัก LINE@ เข้ามาได้เลยนะคะ โดยจะมีครูก้อยและทีมงานคอยให้การต้อนรับค่ะ

bottom of page