fbpx

4 ข้อควรรู้ #หากคุณวางแผนท้องตอนอายุ 35!

📣4 ข้อควรรู้
#หากคุณวางแผนท้องตอนอายุ 35!

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

คู่สมรสที่วางแผนจะมีเบบี๋ในวัย 35 อาจจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆด้าน ทั้งในเรื่องความสมบูรณ์แข็งแรงของทั้งฝ่ายหญิงและชาย
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้สูงเนื่องจากอายุที่มากขึ้น หรือ ข้อจำกัดบางประการสำหรับการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เมื่ออายุมากขึ้น วันนี้ครูก้อยมีข้อมูล 4 ข้อควรรู้สำหรับคู่ที่วางแผนท้องตอนอายุ 35 มาให้ศึกษาล่วงหน้า เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อมค่ะ

🟠1. อายุมากกว่า 35 ก็ยังท้องได้

ในทางการแพทย์ช่วงอายุ 35 ปีเป็นช่วงขาลงของวัยเจริญพันธุ์ เพราะอายุที่มากขึ้น หมายถึงเซลล์ไข่ที่เสื่อมลง โครโมโซมของเซลล์ไข่ผิดปกติถึง 50% มีโอกาสตั้งท้องในแต่ละเดือนเพียงแค่ 15% และมีโอกาสแท้งในระยะเริ่มต้นหรือตัวอ่อนไม่ฝังตัวอันเนื่องมาจากโครโมโซมเซลล์ไข่ที่ผิดปกตินั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าหญิงอายุ 35 ปีจะตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ไม่ได้ หากแม่ๆ ดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยการทานอาหารที่มีโภชนาการสูงเพื่อบำรุงเซลล์ไข่ เน้นโปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะอนุมูลอิสระเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งในการทำลายเซลล์ไข่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รู้จักบริหารจัดการกับความเครียด ก็ยังมีโอกาสท้องธรรมชาติได้ค่ะ

การตั้งครรภ์ในวัย 35 อาจต้องปรึกษาแพทย์และวางแผนในการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมด้วย เนื่องจากอายุมากขึ้น มีความเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะเป็นดาวน์ซินโดรม หรือ พิการได้ค่ะ

🟠2. อายุของฝ่ายชายก็มีผลต่ออัตราการตั้งครรภ์

จากงานวิจัย เรื่อง Can assisted reproduction technology compensate for the natural decline in fertility with age? A model assessment

ได้ศึกษาพบว่า หากฝ่ายชายมีอายุมากกว่าฝ่ายหญิง 5 ปี และถ้าฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 ปี โอกาสในการตั้งครรภ์จะต่ำลง

โดยหากฝ่ายหญิงมีอายุระหว่าง 35-39 ปีและมีคู่สมรสที่อายุใกล้เคียงกัน อัตราในการตั้งครรภ์จะอยู่ที่ 29%

แต่หากฝ่ายชายอายุแก่กว่า 5 ปี อัตราในการตั้งครรภ์จะลดลงมาอยู่ที่ 18%

ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าอายุที่มากขึ้นของฝ่ายชายก็ส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิเช่นกันค่ะ

🟠3. อายุ 35 อย่ามัวรอท้องธรรมชาติ ให้ปรึกษาแพทย์ หลังลองมา 6 เดือนเพื่อตรวจเช็คความผิดปกติ

หากอายุ 35 ปี แล้วเป็นช่วงเวลาที่จะต้องปรึกษาแพทย์แล้วค่ะ ในทางการแพทย์ภาวะมีบุตรยากจะประเมินจากการที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธุ์กันอย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ถือว่าเข้าข่ายภาวะมีบุตรยากค่ะ

แต่สำหรับคู่สมรสที่อายุ 35 ปี ไม่ต้องรอถึง 1 ปีค่ะ แค่ 6 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียดต่อไป โดยแพทย์อาจจะอัลตร้าซาวด์ดูจำนวนไข่ตั้งต้นของฝ่ายหญิง ตรวจภายในว่ามีความผิดปกติของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ใดๆหรือไม่ ฝ่ายชายก็อาจต้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพของอสุจิ ( Semen Analysis) เป็นต้น

🟠4.อายุมีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์

อย่าคิดว่าค่อยมีลูกตอนอายุมากก็ได้เพราะหวังจะใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วย จากงานวิจัยข้างต้นพบว่า อัตราความสำเร็จในการใช้ยาหรือใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นค่ะ

โดยความสำเร็จในช่วงอายุ 30 มากกว่าช่วงอายุ 35 และหากดีเลย์ไปอีก อัตราความสำเร็จก็จะต่ำลงในช่วงอายุ 40 ค่ะ

🤰ท้ายที่สุดนี้การตั้งครรภ์ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของคู่สมรสเเป็นหลัก อย่ารีบจะมีเบบี๋หากยังไม่พร้อม แต่ถ้าพร้อมก็อย่ารอให้ถึง 35 นะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *