fbpx

โฟลิก และ ธาตุเหล็ก สำคัญอย่างไร? วางแผนท้องต้องกินบำรุงล่วงหน้า

📣โฟลิก และ ธาตุเหล็ก สำคัญอย่างไร❓
วางแผนท้องต้องกินบำรุงล่วงหน้า

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

👩แม่ๆที่วางแผนตั้งครรภ์ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และถูกหลักโภชนาการ ทั้งนี้การทานวิตามินเสริมก็มีความจำเป็นเพราะบางครั้งเราไม่ได้ทานอาหารในปริมาณที่เพียงพอที่ทำให้ได้รับวิตามินครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับคนที่วางแผนตั้งครรภ์ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วนจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกได้ ดังนั้นแม่ๆที่วางแผนท้องต้องได้รับวิตามินและสารอาหารให้เพียงพอเพื่อเตรียมร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญที่ควรได้รับก่อนท้องได้แก่ “โฟลิก” และ “ธาตุเหล็ก” ค่ะ

👨‍⚕️​​นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพนั้นสำคัญมาก ผู้ที่พร้อมและตั้งใจจะมีลูกควรกิน”ธาตุเหล็ก” และ “โฟลิก” สัปดาห์ละครั้ง ก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 12 สัปดาห์ เนื่องจากในช่วง 1 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาสมองและระบบประสาท เป็นช่วงเวลาที่หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะยังไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ จึงควรเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกอย่างต่อเนื่องตลอดการตั้งครรภ์ เพื่อช่วยให้คลอดอย่างปลอดภัย ร่างกายครบ 32 ลดความเสี่ยงต่อการพิการแต่กำเนิด ช่วยให้ทุกการเกิดมีคุณภาพ มีพัฒนาการที่สมวัย เจริญเติบโตอย่างสูงดีสมส่วน

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

🔴โฟลิก หรือ วิตามินบี 9 สำคัญอย่างไรต่อหญิงวางแผนตั้งครรภ์❓

หญิงที่ต้องการจะมีลูกต้องกินกรดโฟลิกก่อนตั้งท้อง 3 เดือน ต่อเนื่องจนถึง 3 เดือนแรกของการตั้งท้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความพิการของทารก ได้แก่

👉หลอดประสาทไม่ปิด
👉ปากแหว่งเพดานโหว่
👉ความผิดปกติของแขนขา
👉หัวใจพิการแต่กำเนิด
👉ระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ
👉ไม่มีรูทวารหนัก และ
👉กลุ่มอาการดาวน์

🔴ทำไมต้องกินกรดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์❓

ยังมีความเข้าใจที่ผิดว่าเมื่อตั้งครรภ์ถึงจะรับประทานวิตามินโฟลิก แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องกินก่อนท้อง เพราะวิตามินโฟลิก ช่วยในการสร้างและแบ่งเซลล์ในตัวอ่อนให้สมบูรณ์ตั้งแต่หลังปฏิสนธิภายใน 28 วัน จึง

🎯ดังนั้นการเสริมกรดโฟลิกสามารถทำได้ตั้งแต่วางแผนมีบุตร หรือก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน และทานต่อไปอีกหลังเริ่มตั้งครรภ์ยาวไปจนอายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ เพราะหากรอจนทราบว่าตั้งครรภ์ก่อนแล้วค่อยทานอาจจะสายเกินไป เพราะในช่วงอายุครรภ์ที่ 3-4 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ จะเป็นช่วงที่พัฒนาการของสมองและระบบประสาทของทารกจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลอดประสาทจะปิดอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งนั่นอาจช้าเกินไปที่จะแก้ไขความผิดปกติ

🔴ควรทานกรดโฟลิกปริมาณเท่าใดต่อวัน❓
👉สำหรับคนวางแผนท้องควรได้รับกรดโฟลิก
400 ไมโครกรัมต่อวัน

👉สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรได้รับกรดโฟลิก
800 ไมโครกรัมต่อวัน

🔴ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องทานกรดโฟลิกมากกว่าปกติ❓

เพราะว่าในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการกรดโฟลิกสำหรับลูกน้อย แต่ร่างกายกลับดูดซึมจากอาหารได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายของคุณแม่และทารกได้รับกรดโฟลิกที่เพียงพอ จึงต้องมีการเสริมกรดโฟลิกให้เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อความสมบูรณ์ต่อการสร้างตัวอ่อนในครรภ์ค่ะ

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

🔴ธาตุเหล็กสำคัญอย่างไรต่อหญิงวางแผนตั้งครรภ์❓

ธาตุเหล็กจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดที่เพิ่มจำนวนอย่างมากในช่วงตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดในร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% เพื่อให้เพียงพอต่อการนำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกที่อาศัยอยู่ในครรภ์มารดา จากสถิติพบว่า สตรีตั้งครรภ์มากกว่าครึ่งมีภาวะโลหิตจางจากการได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

ดังนั้นหญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเพื่อให้มีธาตุเหล็กเพียงพออาหารที่ให้ธาตุเหล็กสูง เช่น ผักใบเขียว ไข่ ถั่ว ตับ เนื้อแดงไม่ติดมัน แต่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ 100% ดังนั้นจึงควรรับประทานธาตุเหล็กเสริมได้

ยิ่งไปกว่านั้นการได้รับธาตุเหล็กที่เพียงพอยังลดความเสี่ยงภาวะมีบุตรยากอีกด้วย มีการศึกษาพบว่า 15% ของหญิงวัยเจริญพันธุ์มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กและมีผลต่อสภาวะมีบุตรยาก ดังนั้นแม่ๆจึงควรพิจารณาทานธาตุเหล็กเสริมตั้งแต่ก่อนจะตั้งครรภ์

ในช่วงของการตั้งครรภ์การขาดธาตุเหล็กนั้นถือว่าเป็นเรื่องอันตราย เนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์หลายอย่าง เช่น เพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ส่งผลให้ทารกที่เพิ่งคลอดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นต้น

🔴ควรรับประทานธาตุเหล็กปริมาณเท่าใดต่อวัน❓

👉คนทั่วไปควรได้รับธาตุเหล็ก 15 มิลลิกรัมต่อวัน แม่ๆ ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กให้เพียงพออย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เพื่อเสริมสร้างเม็ดเลือดให้แข็งแรง และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจางขณะตั้งครรภ์

👉คนตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กไม่ต่ำกว่า 27 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรให้มีธาตุเหล็กในร่างกายปริมาณ 40-60 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะร่างกายต้องนำเลือดไปใช้ในการเลี้ยงทารก จึงต้องได้รับในปริมาณที่มากกว่าคนทั่วไป 3-4 เท่า

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

💟 การบำรุงก่อนท้องล่วงหน้า 3 เดือนจึงจำเป็นมากที่แม่ๆจะต้องได้รับโฟลิกและธาตุเหล็กให้เพียงพอเพื่อลดความเสี่ยงในความผิดผกติของทารกในครรภ์ ดังนั้นวางแผนท้องควรเริ่มทานไว้เลยค่ะ บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าเราท้องเมื่อไหร่ ช่วง1-3 เดือนแรกสำคัญที่สุดในการสร้างและแบ่งเซลล์ของทารก กันไว้ดีกว่าแก้ อย่าลืมทานโฟลิกและธาตุเหล็กเตรียมไว้นะคะ

อย่างไรก็ตามแม่ๆที่มีปัญหาสุขภาพอื่นด้วย ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานเพื่อให้ปลอดภัยที่สุดค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *