fbpx

ฝากไข่ vs. ฝากตัวอ่อน แตกต่างกันอย่างไร…แบบไหนดีกว่ากัน?

📣ฝากไข่ vs. ฝากตัวอ่อน
แตกต่างกันอย่างไร…แบบไหนดีกว่ากัน❓

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

👩สาวๆที่อยากมีลูกแต่ก็ยังไม่พร้อม ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน อยากเรียนต่อต่างประเทศ หรือมีโรคที่ต้องรักษา ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม คือยังไม่พร้อมที่จะมีลูก ณ ตอนนี้ แต่อายุก็ไม่รอเราแล้ว ยิ่งอายุมาก เซลล์ไข่ก็เสื่อมลงไปทุกวัน ส่งผลให้เซลล์ไข่มีโครโมโซมผิดปกติเพิ่มขึ้นอันเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากนั่นเองค่ะ

การฝากไข่ หรือ ฝากตัวอ่อนไว้ก่อนตอนที่เรายังมีอายุไม่มาก จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สาวๆสามารถวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนได้ เพราะมันเป็นการหยุดเวลาเซลล์ไข่ หรือ ตัวอ่อนเอาไว้ไม่ให้เสื่อมไปตามอายุของเรา พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยละลายออกมาเข้ากระบวนการเพื่อการตั้งครรภ์ต่อไป

วันนี้เราไปดูกันว่า การฝากไข่ และ การฝากตัวอ่อน คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร เราเหมาะสมกับแบบไหน ครูก้อยสรุปมาให้แล้วค่ะ

🟠การฝากไข่

📃ตามประกาศแพทยสภาที่ 95(9)/2558 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการฝากไข่ดังนี้

🔸️1.ผู้ฝากไข่ต้องลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมในการฝากให้เก็บรักษา

🔸️2.ต้องมีการตรวจผู้ฝากไข่เพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคติดต่อ เช่น เอชไอวี ตับอักเสบและซิฟิลิส เป็นต้น

🔸️3. การเก็บแช่แข็งไข่ของตนเองเพื่อวัตถุประสงค์ในการนำไปปฏิสนธิกับอสุจิของสามีที่ชอบด้วยกฎหมายในอนาคต

🔸️4. การเก็บแช่แข็งไข่ของตนเองก่อนการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการรักษาอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อรังไข่

🔸️5. กำหนดระยะเวลาเก็บไข่ไว้ ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ยกเว้นมีข้อตกลงเป็นหนังสือไว้อย่างอื่น

🟠การฝากไข่ใครทำได้บ้าง❓

🔸️1. #คนที่กำลังรักษาโรคมะเร็ง

เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เช่น การรับเคมีบำบัดอาจทำให้ไม่มีการตกไข่ ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หรือในบางรายอาจต้องจำเป็นต้องตัดรังไข่ออก

การนำไข่มาฝากไว้ก่อน จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการวางแผนมีบุตรหลังจากที่รักษาโรคมะเร็งจนหายดีแล้ว

🔸️2. #คนในครอบครัวเคยมีประวัติประจำเดือนหมดเร็ว

โดยปกติผู้หญิงจะตกไข่ได้ประมาณ 400-500 ใบ ตลอดช่วงชีวิต ซึ่งจะอยู่ระหว่างช่วงอายุ 47-50 ปี

แต่หากคนในครอบครัวหมดประจำเดือนไวกว่านี้ ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะหมดประจำเดือนไวเช่นกัน ทำให้ระยะเวลาที่สามารถตั้งครรภ์ได้ สั้นกว่าคนอื่นๆ หากต้องการมีบุตรควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากไข่

🔸️3. #คนที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้แต่อยากมีบุตรในอนาคต

เนื่องจากผู้หญิงหลายคนกำลังวางแผนที่จะเรียนต่อต่างประเทศ หรือกำลังให้ความสำคัญกับการทำงาน จึงทำให้ไม่พร้อมต่อการมีบุตร

หากอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่ไข่มีความสมบูรณ์ ก็สามารถนำฝากไข่เพื่อเก็บไว้ผสมหลังจากที่ตนเองมีความพร้อมแล้ว แต่เมื่อพร้อมต้องมีใบทะเบียนสมรสพร้อมสามีมาแสดงตัวนะคะ สาวโสดอยากมีลูกและจะขอรับบริจาคสเปิร์มแบบนี้ทำไม่ได้ตามกฎหมายค่ะ

🔸️4. #ผู้มีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการมีบุตรและระบบสืบพันธุ์ในอนาคต

เช่น ผู้มีแนวโน้มที่จะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) มีช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากไข่

🟠การฝากไข่ควรทำเมื่อไร❓

หากมีความต้องการฝากไข่ ควรทำตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์และไข่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด คือช่วงอายุ 20-35 ปี

แต่หากมาฝากไข่หลังจากอายุ 35 ปีขึ้นไป โอกาสที่จะตั้งครรภ์สำเร็จเมื่อนำไข่ออกมาใช้จะน้อยลง ฉะนั้นการฝากไข่จึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การฝากไข่เพื่อตั้งครรภ์ในภายหลังไม่ใช่วิธีที่ได้ผล 100% เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงของผู้ฝากไข่ ความแข็งแรงของสเปิร์ม อายุของทั้ง 2 ฝ่ายด้วยค่ะ

🎯การฝากไข่ สาวโสดสามารถทำได้ แต่เมื่อพร้อมจะมีลูก ต้องการนำไข่มาใช้ปฏิสนธิ ต้องนำใบทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อแพทย์นะคะ แพทย์ก็จะใช้ไข่ของเราผสมกับอสุจิของสามีกลายเป็นตัวอ่อน แล้วย้ายกลับเข้าโพรงมดลูกเพื่อตั้งครรภ์ต่อไปค่ะ

🔴การฝากตัวอ่อน
การฝากตัวอ่อน แตกต่างจากการฝากไข่เพราะเป็นการฝากตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิเรียบร้อยได้เป็นตัวอ่อนแล้ว

ซึ่งหมายความว่าคนที่จะฝากตัวอ่อนได้ต้องเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แพทย์ได้ทำการเก็บไข่และอสุจินำมาผสมเป็นตัวอ่อนเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่พร้อมใส่กลับไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเนื่องจากสาเหตุบางประการ เช่น หน้าที่การงาน โรคที่ต้องรักษา หรือการรักษาผู้มีบุตรยากที่ฝากตัวอ่อนไว้รอใส่กลับในรอบที่ผนังมดลูกพร้อม เป็นต้น

📃ตามประกาศแพทยสภา ที่ 95 (4)/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสร้าง การเก็บรักษา การใช้ประโยชน์จากตัวอ่อน หรือการทําให้สิ้นสภาพของตัวอ่อน มีวิธีการและเงื่อนไข ดังนี้

🔴วิธีการรับฝากตัวอ่อน

🔸️1. มีการลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมทั้งสามีและภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย

🔸️2. มีการตรวจประเมินสุขภาพของผู้ฝากเพื่อป้องกันการถ่ายทอด โรคติดต่อ เช่น เอชไอวี ตับอักเสบและซิฟิลิส เป็นต้น

🔸️3. มีระบบข้อมูลในการเก็บรักษาตัวอ่อน ให้สามารถตรวจสอบติดตามการนําไปใช้ ข้อมูลดังกล่าวต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 20 ปี

🔸️4. มีระบบการเก็บรักษาที่แยกกันชัดเจนในกรณีที่มีการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ

🔴การรับฝากตัวอ่อนต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

🔸️1. การเก็บแช่แข็งตัวอ่อนของตนเองเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก หรือ

🔸️2. การเก็บแช่แข็งตัวอ่อนของตนเองก่อนการรักษาด้วยเคมีบําบัด หรือการรักษาอื่น ที่อาจเป็นอันตรายต่อรังไข่

🔸️3.กําหนดระยะเวลาการเก็บรักษาตัวอ่อนคือไม่ต่ำกว่า 5 ปี เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นไว้เป็นหนังสือ

🎯สรุปความแตกต่าง

👉ฝากไข่ สาวโสดฝากได้ แต่จะใช้ไข่ได้เมื่อมีใบทะเบียนสมรสมาแสดง

👉ฝากตัวอ่อน ต้องเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วเท่านั้น

👉การฝากไข่ หรือ ฝากตัวอ่อนควรทำตอนผู้หญิงอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ไม่ควรเกิน 35 ปี

👉ความคงทนของไข่ที่ผ่านการแช่แข็งจะน้อยกว่าตัวอ่อน เมื่อถึงเวลาละลายไข่ที่แช่แข็งไว้ออกมาปฏิสนธิอาจได้ปริมาณไข่ที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับการแช่แข็งแบบเป็นตัวอ่อน

👉สำหรับคนที่มีคู่แล้วการแช่แข็งเป็นตัวอ่อนจะดีกว่าแช่แข็งเป็นไข่เพราะตัวอ่อนมีโอกาสรอดสูงกว่าไข่และค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้อยกว่า เมื่อพร้อมก็สามารถย้ายตัวอ่อนที่เก็บไว้ได้ในทันทีค่ะ

💟ไม่ว่าต้องการจะฝากไข่ หรือ ฝากตัวอ่อน จุดเริ่มต้นคือแม่ๆควรบำรุงเซลล์ไข่ให้สมบูรณ์ก่อนการไปเก็บไข่ และสำหรับคนที่มีคู่แล้วก็ต้องบำรุงสเปิร์มคุณสามีด้วยนะคะ ทำได้ด้วยการทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงไปดีๆก็จะได้ไข่ หรือ ตัวอ่อนที่มีคุณภาพ พร้อมเมื่อไหร่ก็ตั้งครรภ์ได้เลยค่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *