📣😰กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)
เหวี่ยง วีน ซึมเศร้า…รับมืออย่างไร❓

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

🙎‍♀️ผู้หญิงหลายคนอาจประสบกับกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็นอาการทางร่างกาย เช่น ปวดท้อง ตัวบวม คัดเต้านม หรืออาการแปรปรวนทางอารมณ์ เหวี่ยงวีน อาการเหล่านี้ปกติหรือไม่? เกิดจากสาเหตุใด และจะรับมืออย่างไร? ครูก้อยสืบค้นข้อมูลมาให้แล้ว ไปศึกษาพร้อมกันเลยค่ะ

🔴อาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome) หรือที่เรียกว่า พีเอ็มเอส (PMS) คืออาการทางอารมณ์ ร่างกายและพฤติกรรม เช่น หงุดหงิด เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือเจ็บเต้านม พบว่าอาการต่าง ๆ ของอาการก่อนมีประจำเดือนนั้นเกิดกับสตรีวัยเจริญพันธ์ได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ โดยระดับความรุนแรงของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จะมีตั้งแต่ที่สามารถสังเกตได้เล็กน้อยไปจนถึงอาการที่รุนแรงมาก อาการต่าง ๆ มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนและมักจะหายไปเมื่อประจำเดือนมา

🔴อาการก่อนมีประจำเดือนเกิดขึ้นได้อย่างไร❓

ส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตโรน (Progesterone) และเอสโตรเจน (Estrogen) ในช่วงก่อนมีประจำเดือน รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง โดยมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีผลต่ออารมณ์และเป็นส่วนที่กระตุ้นอาการก่อนมีประจำเดือนได้ การขาดเซโรโทนิน อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้เกิดความอ่อนล้า มีความอยากอาหารมากขึ้นและทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับได้

นอกจากนั้น อาการก่อนมีประจำเดือนสามารถมีความรุนแรงขึ้นได้หากเกิดภาวะซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม ภาวะซึมเศร้าไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดอาการนี้

🔴อาการก่อนมีประจำเดือนเป็นอย่างไร ❓

มักจะเกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน โดยอาการและความรุนแรงของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป และอาจเกิดขึ้นไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดเพียงไม่กี่อาการดังต่อไปนี้

👉อาการทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม ได้แก่

– มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดหรือโกรธง่าย

– มีความตึงเครียด วิตกกังวล และไม่มีสมาธิ

– มีอารมณ์เศร้า ร้องไห้บ่อย

– มีความต้องการหรืออยากอาหารมากกว่าปกติ

– มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม (Social Withdrawal)

– มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ (Insomnia)

👉อาการทางด้านร่างกาย ได้แก่

– เจ็บเต้านม

– ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ

– ปวดศีรษะ

– ปวดท้อง ท้องอืด

– ท้องผูกหรือท้องเสีย

– น้ำหนักตัวเพิ่ม

– เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

– มีสิวขึ้น

อาการเจ็บปวดทางร่างกายหรือความเครียดที่เกิดขึ้นกับบางราย อาจมีความรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่โดยปกติอาการต่าง ๆ จะหายไปภายใน 4 วัน ตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน

🔴เมื่อใดที่ควรพบแพทย์ ❓

หากอาการก่อนมีประจำเดือนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถควบคุมอาการได้และยังคงอยู่หรือพัฒนาไปจนเกิดกลุ่มอาการรุนแรงก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Dysphoric Disorder: PMDD) ซึ่งมีความรุนแรงทางด้านอารมณ์มากกว่าอาการก่อนมีประจำเดือน โดยมีอาการผิดปกติทางกายและใจอย่างรุนแรง เช่น ซึมเศร้าอย่างมาก อารมณ์แปรปรวนง่าย โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย วิตกกังวลและเครียด ซึ่งควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

🔴รักษาและบรรเทาอาการได้อย่างไร ❓

วิธีบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนมีมากมาย แต่บางวิธีอาจจะไม่ได้ผลสำหรับบางคน ผู้ป่วยจึงต้องพยายามลองปฏิบัติให้หลากหลาย เพื่อให้ได้วิธีที่ได้ผลกับตนเองที่สุด

👉ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

– หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยออกกำลังกายผสมผสานกันระหว่างการออกกำลังกายที่ใช้กำลังระดับปานกลางและแบบแอโรบิคที่ใช้กำลังมาก

ออกกำลังกายที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2 วันต่อสัปดาห์ขึ้นไป

– ฝึกบริหารร่างกายหรือออกกำลังกายแบบผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือออกกำลังกายที่ช่วยฝึกการหายใจอย่างถูกต้อง เช่น โยคะ จะช่วยลดอาการปวดศีรษะ ความวิตกกังวล หรือนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี

– นอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน

– ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลา เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และเข้านอน ให้ตรงเวลาเสมอ

– พยายามรับมือกับความเครียดด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพ เช่น พูดคุยกับเพื่อน เล่นโยคะ นวดผ่อนคลายหรือการบำบัดต่าง ๆ

– หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน เพราะอาจมีผลทำให้รู้สึกเศร้าหรือหดหู่มากยิ่งขึ้น

👉ดูแลเรื่องโภชนาการ

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจให้ดีอยู่เสมอ

– ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carbohydrate) อยู่สูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เช่น งาดำ ควินัว เมล็ดฟักทอง แฟล็กซีด ลูกเดือย ถั่วต่างๆ

– ลดการบริโภคของมัน ของทอด อาหารปรุงรสจัด

– ลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เกลือ (โซเดียม) และน้ำตาล มากจนเกินไป

– ดื่มชาดอกคำฝอยช่วงมีประจำเดือน ช่วยขับลิ่มเลือดเก่าที่คั่งค้าง และ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆจะช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี รู้สึกผ่อนคลาย

💟กลุ่มอาการ PMS เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน หมั่นสังเกตอาการของตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ออกกำลังกาย จัดการความเครียด และการรับประทานอาหารให้เหมาะสมก็จะช่วยบรรเทาได้ค่ะ

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

💓ศึกษาการบำรุงไข่ บำรุงมดลูก ปรับสมดุลฮอร์โมนให้ท้องธรรมชาติ
👇👇👇👇 (คลิกอ่านเลยค่ะ)
https://www.babyandmom.co.th/fertility-supplements

▶️🆔ปรึกษา/สั่งของบำรุงแบบครูก้อย ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

📞Call Center : 083-4395882 (ในวัน-เวลาทำการค่ะ)

Cr. Pobpad

#ครูก้อยBabyandMom